ไอโฟนจีบยูทิวบ์สำเร็จ ดึง10,000คลิปลงมือถือ

Sat, 2007-06-23 - 22:58
ยูทิวบ์จับมือแอปเปิ้ลเปิดให้บริการสตรีมมิ่งคอนเทนต์จากอินเทอร์เน็ตลงโทรศัพท์มือถือ "ไอโฟน" ได้โดยตรง หวังตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการรับชมคลิปวิดีโอของเว็บไซต์ดังได้ในทุกหนแห่ง อีกทั้งยังเป็นการขยายตลาดกลุ่มผู้เข้าชมเว็บที่จากเดิมเป็นผู้ใช้คอมพิวเตอร์พีซีมาสู่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ และครัวเรือน ส่วนสำคัญที่ทำให้ไอโฟนสามารถทำงานร่วมกับยูทิวบ์ได้นี้มาจากซอฟต์แวร์ ซึ่งทางแอปเปิ้ลได้เพิ่มเติมความสามารถอันนี้ลงในอุปกรณ์ดิจิตอลอย่าง "แอปเปิ้ลทีวี" (AppleTV) ด้วยเช่นกัน ทำให้ทั้งไอโฟนและแอปเปิ้ลทีวีสามารถสตรีมมิ่งไฟล์วิดีโอบนยูทิวบ์ลงมาอยู่บนหน้าจอได้ ซึ่งนั่นรวมถึงหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่พกพาไปตามสถานที่ต่าง ๆ และหน้าจอทีวีซึ่งเป็นศูนย์กลางของครอบครัวด้วย สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอคนดังกล่าวถึงอีกก้าวของผลิตภัณฑ์ในตระกูลแอปเปิ้ลว่า "ถึงตอนนี้ ผู้บริโภคสามารถรับชมคลิปวิดีโอจากยูทิวบ์ได้ทุกที่ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นบนโทรศัพท์ไอโฟน บนหน้าจอแมคอินทอช หรือบนจอทีวีผ่านอุปกรณ์แอปเปิ้ลทีวี" สำหรับไอโฟนเป็นโทรศัพท์ที่มาพร้อมหน้าจอ 3.5 นิ้ว รองรับการแสดงผลมัลติมีเดีย ทางผู้บริหารแอปเปิ้ลจึงมองว่า ฟีเจอร์ใหม่นี้จะสามารถดึงดูดผู้บริโภคที่ชื่นชอบความทันสมัยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในปัจจุบัน เว็บไซต์ยูทิวบ์มีความโดดเด่นในแง่ของการเป็นศูนย์รวมคลิปวิดีโอที่มีอัตราการเติบโตสูงมาก สำหรับคลิปวิดีโอที่เตรียมให้บริการนั้น ทีมงานยูทิวบ์นั้นได้มีการเข้ารหัสวิดีโอแบบใหม่สำหรับการแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะด้วย เพื่อคุณภาพของภาพที่ดีขึ้น และช่วยประหยัดแบตเตอรี่ให้กับโทรศัพท์ได้ด้วยอีกทางหนึ่ง สตีฟ จ็อบส์ระบุด้วยว่า ไอโฟนเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกที่จะทำงานร่วมกับฟอร์แมตใหม่นี้ และคาดว่าในวันที่ไอโฟนวางจำหน่าย (29 มิถุนายน 2550) จะมีคลิปวิดีโอประมาณ 10,000 คลิปเปิดให้บริการแก่ผู้บริโภคได้สตรีมมิ่งไปดูด้วย ที่มา manger.co.th - 22 มิ.ย. 07

แอปเปิลส่งซาฟารีใหม่รุกฆาตไออี

Sat, 2007-06-23 - 22:54
แอปเปิลโชว์แผนรุกฆาตไมโครซอฟท์อีกครั้ง คราวนี้เปิดตัว "ซาฟารี (Safari)" โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ใหม่ที่ปลดล็อกให้สามารถใช้งานกับพีซีระบบปฏิบัติการวินโดวส์ได้ ไม่จำกัดเฉพาะระบบปฏิบัติการแมคอินทอชอย่างเดียวเช่นในอดีต ถือเป็นการชนกับผลิตภัณฑ์เว็บเบราเซอร์ Internet Explorer (IE) ของไมโครซอฟท์อย่างจัง สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) ประธานบริหารแอปเปิล (Apple) เปิดตัวซาฟารีเวอร์ชันใหม่ที่สามารถทำงานกับระบบปฏิบัติการตระกูลวินโดวส์ทั้ง Windows XP และ Vista ในงานประชุมนักพัฒนาที่แอปเปิลจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจ็อปส์ระบุว่าเป้าหมายของการทำให้ซาฟารีสนับสนุนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ คือการขยายตลาดของซาฟารีให้แพร่หลาย เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกใช้ซาฟารีเป็นประตูสำหรับการต่อไอโฟน (iPhone) ผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในอนาคต "safari "เราต้องการทำให้ส่วนแบ่งตลาดซาฟารีเติบโต" จ็อปส์กล่าวบนเวที "เราจึงเชื่อมนวัตกรรมที่เราสร้างขึ้นบนซาฟารีเข้าหาระบบปฏิบัติการวินโดวส์ สิ่งที่เราได้จากการกระทำครั้งนี้ คือโปรแกรมเบราเซอร์ที่มีนวัตกรรมเหนือชั้นที่สุด และเป็นโปรแกรมเบราเซอร์สำหรับวินโดวส์ที่สามารถทำงานได้เร็วที่สุด" จ็อปส์ให้ข้อมูลว่า ส่วนแบ่งตลาดของโปรแกรม IE ที่ไมโครซอฟท์มีอยู่ในขณะนี้คือ 78 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วโลก ขณะที่ซาฟารีมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากซาฟารีเป็นโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ที่สร้างขึ้นสำหรับใช้กับระบบปฏิบัติการแมคอินทอชเท่านั้น แน่นอนว่าการปลดล็อกซาฟารีครั้งนี้จะเป็นปัจจัยเอื้อที่ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของซาฟารีเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย จ็อปส์ระบุว่าจะจำหน่ายซาฟารีเวอร์ชันวินโดวส์ทางร้านขายเพลงออนไลน์ไอจูนส์มิวสิคสโตร์ (iTunes) ไมเคิล การ์เทนเบิร์ก (Michael Gartenberg) นักวิเคราะห์ของจูปิเตอร์รีเสิร์ชมองว่านี่คือกลยุทธ์เยี่ยมในการขยายอาณาจักรแอปเปิลด้วยการผลักดันเทคโนโลยีของตัวเองเข้าสู่แพลตฟอร์มวินโดวส์ และเชื่อว่าวงการไอทีโลกคงต้องจับตาดูการตอบโต้ของยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ในอนาคตอย่างใกล้ชิด ที่มา manger.co.th - 12 มิ.ย. 07

แอปเปิ้ลเตรียมเปิด "ไอโฟน-Leopard" พร้อมผุดบริการใหม่ "เช่าหนังดัง" ออนไลน์

Sat, 2007-06-23 - 22:45
สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอแอปเปิ้ล ประกาศจุดยืน "แอปเปิ้ลยังเป็นบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อยู่" แม้จะปลดคำว่า "Computer" ออกจากชื่อบริษัทไปแล้วก็ตาม เผยธุรกิจสายพันธุ์ใหม่เช่น ไอพ็อด และไอโฟนมีส่วนสำคัญต่อผลิตภัณฑ์ตัวอื่น ๆ ในองค์กร แต่ท้ายที่สุดแล้ว ยังยกให้แบรนด์ Mac เป็นหัวใจหลักอยู่เช่นเดิม จากความนิยมอย่างสูงในอุปกรณ์ดิจิตอล เช่น ไอพ็อด และโทรศัพท์มือถือที่กำลังจะเปิดตัวตามมาในอีกไม่ช้านี้อย่าง ไอโฟน ได้ทำให้กลุ่มผู้ใช้พีซีได้สัมผัสประสบการณ์การทำงาน และอินเทอร์เฟสหน้าจอของแบรนด์แอปเปิ้ลกันไปบ้างแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคทั่วไปมีโอกาสน้อยมาก เนื่องจากราคาขายที่ค่อนข้างสูงของเครื่องแมคอินทอช ความนิยมดังกล่าวยังส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์แอปเปิ้ลแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่ทำตลาดมา โดยทีมงานแอปเปิ้ลได้จับจุดความต้องการของผู้บริโภค และทำการตลาดโดยใช้สโลแกน "I'm a Mac, I'm a PC" ทั้งบนสื่อทีวีและบนอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ยอดขายเครื่องแมคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี 2005 ยอดขายแมคเพิ่มขึ้น 38 เปอร์เซ็นต์ จาก 3.3 ล้านเครื่องเป็น 4.5 ล้านเครื่อง และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2006 เมื่อมียอดขายเท่ากับ 5.3 ล้านเครื่อง นักวิเคราะห์เชื่อว่า ยอดขายเครื่องแมคอินทอชจะยังคงรักษาระดับการเติบโตนี้เอาไว้ต่อไป เนื่องจากในปีนี้ จะมีสองโปรดักซ์สำคัญที่จะช่วยเพิ่มยอดขายก็คือ ไอโฟน ที่กำลังจะเปิดตัวในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ และระบบปฏิบัติการตัวใหม่ "Leopard" ที่มีกำหนดเปิดตัวในเดือนตุลาคม แม้ว่าจ็อบส์จะยังไม่เปิดเผยเกี่ยวกับฟีเจอร์เด่นของ Leopard แต่เป็นที่ทราบกันดีกว่า หนึ่งในนั้นคือ บูธแคมป์ (Boot Camp) ซึ่งก็คือฟีเจอร์ที่ยินยอมให้ผู้ใช้งานติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโดวส์ลงบนเครื่องแมคได้ด้วยนั่นเอง แม้ว่าจะยังไม่มีรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ฟีเจอร์ Boot Camp ออกมามากนัก รวมถึงประโยชน์ที่ผู้ใช้ และประสิทธิภาพในการทำงานของระบบปฏิบัติการวินโดวส์บนเครื่องแมค ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดมา ชาร์ลี วูฟ นักวิเคราะห์ และประธานบริษัท Wolf Insights กล่าวให้ความเห็นว่า "บูธแคมป์จะช่วยลดกำแพงที่กั้นขวางระหว่างพีซีกับเครื่องแมคลงได้ เปรียบเสมือนมาตรการที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้วินโดวส์" ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้บริหารของแอปเปิ้ลยังคงมั่นใจกับเครื่องแมคอย่างเต็มที่นั้นสืบเนื่องมาจากยอดขายของไอพ็อดที่เริ่มชะลอตัวลง แต่แบรนด์ของแมคยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนในรายได้ของแอปเปิ้ลมากถึง 38 เปอร์เซ็นต์ในปี 2006 "เครื่องแมคยังคงเป็นหัวใจสำคัญของคนแอปเปิ้ลอยู่ และผมเชื่อว่ามันจะยังคงแนวทางนี้ต่อไป การอัปเกรดระบบปฏิบัติการในปี 2005 ได้ทำให้เครื่องแมคทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขการเติบโตถึงสองหลัก ร้านค้าปลีกของพวกเขาก็ดึงดูดใจผู้ซื้อ และที่สำคัญ ซอฟต์แวร์ของเขาออกแบบมาเพื่อช่วยงานผู้ใช้อย่างแท้จริง" ริชาร์ด ซิม นักวิเคราะห์อาวุโสจากไอดีซีกล่าว พร้อมกันนี้ ล่าสุด แอปเปิ้ลยังได้ประกาศว่าอยู่ระหว่างการพูดคุยกับค่ายหนังฮอลลีวูดยักษ์ใหญ่ในการเปิดตัวบริการใหม่ เช่าภาพยนตร์ออนไลน์ โดยบริการดังกล่าวจะท้าชนผู้อยู่ในอุตสาหกรรมเคเบิลทีวี ดาวเทียม และสถานีโทรทัศน์โดยตรงเสียด้วย ภาพยนตร์ที่จะนำมาเปิดให้เช่าจากเว็บไซต์จะมีราคา 2.99 เหรียญสหรัฐต่อระยะเวลาการชม 30 วัน โดยใช้ซอฟต์แวร์ DRM เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ หรือนำไปทำซ้ำ ระบบจะยินยอมให้ผู้ใช้สามารถถ่ายโอนไฟล์ได้เพียงหนเดียวเท่านั้น เช่นจากเครื่องเล่นลงไอพ็อด หรือลงในไอโฟน รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า บริการใหม่นี้จะมีผลต่อแอปเปิ้ลค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นว่าค่ายผู้ผลิตหนังเห็นความสำคัญของแอปเปิ้ลเพียงพอที่จะร่วมมือทางธุรกิจด้วยได้ อย่างไรก็ดี ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ อย่าง โซนี่ พิกเจอร์ส เอนเตอร์เทนเมนท์, ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์, พาราเมาท์, วอร์เนอร์บราเธอร์ และดีสนีย์ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ ต่อกรณีดังกล่าวนี้ รวมถึงทางทีมผู้บริหารของแอปเปิ้ลด้วย ที่มา manager.co.th - 11 มิ.ย. 07

MacBook Pro อัพเกรด CUP และ RAM ให้เร็วขึ้น

Sat, 2007-06-23 - 22:42
แอปเปิ้ลทำการอัพเดทสายผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พกพา MacBook Pro ให้มีความสามารถสูงขึ้น โดยผู้ซื้อสามารถเพิ่มแรมได้มากถึง 4GB และเลือกความเร็ว CPC สูงถึง 2.4GHz MacBook Pro รุ่นอัพเดทล่าสุด จะเป็นคอมพิวเตอร์พกพาชุดแรกของแอปเปิ้ลที่จะใชงาน CPU chipset "Santa Rosa" ซึ่งทำให้ความเร็ว speed bus เพิ่มเป็น 800MHz และสามารถเพิ่มแรมได้ในปริมาณมาก และรุ่น 15 นิ้วของ MacBook Pro ได้เปลี่ยนจอภาพใหม่เป็น LED-backlit ซึ่งจะชวยให้ลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกได้ด้วย แต่สะหรับรุ่น 17 นิ้ว MacBook Pro ยังคงใช้งานจอภาพแบบ CCFL ต่อไป ความเปลี่ยนแปลงของ MacBook Pro รุ่น 15 นิ้วและ 17 นิ้ว MacBook Pro 15 นิ้ว - 2.2GHz หรือ 2.4GHz Intel Core 2 Duo, 4MB on-chip share L2 cache - หน้าจอ TFT LED backlit มีจอกระจกให้เลือก รองรับความละเดียวสูงถึง 1440 x 900 พิกเซล - การ์ดจอ NVIDIA GeForce 8600M GT graphic processor, 128MB of GDDR3 ในรุ่น 2.2 GHz และ 256MB of GDDR3 ในรุ่น 2.4GHz - ฮาร์ดดิส 120GB หรือ 160GB - ไดรฟ์ SuperDrive 8x slot-loading - แรม 2GB (1GB x 2) MacBook Pro 17 นิ้ว - 2.4GHz Intel Core 2 Duo, 4MB on-chip share L2 cache - หน้าจอ TFT มีจอกระจกให้เลือก รองรับความละเอียดสูงถึง 1680 x 1050 พิกเซล - การ์ดจอ NVIDIA GeForce 8600M GT graphic processor, 256MB of GDDR3 - ฮาร์ดดิส 160GB - ไดรฟ์ SuperDrive 8x slot-loading - แรม 2GB (1GB x 2) ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.apple.com/macbookpro ที่มา Macworld.com - 5 มิ.ย. 07

แอปเปิ้ลประกาศขาย iPhone วันที่ 29 มิ.ย.

Sat, 2007-06-23 - 22:12
แอปเปิ้ลประกาศวันที่สำหรับขาย iPhone ในสหรัฐเอมริกา เป็นวันที่ 29 มิถุนายน 2007 โดยทำโฆษณาสำหรับฉายทางทีวีในการกำหนดวันวางขายในครั้งนี้ โดยผู้สนใจสามารถซื้อเครื่องโทรศัพท์ iPhone ผ่านทางร้าน Apple Store หรือร้านขายโทรศัพท์ของ AT&T ก็ได้เช่นกัน สำหรับโทรศัพท์มือถือ iPhone จะออกมาสองรุ่นคือ 4GB ราคา 499 เหรียญสหรัฐฯ และรุ่น 8GB ราคา 599 เหรียญฯ ที่มา Macworld.com - 3 มิ.ย. 07

รวมรายการ Software Update เดือน พ.ค. 07

Sat, 2007-06-23 - 22:02
- QuickTime 7.1.6 สำหรับ Mac และ Windows - AirPort Extreme Update 2007-003 - Pro Application Support 4.0 สำหรับผู้ใช้งานโปรแกรมประเภท Pro - Security Update 2007-005 สำหรับผู้ใช้งาน 10.3.9 และ 10.3.9 เซิร์ฟเวอร์ - iTunes 7.2 สำหรับ Mac และ Windows รองรับการขายเพลงแบบไม่มี DRM (iTunes Plus) - Security Update (QuickTime 7.1.6) สำหรับผู้ใช้งาน QuickTime ใน Mac และ Windows - Security Update 2007-005 v1.1 - Xserve Lights-Out Management Firmware Update 1.0 ที่มา Apple.com

เผยสตีฟ จ็อบส์ รับเงินปีละ 2.1 หมื่นล้านบาท

Sat, 2007-06-23 - 21:57
นิตยสารฟอร์บส์เผยผลการสำรวจรายได้ของผู้บริหารระดับสูงจาก 500 บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา พบซีอีโอคนดังของแอปเปิ้ล "สตีฟ จ็อบส์" ได้รับค่าตอบแทนสูงที่สุด เป็นเงิน 646 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 21,091,900,000 บาท โดยเป็นรายได้จากหุ้น และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เป็นหลัก เพราะทราบกันดีว่า สตีฟ จ็อบส์รับเงินเดือนจากแอปเปิ้ลเพียงเดือนละ 1 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ผลการสำรวจของนิตยสารดังยังเปิดเผยด้วยว่า บรรดาซีอีโอจาก 500 องค์กรมีรายได้รวมกัน 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยเท่ากับ 244,875 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 38 เปอร์เซ็นต์ หรือค่าเฉลี่ยรายได้ต่อคนเท่ากับ 15.2 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว (ประมาณ 496,280,000 บาท) นอกจาก สตีฟ จ็อบส์แล้ว ยังมีซีอีโอไอทีที่ติดอันดับ 1 ใน 10 อีกสองราย ได้แก่ เทอร์รี่ ซีเมล จากยาฮู (174 ล้านเหรียญสหรัฐ) มาในอันดับที่ 5 และไมเคิล เดลล์ จากเดลล์คอมพิวเตอร์ เข้ามาเป็นอันดับหกด้วยผลตอบแทน 153 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดี การสำรวจของนิตยสารฟอร์บส์ได้มีการวิเคราะห์ถึงค่าตอบแทนที่องค์กรจ่ายให้แก่ซีอีโอ กับรายได้และเงินปันผลที่ซีอีโอตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นด้วยว่า ซีอีโอที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดอาจไม่ใช่ผู้ที่ทำกำไรแก่องค์กรได้สูงสุด โดยยกตัวอย่างว่า การบริหารงานของสตีฟ จ็อบส์ นั้น ทำรายได้-ปันผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอยู่ในอันดับที่ 36 ขณะที่ซีอีโอที่ทำให้ผู้ถือหุ้นพึงพอใจมากที่สุดเป็น จอห์น บัคส์เบิร์ม จากบริษัทสินเชื่อด้านการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ General Growth Properties โดยเขาสามารถจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นได้ 39 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่เขามีรายรับเพียง 723,000 เหรียญสหรัฐต่อปีเท่านั้น ทั้งนี้ การสำรวจดังกล่าวได้รวมผู้บริหารจากทุกหมวดธุรกิจ จึงอาจทำให้มีความเหลื่อมล้ำในแง่ของตลาด และลักษณะธุรกิจ สำหรับชาวแอปเปิ้ลแล้ว ข่าวนี้อาจเป็นได้ทั้งข่าวดีและข่าวร้ายที่ซีอีโอมีรายได้สูงที่สุดในบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ 500 แห่ง แต่สำหรับหนทางข้างหน้าแล้ว ปี 2007 ถือเป็นปีที่สดใสสำหรับแอปเปิ้ลอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี บริษัทมีผลประกอบการสูงเป็นประวัติการณ์ โดยทำยอดขายได้สูงถึง 5.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 21 เปอร์เซ็นต์จากปี 2006 ส่วนกำไรก็เพิ่มขึ้น 88 เปอร์เซ็นต์ จาก 410 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2006 เป็น 770 ล้านเหรียญสหรัฐ แถมในเดือนมิถุนายนนี้ บริษัทก็จะมีการเปิดตัว "ไอโฟน" มือถือพรีเมี่ยมที่มาพร้อมฟังก์ชันอินเทอร์เน็ตและเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลอีกด้วย ที่มา manger.co.th - 9 พ.ค. 07

รวมรายการ Software Update เดือน เม.ย. 07

Sat, 2007-06-23 - 21:53
- Aperture 1.5.3 Update - Battery Update 1.2 สำหรับผู้ใช้งาน MacBook และ MacBook Pro ที่มา Apple.com

แอปเปิ้ลรายได้พุ่ง5พันล้านดอลล์ มั่นใจแมคอินทอช-ไอพ็อดยังแกร่ง

Sat, 2007-06-23 - 21:44
แอปเปิ้ลประกาศผลประกอบการไดรมาสสองของบริษัท (เดือนมกราคม - มีนาคม) พบว่ากำไรเพิ่มขึ้น 88 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมาจากสองผลิตภัณฑ์หลัก อย่างเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล"ไอพ็อด" และคอมพิวเตอร์แมคอินทอชที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าหุ้นของแอปเปิ้ลทะลุหลักร้อยเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์องค์กรด้วย จากการเปิดเผยของแอปเปิ้ลระบุว่า ยอดขายในไตรมาสนี้เท่ากับ 5.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 21 เปอร์เซ็นต์จากปี 2006 และถือเป็นตัวเลขที่เหนือกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากนักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ว่าแอปเปิ้ลจะสามารถทำยอดขายได้ 5.17 พันล้านเหรียญสหรัฐ และปันผล 64 เซ็นต์ต่อหุ้น ทั้งนี้เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น ก็อาจเป็นไปได้ว่า เงินปันผลที่ควรจะได้รับก็น่าจะมากกว่า 64 เซ็นต์ต่อหุ้นด้วยเช่นกัน "ผลประกอบการในไตรมาสนี้ทำให้ชาวแอปเปิ้ลภูมิใจมาก เนื่องจากมันเป็นผลประกอบการที่ดีที่สุด มีกำไรสูงที่สุดครั้งหนึ่งที่จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเรา" ปีเตอร์ ออปเพนไฮเมอร์ ผู้บริหารระดับสูงด้านการเงินของแอปเปิ้ลกล่าว ในระยะเวลา 3 เดือน แอปเปิ้ลสามารถทำกำไรได้ 770 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับปันผล 87 เซ็นต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปี 2006 ที่เคยทำได้ 410 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือปันผล 47 เซ็นต์ต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการเติบโต 88 เปอร์เซ็นต์ รายได้หลักมาจากเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อด และเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอช โดยแอปเปิ้ลสามารถขายไอพ็อดได้ 10.5 ล้านเครื่อง และขายเครื่องแมคอินทอชได้ 1.5 ล้านเครื่อง จากยอดขายดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่า ตลาดของแอปเปิ้ลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเครื่องแมคทำยอดขายได้มากขึ้น 36 เปอร์เซ็นต์ ส่วนไอพ็อดทำยอดขายเพิ่มขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยอดขายของไอพ็อดและการจำหน่ายเพลงผ่านทางเว็บไซต์คิดเป็น 44 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดในไตรมาสนี้ ส่วนหนึ่งที่ทำให้กำไรของแอปเปิ้ลเพิ่มสูงขึ้นนี้มาจากการที่ส่วนประกอบภายในคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยความจำ ฮาร์ดดิสก์ ฯลฯ มีราคาลดลง ทำให้กำไรเบื้องต้น (Gross Margin) มีค่าเท่ากับ 35 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปี 2006 ที่มีกำไรเบื้องต้นอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี ออปเพนไฮเมอร์อ้างกับนักวิเคราะห์ว่า ผลกำไรดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถาวร โดยเขาได้คาดการณ์ว่าในไตรมาสนี้ อาจอยู่ที่ 32 เปอร์เซ็นต์ ความสำเร็จของแอปเปิ้ลในครั้งนี้ยังทำให้นักลงทุนเพิ่มดีกรีความเชื่อมั่นให้กับคณะกรรมการบริหารบริษัท รวมถึงซีอีโอ อย่างสตีฟ จ็อบส์ มากขึ้นไปอีก แม้ว่าในขณะนี้ จ็อบส์กำลังมีปัญหาเรื่องหุ้นมาพัวพันอยู่ก็ตาม เพราะในอีกแง่หนึ่ง เขายังเปรียบเหมือนสัญลักษณ์ตัวแทนขององค์กรที่สื่อมวลชนและผู้บริโภครู้จักกันเป็นอย่างดี สำหรับผลประกอบการในไตรมาสปัจจุบัน (ไตรมาส 3) แอปเปิ้ลตั้งเป้าไว้ที่ 5.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือปันผล 66 เซนต์ต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ที่สำคัญ ในไตรมาสนี้ แอปเปิ้ลได้ฤกษ์วางจำหน่ายไอโฟน โทรศัพท์มือถือที่มาพร้อมอินเทอร์เฟสใหม่ ในมุมมองของนักวิเคราะห์จึงอาจเป็นไปได้ว่า ไอโฟนอาจสร้างปรากฏการณ์ด้านรายได้ให้กับแอปเปิ้ลอีกทางหนึ่งด้วย ทว่าสำหรับประเด็นการเปิดตัวไอโฟนจะสร้างรายได้ให้แอปเปิ้ลหรือไม่นั้น ออปเพนไฮเมอร์ ผู้บริหารด้านการเงิน ระบุว่า เขายังไม่ตั้งความหวังกับไอโฟนว่าจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ด้านยอดขายให้กับองค์กร และไม่ตั้งเป้ายอดขายของไอโฟนประจำไตรมาสนี้เอาไว้แต่อย่างใด โทรศัพท์มือถือไอโฟนถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่แอปเปิ้ลส่งลงมาวัดดวงกับผู้ผลิตรายอื่นในตลาดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเน้นความแตกต่างด้านอินเทอร์เฟสในการทำงาน และยังรองรับแอปพลิเคชันใหม่ ๆ มากมาย โดยในงานสัมมนาประจำปีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวทีที่ ซีอีโอ สตีฟ จ็อบส์ใช้ประกาศเปิดตัวไอโฟน เขาได้เคยประกาศไว้ว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายไอโฟนไว้ที่ 10 ล้านเครื่องภายในปี 2008 จากการประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสสองนี้ ส่งผลให้หุ้นของแอปเปิ้ลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแตะ 102.40 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นราคาทะลุหลักร้อยเหรียญสหรัฐครั้งแรกของบริษัท และทำให้นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์กันว่า จากผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมนี้ ตำแหน่งของสตีฟ จ็อบส์ น่าจะยังอยู่ในตำแหน่งเดิม แม้จะมีปัญหาเรื่องหุ้นเข้ามาพัวพันก็ตาม ด้านกรรมการบริหารของแอปเปิ้ลรายอื่น ๆ รวมถึง อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ และอีริค ชมิดท์ ซีอีโอกูเกิลได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ปัญหาภายในของจ็อบส์ได้รับการสะสางแล้ว และไม่มีการบริหารงานผิดพลาดใด ๆ ในขณะนี้ "เรามีความมั่นใจในกระบวนการตรวจสอบภายใจองค์กรของแอปเปิ้ล รวมถึงความสามารถของจ็อบส์ในการเป็นผู้นำองค์กรด้วย" คณะกรรมการบริหารสรุปในตอนท้าย ที่มา manger.co.th - 26 เม.ย. 07

ไอโฟนเป็นเหตุ แอปเปิ้ลเลื่อนคลอด"Leopard"

Sat, 2007-06-23 - 21:41
แอปเปิ้ลเลื่อนกำหนดการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ "Leopard" เป็นเดือนตุลาคม เหตุต้องส่งวิศวกรและนักพัฒนาจำนวนมากไปเร่งกระบวนการผลิตไอโฟน โทรศัพท์มือถือน้องใหม่ของทางค่ายที่บรรจุความสามารถทั้งการเป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลและโทรศัพท์มือถือลงบนตัวเครื่องดีไซน์ใหม่ แถลงการณ์จากแอปเปิ้ลระบุว่า "ไอโฟนอยู่ในระหว่างกระบวนการผลิต ซึ่งจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมการทำงานต่าง ๆ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่เราต้องขอยืมตัวนักพัฒนาจากหน่วยงานอื่น ๆ ขององค์กรมาเสริมทีมเพื่อให้ทันกับกำหนดการเปิดตัวไอโฟนในเดือนมิถุนายนนี้ นั่นทำให้เราต้องเลื่อนการเปิดตัวของ Leopard ออกไป" ทิม บาจาริน นักวิเคราะห์จาก Creative Strategies กล่าวว่า การเลื่อนกำหนดคลอดระบบปฏิบัติการ Leopard ย่อมทำให้แฟนพันธุ์แท้ของแอปเปิ้ลชะลอการซื้อลงไปด้วย แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อแอปเปิ้ลมากมายนัก ฟีเจอร์ที่จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวใหม่นี้ได้แก่ ระบบการแบ็กอัปไฟล์ในชื่อว่า "ไทม์แมชชีน" (Time Machine) นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงบริการอีเมล ซอฟต์แวร์ด้าน Instant Messaging ฯลฯ ตามกำหนดการ ระบบปฏิบัติการ Leopard จะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน และจะส่งให้นักพัฒนาทั่วโลกได้ทดสอบเสียก่อน ส่วนกำหนดการวางตลาดจะเป็นช่วงเดือนตุลาคมของปีนี้อย่างแน่นอน การเลื่อนกำหนดเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ออกไปนี้เป็นผลมาจากการเปิดตัวโทรศัพท์ไอโฟนของทางค่าย ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า โทรศัพท์ไอโฟนจะมีผลต่อแอปเปิ้ลอย่างมากในแง่ของการเติบโตด้านยอดขาย ซึ่งอาจกลายเป็นช่องทางสร้างรายได้ใหม่ให้องค์กร รวมถึงเป็นทัพหนุนในการเข้าแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลของสหรัฐอเมริกาในอนาคตด้วยก็เป็นได้ ที่มา manger.co.th - 16 เม.ย. 07

รวมรายการ Software Update เดือน มี.ค. 07

Sat, 2007-06-23 - 21:36
- DVD Studio Pro 4.1.2 โปรแกรมบริหารจัดการข้อมูลวิดีโอ สำหรับทำเป็นแผ่น DVD อย่างมืออาชีพ - Backup 3.1.1 โปรแกรมสำรองข้อมูลสำหรับผู้ใช้งาน .Mac - QuickTime 7.1.5 สำหรับ Mac และ Windows - AirPort Extreme Update 2007-002 แนะนำให้ผู้ใช้งาน Mac-Intel อัพเดท - Mac OS X 10.4.9 Update สำหรับ PPC และ Intel - Mac OS X Server 10.4.9 Update (Universal) - iPhoto 6.0.6 - Security Update 2007-003 สำหรับผู้ใช้งาน 10.3.9 และ 10.3.9 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ - iPod Reset Utility 1.0 สำหรับ Mac และ Windows - AirPort Base Station Update 2007-001 สำหรับ Mac และ Windows เพื่อปรับปรุงการทำงานร่วมกับ AirPort Base Station ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่มา : Apple.com

iTunes 7.1 อัพเดทฟีเจอร์ใหม่

Wed, 2007-03-07 - 19:05
เมื่อวันอังคาร (6 มี.ค.) แอปเปิ้ลได้อัพเดทโปรแกรมจัดการเพลง iTunes เป็นเวอร์ชั่น 7.1 และโปรแกรมเปิดไฟล์ดิจิตอล Quicktime 7.1.5 โดยอัพเดทหลายส่วน เช่น CoverFlow แบบเต็มจอ รองรับการทำงานกับ Apple TV การปรับแต่งข้อมูลต่างๆ การจำกัดสิทธิโดยผู้ปกครอง เพิ่งหมวดหมู่ต่างๆ เพิ่มเติมจากเดิม มีแจ้งเตือนสำหรับไฟล์ที่ยังไม่ได้เปิด รวมทั้งแสดงสีสันของเครื่อง iPod shuffle ได้อีกด้วย ดาวน์โหลด: - http://www.apple.com/support/downloads/itunes71formac.html - http://www.apple.com/support/downloads/itunes71forwindows.html - http://www.apple.com/support/downloads/quicktime715formac.html - http://www.apple.com/support/downloads/quicktime715forwindows.html ข้อมูลฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติม: - Secrets & Features of iTunes 7.1 - iLounge.com และโดยก่อนหน้านี้แอปเปิิ้ลได้อัพเดทโปรแกรม DVD Studio Pro และ Backup อีกด้วย (1 มี.ค.) ดาวน์โหลด: - http://www.apple.com/support/downloads/backup311.html - http://www.apple.com/support/downloads/dvdstudiopro412.html แหล่งข้อมูล - http://www.apple.com - http://www.thaimacclub.net

Apple ใช้เวที Oscars เปิดตัวโฆษณา iPhone

Mon, 2007-02-26 - 20:04
เมื่อคืนวันที่ 25 (ตามเวลาสหรัฐอเมริกา) ระหว่างถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัล Academy Awards หรือ Oscars บริษัทแอปเปิ้ล ได้ทำการเปิดตัวโฆษณาชุดแรกของโทรศัพท์มือถือ "iPhone" โดยในโฆษณาเป็นการรวมช่วงที่มีการรับโทรศัพท์จากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และปิดท้ายโฆษณาด้วยข้อความ "Hello", "Coming in June" และ สัญลักษณ์ลูกแอปเปิ้ลแหว่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบริษัท นั่นเอง สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดไฟล์ .mov ได้จากเว็บไซต์ของแอปเปิ้ล http://www.apple.com/iphone/hello/ ข่าวจาก: - Apple.com - Thaimacclub.net - Blognone.com - Siampod.com

แอปเปิ้ลซอฟต์แวร์อัพเดท ก.พ. 2550

Fri, 2007-02-23 - 14:18
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีการอัพเดทโปรแกรมหลายตัว ดังนี้ - GeForce 7300 GT Firmware Update - Fibre Channel Utility 2.1.4 - Daylight Saving Time Update สำหรับ Panther และ Tiger - Java for Mac OS X 10.4 Release 5 - Java for Mac OS X 10.3 Update 5 - WebObjects 5.3.3 - Security Update 2007-002 สำหรับ PPC , Universal และ Panther - WWAN Support Update 1.0 - Final Cut Pro 5.1.4 ข้อมูลทั้งหมดดูรายละเอียดได้ที่ : http://www.apple.com/support/download

แอปเปิลส่งตัวช่วย iTunes ใน Vista ให้ทำงานได้ปกติ

Fri, 2007-02-23 - 14:02
แอปเปิลให้ผู้ใช้งานที่ใช้งาน Windows Vista ทำการติดตั้ง iTunes Repair Tool for Vista 1.0 เพื่อแก้ไขให้การเล่นเพลงที่ซื้อจาก iTunes Store สามารถเปิดฟังได้ตามปกติ รวมกับการแก้ไขการเชื่อมต่อกับเคลื่อนเล่นเพลงดิจิตอลอย่าง iPod อีกด้วย ดูเพิ่มเติม : http://docs.info.apple.com/article.html?artnum=305042 ข้อมูลจาก : Apple.com/Support/Download

จ็อบส์ฉุน ยุโรปปลดล็อกไอจูนส์ ประชดดึงค่ายเพลงถอด DRM

Thu, 2007-02-08 - 16:29
สมาคมค่ายเพลงโต้คำเสนอล้มเลิก DRM หรือซอฟต์แวร์ป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ในธุรกิจจำหน่ายเพลงออนไลน์ที่สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ประธานบริหารแอปเปิลคอมพิวเตอร์ เขียนเสนอไว้อย่างประชดประชันบนเว็บไซต์ของตัวเองหลังถูกอียูออกคำสั่งให้แอปเปิลเปิดเสรีไอจูนส์ ค่ายเพลงระบุ DRM ไม่ใช่ตัวขัดขวางการเติบโตของธุรกิจเพลงออนไลน์ตามที่จ็อบส์อ้าง ยันจ็อบส์ควรปลดล็อกให้ผู้ซื้อเพลงจากไอจูนส์สามารถนำไฟล์ไปเล่นกับเครื่องเล่นเพลงทุกค่ายก่อนที่จะออกมาเรียกร้องใดๆ มิตช์ เบนโวล (Mitch Bainwol) ประธานและประธานบริหารของสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบันทึกเสียงของสหรัฐอเมริกา Recording Industry Association of America หรือ RIAA ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตของธุรกิจเพลงออนไลน์ คือเทคโนโลยีแฟร์เพลย์ (FairPlay) ที่ร้านค้าเพลงออนไลน์ไอจูนส์ (iTunes Music Store) ใช้อยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถนำเพลงที่ซื้อจากไอจูนส์ไปเล่นบนเครื่องเล่นแบรนด์อื่นนอกจากไอพ็อด (iPod) ของแอปเปิลเอง ไม่ใช่การยกเลิก DRM ของค่ายเพลง วุฒิสภาฝรั่งเศสได้ผ่านการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ออนไลน์ เนื้อหาส่วนหนึ่งของกฎหมายดังกล่าวเป็นการกดดันค่ายแอปเปิ้ลให้เปิดเผยเทคโนโลยีที่ใช้ในเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดของทางค่ายแก่บริษัทอื่น ๆ ด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดการผูกขาดในระบบการขายเพลงออนไลน์และทำให้ตลาดสามารถเติบโตได้มากกว่าที่เป็นอยู่ สตีฟ จ็อบส์ระบุด้วยว่า ค่ายเพลงที่ขายเพลงออนไลน์กว่า 70 เปอร์เซ็นต์เป็นค่ายเพลงในยุโรป ได้แก่ ยูนิเวอร์แซล, อีเอ็มไอ หรือโซนี่บีเอ็มจี ดังนั้นการแก้ปัญหาอุตสาหกรรมเพลงออนไลน์ไม่เติบโตจึงควรเริ่มจากให้บริษัทเหล่านี้ยกเลิก DRM ทั้งหมด ไม่ใช่เริ่มจาก DRM ในไอจูนส์และไอพ็อด หากค่ายเพลงยินยอม แอปเปิลก็ยินดี"อย่างยิ่ง"ที่จะทำตาม "DRM ไม่ได้ผลหรือบางทีอาจไม่เคยได้ผลเลย ในการลดการละเมิดลิขสิทธิ์" จ็อบส์เขียนไว้บนเว็บไซต์ของแอปเปิล โดยระบุว่าเพลงออนไลน์ที่มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ DRM ที่ถูกจำหน่ายไปในปีที่แล้วมีจำนวนน้อยกว่า 2,000 ล้านเพลง เทียบกับการจำหน่ายแผ่นซีดีที่สามารถจำหน่ายได้มากถึง 2 หมื่นล้านเพลง ซึ่งเพลงในแผ่นซีดีเหล่านี้ ผู้บริโภคสามารถคัดลอกไปไว้ในคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลอื่นๆได้อย่างอิสระ ข้อมูลเหล่านี้จึงแสดงให้เห็นถึงสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจการขายเพลงออนไลน์ไม่เติบโตเท่าที่ควร การสำรวจประจำปี 2006 พบว่าไอจูนส์สามารถจำหน่ายเพลงออนไลน์โดยเฉลี่ยเพียง 22 เพลงต่อไอพ็อดหนึ่งเครื่องเท่านั้น ขณะที่ไอพ็อดสามารถเก็บเพลงได้มากกว่า 1,000 เพลง "ตัวเลขนี้ทำให้เราเห็นว่า กว่า 97 เปอร์เซ็นต์ของเพลงที่อยู่บนไอพ็อดขณะนี้ไม่ใช่เพลงที่มาจากร้านไอจูนส์ เห็นชัดเจนว่าแอปเปิ้ลไม่ได้ผูกขาดตลาดแต่อย่างใด" จ็อบส์กล่าว บนเว็บไซต์ จ็อบส์โพสต์ข้อความเรียกร้องให้ค่ายเพลงเปิดเสรีให้ผู้บริโภคมีอิสระเต็มที่ในการเล่นไฟล์เพลงที่ซื้อจากร้านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกลงคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเพลง MP3 ทุกชนิดที่มีหลากหลายในท้องตลาด มีการกล่าวถึงการเรียกร้องให้ค่ายเพลงยกเลิกคำสั่งที่ให้แอปเปิล ไมโครซอฟท์ โซนี่ และผู้จำหน่ายเครื่องเล่นเพลง MP3 รายอื่นๆในตลาด ต้องจำหน่ายเพลงแก่ผู้ใช้เครื่องเล่นเพลงของบริษัทตัวเองเท่านั้น โดยจ็อบส์ระบุว่า แอปเปิลยินดีอย่างยิ่งที่จะปลดล็อกเพลงในไอจูนส์ ให้ผู้ซื้อเพลงสามารถนำเพลงไปฟังบนเครื่องเล่นของค่ายคู่แข่งได้ เทคโนโลยี DRM (Digital Rights Management) เป็นซอฟต์แวร์ป้องกันการคัดลอกที่บริษัทค่ายเพลงหวังพึ่งพาให้เป็นตัวช่วยในการเพิ่มยอดขายเพลง ด้วยความเชื่อว่าเมื่อผู้บริโภคไม่สามารถคัดลอกไฟล์เพลงก็จะหันมาซื้อเพลงที่ถูกลิขสิทธิ์ โดย DRM ในไอจูนส์และไอพ็อดของแอปเปิลนั้นรู้จักกันในนาม "แฟร์เพลย์(FairPlay)" เป็นเทคโนโลยีที่ป้องกันไม่ใช้ผู้ซื้อเพลงจากร้านอื่นที่ไม่ใช่ไอจูนส์สามารถนำเพลงไปฟังบนเครื่องเล่นไอพ็อดได้ จ็อบส์เคยกล่าวถึงแฟร์เพลย์ว่าแอปเปิลนั้นไม่เห็นด้วยที่จะเปิดเผยเทคโนโลยีนี้แก่ค่ายคู่แข่ง เพื่อเปิดเสรีให้ไอจูนส์ให้สามารถใช้งานกับเครื่องเล่นเพลงค่ายอื่นๆตามที่อียูออกคำสั่ง เนื่องจากหากเทคโนโลยีแฟร์เพลย์แพร่หลายมากเข้า ก็จะทำให้แฮกเกอร์ตัวร้ายสามารถไขรหัสตามใจชอบได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จจาก eMusic ซึ่งเป็นร้านค้าเพลงออนไลน์โดยไม่มีระบบป้องกันด้านลิขสิทธิ์ใด ๆ และมีเพลงให้บริการอยู่บนเว็บไซต์กว่า 2 ล้านเพลงจากศิลปินอิสระที่ยอมรับนโยบายดังกล่าว รวมถึงค่ายอีเอ็มไอที่เริ่มทดลองนำเพลงเก่า ๆ ของศิลปินมาขายแบบไม่ติดตั้งระบบป้องกันด้วย จีน เมเยอร์ โฆษกของอีเอ็มไอกล่าวว่า "ฟีดแบ็กที่ได้รับค่อนข้างน่าพอใจ" คัดลอกข่าวมาจาก ผู้จัดการออนไลน์ "manager.co.th"

สรุปข่าวแอปเปิล สัปดาห์สุดท้ายเดือน ม.ค. 07

Thu, 2007-02-01 - 18:14
ค่าปรับจากแอปเปิล ทำกำไรครีเอทีฟโต ผู้จัดการ - ครีเอทีฟเทคโนโลยีประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสตุลาคม-ธันวาคมปี 2006 ที่ผ่านมา เป็นไปตามความคาดหมาย ครีเอทีฟรอดพ้นจากภาวะขาดทุนที่เคยประสบในไตรมาสก่อนหน้า เพราะเงินจำนวนกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯที่แอปเปิลยินยอมจ่ายให้เป็นค่าลิขสิทธิเทคโนโลยี หลังจากประกาศยอมความในคดีที่ครีเอทีฟเปิดฉากฟ้องร้องแอปเปิลในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว กำไรตลอดไตรมาสล่าสุดของครีเอทีฟมีมูลค่าทั้งสิ้นราว 92.12 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.15 พันล้านบาท) พลิกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือจากที่เคยขาดทุนราว 21 ล้านเหรียญในไตรมาสก่อนหน้า (กรกฎาคมถึงกันยายน) โดยตัวเลขกำไร 92.12 ล้านเหรียญนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเป็นรายได้จากการรับเงินค่าลิขสิทธิ์เทคโนโลยีจากแอปเปิลจำนวน 80.9-96 ล้านเหรียญ ไตรมาสนี้กำไรของครีเอทีฟจึงเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้าถึง 10 เท่าตัว ซึ่งครั้งนั้นครีเอทีฟสามารถทำได้ 8.21 ล้านเหรียญเท่านั้น รายรับรวมตลอดไตรมาสของครีเอทีฟ (รวมเงินที่ได้จากแอปเปิล) มีมูลค่า 424.36 ล้านเหรียญ ส่งให้ไตรมาสนี้ครีเอทีฟมีการเติบโตเป็นสัดส่วน 76% จากไตรมาสก่อนหน้า และยังทำให้อัตราการเติบโตเฉลี่ยของครีเอทีฟเพิ่มขึ้นเป็น 8.6% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ครีเอทีฟยืนยันว่าผลประกอบการที่ดีขึ้นไม่ได้เป็นเพราะเงินค่ายอมความจากแอปเปิลอย่างเดียว โดยยอดขายผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลง MP3 แบรนด์"เซน" (ZEN) นั้นได้รับความนิยมมากในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี ส่งให้กำไรในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นมากว่า 20% บนยอดจำหน่าย 2.5 ล้านเครื่อง ยุโรปกดดันแอปเปิ้ล ปลดล็อกไอพ็อด-ไอจูนส์ ผู้จัดการ - กลุ่มผู้บริโภคชาวยุโรปส่งสัญญาณประท้วงแอปเปิ้ล หวังกดดันให้ปลดล็อกเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล "ไอพ็อด" และร้านค้าเพลงออนไลน์ "ไอจูนส์" ให้สามารถใช้งานร่วมกับบริการจากค่ายอื่น ๆ ได้ โดยขณะนี้มีการเจรจากันระหว่างองค์กรเพื่อผู้บริโภคในหลายประเทศ เพื่อขอความร่วมมือกดดันแอปเปิ้ลด้วย การส่งสัญญาณต่อต้านครั้งนี้มีขึ้นในเยอรมนี ฝรั่งเศส นอร์เวย์ และฟินแลนด์ ซึ่งคาเทีย มาโรคา ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแห่งองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคของเยอรมนีกล่วว่า "การเคลื่อนไหวของผู้บริโภคพร้อม ๆ กันในครั้งนี้เป็นการต่อต้านนโยบายของแอปเปิ้ลที่เปรียบเหมือนการริดรอนสิทธิ์ผู้ซื้อไอพ็อดให้ใช้กับร้านค้าเพลงออนไลน์ไอจูนส์แต่เพียงรายเดียว ซึ่งเชื่อว่าการปฏิบัติการดังกล่าวจะสามารถกดดันแอปเปิ้ลได้อย่างมาก และอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายของบริษัทได้ด้วย" นอกจากนั้น ทางกลุ่มยังได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในสวีเดน เดนมาร์ก และอังกฤษ เพื่อขอความร่วมมือในการกดดันแอปเปิ้ล และสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในกลุ่มสหภาพยุโรปด้วย วัตถุประสงค์ที่ทางกลุ่มต้องการเป็นอันดับแรกคือ ต้องการให้ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้แม้ต่างแพลตฟอร์ม ยกตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคในปัจจุบัน ซื้อเพลงจากไอจูนส์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถนำไปเล่นบนเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่ตนเองมีได้ เพราะระบบกำหนดไว้ว่า ต้องเล่นกับไอพ็อดเท่านั้น ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งต้องเสียเวลาในการแปลงไฟล์ให้มีฟอร์แมตตรงตามที่ต้องการ ขณะที่ผู้บริโภคอีกส่วนหนึ่งตัดปัญหาด้วยการซื้อเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดแทนเสียเลย โตชิบารุก "NAND Flash 2GB" รับยุคไอโฟน ผู้จัดการ - โตชิบาประกาศกำหนดการวางจำหน่ายชิปหน่วยความจำ NAND Flash (แนนแฟลช) เมมโมรี่ขนาด 2GB รุ่นแรกในเดือนมีนาคมนี้ ตรงกับกำหนดการของคู่แข่งรายสำคัญอย่างซัมซุง โดยจะเริ่มเปิดสายผลิตแบบเต็มที่ในเดือนเมษายน ขณะที่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกต นี่คือการเคลื่อนไหวที่บ่งชี้ว่าทั้งโตชิบาและซัมซุงต่างเชื่อมั่นว่าความต้องการในตลาดจะเติบโตขึ้นอีกหลังจากแอปเปิลเปิดตัวโทรศัพท์มือถือฟังเพลงอัจฉริยะความจุมหาศาล "ไอโฟน" โตชิบา (Toshiba) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำแนนแฟลชเมมโมรี่ อันดับสองของโลกรองจากซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) เปิดเผยว่าชิปแนนแฟลชเมมโมรี่ขนาด 2GB รุ่นแรกของค่ายที่จะเปิดตัวในเดือนมีนาคมนี้ จะใช้เทคโนโลยีการผลิต 56 นาโนเมตร เล็กกว่าเทคโนโลยีการผลิตเดิมคือ 60-70 นาโนเมตร ซึ่งจะทำให้ชิปมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่มีขนาดเล็กและราคาต่ำลง โดยมีแผนจะส่งชิปออกวางจำหน่าย 3 แสนชิ้นต่อเดือนภายในเมษายนนี้ นอกจากนี้โตชิบายังระบุด้วยว่า จะเริ่มผลิตชิปแนนแฟลชเมมโมรี่ขนาด 1GB ด้วยเทคโนโลยี 56 นาโนเมตรในปลายเดือนมกราคม นักวิเคราะห์เชื่อว่าสาเหตุที่ทั้งโตชิบาและซัมซุงเริ่มเปิดเกมจำหน่ายชิปหน่วยความจำสำหรับโทรศัพท์มือถือที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมในช่วงนี้ เป็นเพราะทั้งสองกำลังพยายามตอบความต้องการของผู้บริโภคที่เชื่อว่าจะถูกปลุกปั่นหลังการเปิดตัว "ไอโฟน (iPhone)" โทรศัพท์มือถือฟังเพลงของแอปเปิล ที่คาดว่าจะมาพร้อมแนนแฟลชขนาดสูงถึง 4 หรือ 8GB

แอปเปิ้ลใส่สีให้ iPod shuffle

Tue, 2007-01-30 - 23:14
วันอังคาร (30 ม.ค.) แอปเปิลทำการเติมสีสันให้กับ iPod shuffle โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี คือ ฟ้า, ชมพู, เขียว, ส้ม และสีเงินต้นตำรับ โดยก่อนหน้านี้มีแต่เฉพาะสีเงินอย่างเดียว โดย iPod shuffle สีสันรุ่นนี้ มีความจุขนาด 1GB ตั้งราคาไว้ที่ 79 เหรียญสหรัฐ iPod shuffle รุ่นล่าสุดสามารถใช้ติดต่อกันได้นาน 12 ชั่วโมง เชื่อมต่อกับโปรแกรม iTunes ได้ทั้งเครื่อง PC และ Mac โดยสามารถตั้งระบบ AutoFill ที่ทำการอัพเดทเพลงแบบอัตโนมัติระหว่าง iTunes library และ iPod shuflle คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้ดีคือ Mac OS X v10.3.9 ขึ้นไป iTunes 7.0.2 ขึ้นไป Windows 2000 (Service Pack 4) หรือ XP Home หรือ Professional (Service Pack 2) และช่องสำหรับเสียบ USB เวอร์ชั่น 2 ที่มา: playlistmag โดยก่อนหน้านี้ Apple ได้ทำการอัพเดทโปรแกรมต่างๆ ดังนี้ - iChat Update 1.0 (Univsersal, PowerPC) - Xserve RAID Admin Tools 1.5.1 - Security Update 2007-001 (Universal, Panther) - AirPort Extreme Update 2007-01 ที่มา: apple.com/support/download

MacWorld 2007 กับ iPhone, Apple TV, Airport Extreme

Thu, 2007-01-11 - 05:58
และแล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงครับ กับ MacWorld 2007 และ Product ใหม่ๆ จาก Apple ครับ และหลังจากที่พูดถึงกันมาพักใหญ่ๆ แล้ว เมื่อคืนนี้ Steve Jobs ก็ได้เปิดตัว iPhone ออกมาแล้วครับ โทรศัพท์ iPod, PDA นอกจากนี้ยังมี Apple TV และ Airport Extreme ที่รองรับ 802.11n (108 Mbps) แล้ว ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมดูครับ
"appletv"
Steve Jobs เปิดตัว Product ใหม่ชิ้นแรก คือ Apple TV Apple TV ทำงานอย่างไร - Download movies, TV shows and more from iTunes. - Sync wirelessly from your Mac or PC. - Watch everything on your widescreen TV. สามารถต่อพ่วงเข้า TV ของคุณได้เลย มีพอร์ท HDMI และ Component มาให้เลย ชิ้นต่อมาครับ หลายๆ คนรอคอย กับ iPhone
"iphone"
กับเสียงแซวตอนเขียนเรื่องนี้อยู่ว่า Samsung, Sony และยี่ห้ออื่นเค้าออกมาตั้งนานแล้ว ก็ได้แต่นึกในใจครับ ช่วยลงจากโพเดียมไปอ่าน Spec ดูสักนิดดีไหมครับ Apple iPhone โทรศัพท์มือถือ iPod PDA หรือจะเป็นอื่นๆ ก็ตาม ถูกจับยัดลงมาในโทรศัพท์เครื่องเดียว ใช้ระบบปฏิบัติการ OS X iPhone โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกของ Apple ที่นอกจากจะใช้งานเหมือนโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไปได้แล้ว ยังมีการรวมฟังก์ชั่นความสามารถของเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล iPod ที่จะเหนือกว่า iPod รุ่นทั่วๆ ไปตรงที่จอภาพของ iPhone จะเป็นแบบ wide screen และนอกจากนี้ จะสามารถใช้เชื่อมต่อเล่นอินเตอร์เน็ต และใช้งานอีเมล์ได้ ซึ่งการใช้งานทุกอย่างนั้นจะถูกสั่ง และป้อนข้อมูลผ่านทางหน้าจอสัมผัสทั้งหมด โดย Apple จะทำการส่ง iPhone ออกจำหน่ายในสหรัฐฯได้ในช่วงเดือนมิถุนายนปีนี้, ตามด้วยตลาดยุโรปในช่วงสิ้นปีนี้ และสำหรับตลาดเอเซียนั้น คาดว่าจะสามารถส่งจำหน่ายได้จริงในช่วงปี 2008 เป็นต้นไป ซึ่งราคาจำหน่ายของ iPhone รุ่น 8GB นั้นจะอยู่ที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐฯ และรุ่น 4GB นั้นจะอยู่ที่ 499ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะสามารถใช้งานร่วมกับทั้งคอมพิวเตอร์ PC และ Mac ได้ ชิ้นถัดไปเป็น Airport Extreme ครับ ซึ่งจะรองรับ Wi-Fi 802.11n แล้ว
"airport
และ Jobs ก็ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Apple Computer Inc. เป็น Apple Inc. ด้วยครับ เพื่อลงลุยตลาด Digital อื่นๆ เพิ่มเติมแน่นอน นี่เป็นรายละเอียดคร่าวๆ ครับ คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Apple.com link ที่เกี่ยวข้อง : http://www.apple.com/iphone http://www.apple.com/appletv http://www.apple.com/airportextreme/ ขอบคุณข่าวจาก Freemac.net

สรุปข่าว Apple ช่วงเดือนสุดท้ายปี 2006

Sat, 2006-12-30 - 22:40
เนื่องจากไม่ได้ทำการอัพเดทข่าวสารมาเดือนกว่า ตั้งแต่กลางเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม 2006 เลยขอใช้เวลาช่วงสุดท้ายสรุปข่าวในช่วงเวลาที่่ผ่านมาเลยละกัน 2006-11-16 Apple Remote Desktop 3.1 แก้ไข AppliScript แอปเปิ้ลออกตัวอัพเดทสำหรับ Remote Desktop 3.1 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่สำหรับการทำงานในการควบคุมระบบเวิร์กสเตชั่น โดยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของแอปเปิ้ล โดยจะต้องเลือกว่าจะอัพเดทให้กับเครื่อง Client หรือเครื่อง Admin อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Apple's Web site ระบบปฏิบัติการที่รองรับคือ Mac OS X v10.3.9 หรือสูงกว่า และ Remote Desktop 3.0 อ้างอิง: macworld.com 2006-11-28 Apple เปิดตัวโฆษณา Get A Mac ชุดล่าสุด ในช่วงจับจ่ายใช้สอยช่วงปลายปี แอปเปิ้ลได้เปิดตัวโฆษณาชุด Get a Mac อีก 3 ชิ้น เพื่อโฆษณาทางทีวี โดยโฆษณาทั้ง 3 ชิ้นมีหัวข้อดังนี้ Gift Exchange, Sales Pitch และ Meant of Work โดยสามารถดูโฆษณาล่าสุดได้จากเว็บไซต์แอปเปิ้ล อ้างอิง: macworld.com 2006-11-28 Apple อัพเดท Mac OS X Security Update ให้ผู้ใช้งานอัพเดท Security Update 2006-007 โดยอัพเดทการทำงานตั้งแต่ AirPort ถึง PHP การอัพเดทครั้งนี้แก้ไขปัญหาในเรื่องไดรเวอร์ AirPort wireless โดยแนะนำให้กับผู้ใช้ eMac, iBook, iMac, PowerBook G3, PowerBook G4 และ Power Mac G4 ที่ติดตั้งมาพร้อมกับ AirPort card แต่การอัพเดทครั้งนี้ไม่มีผลกับ AirPort Extreme card นอกจากนี้ยังอัพเดทเกี่ยวกับ ATS; CFNetwork; Finder; Font Book; Font Importer: Installer; OpenSSL; PHP; PPP; Samba; Security Framework; VPN; WebKit; gnuzip; และ perl โดยสามารถอัพเดทได้ผ่านทางโปรแกรม Software Update ใน Mac OS X หรือจากเว็บไซต์ของแอปเปิ้ล อ้างอิง: macworld.com 2006-12-13 Apple ทำการอัพเดท AirPort อัพเดท AirPort, wireless networking system โดย AirPort Update 2006-002 โดยแนะนำให้ผู้ใช้งาน MacBook Pro (15 นิ้ว Core 2 Duo), MacBook Pro (17 นิ้ว Core 2 Duo) และ MacBook (13 นิ้ว Core 2 Duo) โดยผู้ใช้สามารถอัพเดทได้ผ่านทาง Software Update และเว็บไซต์ของแอปเปิ้ล อ้างอิง: macworld.com 2006-12-14 Loop Music สำหรับ Apple คอลเลคชั่นล่าสุด Big Fish Audio ทำการเปิดตัวชุดเสียงเพลง music loop สำหรับใช้งานร่วมกับโปรแกรมของ Apple ทั้ง GarageBand และ Logic โดยมีการปล่อยออกมาครั้งนี้ 2 ชุด ชุดแรก "Deep Dub Rising" โดยภายในก็ประกอบด้วย Caribbean stell pans, undulating Delhi tabla patterns, Djembe, Doumbek, Tabla, Tonbak, Sitar, Darbouka, Ghaval, Kpanlogo, Talking Drums, Sabar และ Afro-Caribbean guitars. โดยมีความจุรวม 4.35GB มีไฟล์มากกว่า 960 ไฟล์เสียง และ 31 ชุดเพลงแนะนำ โดย "Deep Dub Rising" สนนราคา 99.95 เหรียญสหรัฐ ส่วนชุดที่สอง "Loopalicious RnB Volume 2" โดยชุดนี้เป็นชุดต่อเติมจากชุดแรก (Volume 1) โดยชุดนี้มีขนาดความจุ 1.56GB มีไฟล์ 863 ไฟล์ 18 ชุดเพลงแนะนำ และ "Loopalicious RnB Volume 2." สนนราคาเพียง 49.95 เหรียญสหรัฐ อ้างอิง: macworld.com 2006-12-19 Security update แก้ปัญหา Quartz Composer, Java QuickTime แอปเปิ้ลทำการอัพเดท Security Update 2006-008 สำหรับ Mac OS X v10.4.8 โดยให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดได้ผ่านทางเว็บไซต์ของแอปเปิ้ล โดยการอัพเดทครั้งนี้แก้ไขเรื่อง Quartz Composet และ QuickTIme for Java อ้างอิง: macworld.com รายการอัพเดทอื่นๆ - Xsan 1.4.1 Filesystem Update The Xsan 1.4.1 update addresses numerous issues related to overall reliability, usability and compatibility. - Xsan 1.4.1 Admin Update The Xsan 1.4.1 update delivers overall improved reliability for remotely administering, configuring and maintaining Xsan deployments. - Aperture 1.5.2 Update Aperture 1.5.2 addresses issues related to overall reliability and performance. - iPod shuffle Reset Utility 1.0.1 for Mac and Windows The iPod shuffle Reset Utility restores First Generation iPod shuffle. ขอบคุณ Macworld.com และ Apple.com

6 สายการบินยักษ์ใหญ่เจรจาแอปเปิ้ลหนุนไอพ็อด

Fri, 2006-11-17 - 01:10

แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์เปิดเจรจากับสายการบินยักษ์ใหญ่ระดับโลก 6 แห่งให้ผู้โดยสารสามารถฟังเพลง หรือเปิดคลิปวิดีโอจากเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อด (iPod) ได้ระหว่างเดินทาง คาดเริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี 2007 สายการบินที่ร่วมเจรจาด้วยในครั้งนี้ได้แก่ สายการบินแอร์ ฟรานซ์, คอนติเนนทัล แอร์ไลน์, เดลต้า แอร์ไลน์, อิมิเรตส์ เคแอลเอ็ม และยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ซึ่งจะติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นไอพ็อดไว้ที่เก้าอี้นั่ง เพื่อโหลดคอนเทนต์ต่าง ๆ ในไอพ็อดมารับชมได้ทางหน้าจอของผู้โดยสาร และยังสามารถชาร์จไฟให้กับไอพ็อดได้ด้วย การขยายช่องทางและรูปแบบการใช้งานไอพ็อดของแอบเปิ้ลในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความแปลกใหม่ให้วงการแล้ว ยังเป็นการส่งสาส์นท้าทายคู่แข่งรายใหม่อย่าง Zune จากไมโครซอฟท์ได้เป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้ เครื่องเล่นเพลงไอพ็อดก็เคยได้รับความนิยมในวงการรถยนต์และมีอุปกรณ์เชื่อมต ่อจำนวนมากออกมารองรับแล้วด้วยเช่นกัน จวบจนถึงทุกวันนี้ แอปเปิ้ลเปิดเผยว่า บริษัทสามารถขายไอพ็อดได้แล้วไม่ต่ำกว่า 70 ล้านเครื่องและขายเพลงผ่านทางเว็บไซต์ไอจูนส์ได้มากกว่า 1,500 ล้านเพลง ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการ "manager"

MacBook อัพเดท Core 2 Duo ตาม MacBook Pro

Wed, 2006-11-15 - 20:04

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8.11.2006) แอปเปิ้ลได้ทำการอัพเดทคอมพิวเตอร์พกพารุ่นเล็ก MacBook มาใช้ Intel Core 2 Duo โดยความเร็วของ CPU อยู่ที่ 1.83 และ 2.0GHz ตามลำดับ ส่วนราคานั้นตั้งแต่ 1,099 ถึง 1,299 เหรียญ และสำหรับรุ่นสีดำความเร็ว CUP 2.0GHz ราคา 1,499 เหรียญ โดยทางแอปเปิ้ลให้ข้อมูลว่า MacBook รุ่นใหม่นี้จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 25 % โดยการใช้งานโปรแกรมพื้นฐาน iLife 06 เร็วขึ้น เช่น iPhoto เร็วขึ้น 18 % จาก MacBook รุ่นก่อน, iMovie เร็วขึ้น 20 % และ iWeb เร็วขึ้น 27 % สำหรับ MacBook รุ่นใหม่ทั้งสามสเป็คมาพร้อมกับจอภาพแบบ widescreen 1280 x 800 pixel front side bus 667MHz, กราฟิคการ์ดของ Intel GMA 950 มี iSign มาพร้อมกับเครื่อง ช่องสัญญาณแบบ Gigabit มี Airport Extream (IEEE 802.11g) และ Bluetooth 2.0+EDR, USB 2 ช่อง FireWire 400 1 ช่อง, mini-DVI สำหรับต่อจอภายนอก, Apple Remote และสเป็คอื่นๆ ของรุ่น 1.83GHz แรม 512MB ฮาร์ดดิส 60GB DVD-Combo (DVD-ROM/CD-RW) รุ่น 2.0GHz แรม 1GB (ทุกรุ่นสามารถอัพเดทได้ถึง 2GB) รุ่นสีขาวฮาร์ดดิส 80GB SuperDrive 6x รุ่นสีดำฮาร์ดดิส 120GB SuperDrive double-layer เช่นกัน ข้อมูลจาก MacWorld "MacWorld

แอปเปิ้ลส่ง iPod nano RED 8GB สู่ตลาด

Wed, 2006-11-15 - 19:50
จากที่เคยส่ง iPod nano RED รุ่น 4GB มาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ (3 พ.ย. 2006) แอปเปิ้ลได้ฤกษ์ เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าด้วยการเพิ่ม iPod nano RED รุ่น 8GB เข้ามาสู่ตลาด โดยราคาของรุ่น 4GB อยู่ที่ 199 เหรียญ และรุ่น 8GB อยู่ที่ 249 เหรียญ โดยทุกเครื่องแอปเปิ้ลจะนำเงินเครื่องละ 10 เหรียญ มอบให้กับกองทุน (PRODUCT) RED ข่าวจาก playlistmag.com

อัพเดท MacBook Pro เป็น Core 2 Duo

Wed, 2006-11-15 - 19:43
วันที่ 24 ต.ค. แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ อัพเดทคอมพิวเตอร์พกพารุ่นใหญ่ เปลี่ยน Processer เป็น Intel Core 2 Duo โดยรุ่นใหม่จะมาพร้อมกัน RAM จำนวนมาก พร้อมกับฮาร์ดดิสเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อม FireWire 800 แอปเปิ้ลให้ข่าวว่า MacBook Pro รุ่นใหม่ที่ใช้ Core 2 Duo จะทำความเร็วได้เพิ่มขึ้น 39 % เมื่อเทียบกับ MacBook และเร็วขึ้น 7 เท่าเมื่อเทียบกับ PowerBook 1.67GHz และจากความเร็วที่ว่าทำให้การทำงานเกี่ยวกับการ render และ encoding เกี่ยวกับงาน DV เร็วขึ้น 39 % และ Aperture เร็วขึ้น 25 % โดยอุปกรณ์พื้นฐานที่มาพร้อมกับ MacBook Pro รุ่นใหม่ คือเพิ่มแรมมาตรฐานจากเดิม 512MB เป็น 1GB สำหรับรุ่น 15 นิ้วรุ่นต่ำ และ 2GB สำหรับ 15 นิ้วรุ่นสูง รวมทั้งรุ่น 17 นิ้ว โดยทั้งหมดสามารถเพิ่มได้ถึง 3GB ฮาร์ดดิสรุ่นใหม่มีขนาด 120GB และ 160GB และยังสามารถสั่งขนาด 200GB ได้ด้วย อุปกรณ์อื่นๆ กราฟิคการ์ด ATI Mobility Radeon X1600 เพิ่มความจุขึ้นเป็น 256MB dedicated GDDR3 graphic memory, SuperDrive dual-layer, ช่อง Ethernet แบบ 10/100/1000 BAST-T Gigabit พร้อม Airport Extream และ Bluetooth 2.0+EDR, FireWire 800 และ 400, ExpressCard/34, DVI video output สามารถต่อกับจอภาพ Apple Cinema HD Display โดยราคาของ MacBook Pro รุ่นใหม่นี้เริ่มต้นที่ 1,999 เหรียญ (15 นิ้วรุ่นต่ำ 2.16GHz) และ 2,499 เหรียญ (15 นิ้วรุ่นสูง 2.33GHz) ถึง 2,799 เหรียญ (17 นิ้ว 2.33Ghz) ข้อมูลจาก Macworld "

iPod nano (PRODUCT) RED

Wed, 2006-11-15 - 19:17
iPod nano สีแดงจะมีความจุ 4 GB และไม่มีใช่รุ่นพิเศษจากทางวง U2 แต่อย่างใดทำให้ไม่มีการสลักหลังลายเซ็นสมาชิกวง U2 สำหรับราคาวางจำหน่ายคือ $199 สำหรับในรายการ Oprah คุณป้าเจ้าของรายการก็ใจบุญซื้อ Red iPod nano รุ่นนี้ไปถึง 10 เครื่องเป็นการประเดิม ไม่รู้ว่าจะมีการนำรุ่นนี้เข้ามาขายในประเทศไทยหรือไม่แต่อย่างใด (ถ้าเข้ามาก็ดีซื้อเครื่องแถมได้บุญด้วย...) Project Red เป็นโครงการที่คิดขึ้นโดย Bono และ Bobby Shriver ซึ่งมีวัตถุประสงค์นำเงินจากการขายสินค้าที่เข้าร่วมโครงการไปช่วยเหลือธิผู ้หญิงและเด็กที่ติดเชื้อ HIV ในทวีปแอฟริกา โดยมีสินค้าเข้าร่วมโครงการนี้มากมายหลายยี่ห้อด้วยกัน อาทิ โทรศัพท์โมโตโรล่าสีแดง, บัตรอเมริกัน เอ็กเพรสสีแดง, ผลิตภัณฑ์อาร์มานี่, ผลิตภัณฑ์คอนเวิร์ส เป็นต้น สังเกตสินค้าที่เข้าร่วมโครงการได้จากสัญลักษณ์ (PRODUCT) RED จากสินค้าที่คุณเลือกซื้อ ข้อมูล : siampod.com

สรุปรายการ software update เดือน ต.ค. 2006

Wed, 2006-11-15 - 19:06
ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีรายการ software update อยู่พอสมควรเช่น Final Cut Express, DVD Studio Pro และมีโปรแกรมที่แก้ไขการใช้งานเช่น iPod shuffle Reset Utility, MacBook SMC Firmware Update และ iTunes 7.0.2 ตามรายการต่อไปนี้ Final Cut Express HD 3.5.1 (25.10.2006) iPod shuffle Reset Utility 1.0 for Windows & Mac (25.10.2006) MacBook SMC Firmware Update 1.1 (26.10.2006) DVD Studio Pro 4.1.1 (26.10.2006) iTunes 7.0.2 (31.10.2006) ข้อมูล : www.apple.com/support/downloads

Mac OS X อัพเดท 10.4.8

Thu, 2006-10-05 - 07:23
เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา Mac OS X ได้มีการอัพเดทเวอร์ชั่นเป็น 10.4.8 โดยในการอัพเดทครั้งนี้ มีให้อัพเดททั้งเครื่อง PowerPC และ Intel รวมทั้งเวอร์ชั่น Server ด้วย Mac OS X 10.4.8 Update (PPC) มีขนาด 31MB *** (เครื่องที่จะอัพเดทต้องมีเวอร์ชั่น 10.4.7 อยู่ก่อน) Mac OS X 10.4.8 Combo Update (PPC) มีขนาด 149MB *** (เครื่องที่จะอัพเดทจะมีเวอร์ชั่นระหว่าง 10.4.0-10.4.7 ก็ได้) Mac OS X 10.4.8 Update (intel) มีขนาด 206MB Mac OS X 10.4.8 Combo Update (intel) มีขนาด 294MB โดยครั้งนี้แอปเปิ้ลให้รายละเอียดสำหรับการอัพเดทครั้งนี้ว่า ทำการปรับปรุงส่วนต่างๆ เช่น - การเชื่อมต่อระบบแบบ EAP-FAST protocal - การใช้งาน Apple USB modem - การใช้งานตัวอักษรชนิด OpenType ใน Microsoft Word - การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ และ USB hub - การใช้งานกับ scanner - รองรับไฟล์ RAW - รองรับการพิมพ์เอกสารที่มีชื่อเป็นภาษาเอเชีย - ปรับปรุงการทำงานของ widget แปลภาษา - การใช้งานร่วมกับเครือข่าย broadband - อัพเดทความปลอดภัย ในวันเดียวกันนี้แอปเปิ้ลก็ได้ให้ผู้ใช้งาน 10.3.9 ได้อัพเดท Security Update 2006-006 อีกครั้ง และสำหรับผุ้ใช้งาน Aperture ก็ได้มีการอัพเดทเวอร์ชั่นเป็น 1.5 ด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จากเว็บไซต์ผู้ผลิต Apple.com/support/downloads

แอปเปิ้ลอัพเดทซอร์ฟแวร์ชุดใหญ่

Thu, 2006-10-05 - 07:15
ในช่วงระหว่างวันที่ 21-28 กันยายนที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้ออกตัวอัพเดทสำหรับโปรแกรมต่างๆ หลายโปรแกรม รวมทั้งซอร์ฟแวร์ Security Update 2006-005 (10.3.9) สำหรับโปรแกรมที่มีให้อัพเดท มีรายการดังนี้ Final Cut Pro 5.1.2 Pro Application Update 2006-02 Logic Pro Update 7.2.3 Logic Express Update 7.2.3 iTunes 7.0.1 Keynote 3.0.2 GarageBand 3.0.4 iDVD 6.0.3 iPhoto 6.0.5 iWeb 1.1.2 Pages 2.0.2 iMovie HD 6.0.3 โดยรายละเอียดสามารถเข้าไปอ่านได้จากเว็บไซต์ต้นฉบับได้ครับ ข้อมูลจาก Apple.com/support/downloads

iTunes อัพเดทเวอร์ชั่น 7.0

Thu, 2006-10-05 - 07:03
ในวันเดียวกันกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ iPod รุ่นใหม่ แอปเปิ้ลได้ทำการให้ดาวน์โหลดโปรแกรมบริการจัดการเพลงที่ดีที่สุดของแอปเปิ้ล iTunes 7 โดยในครั้งนี้ iTunes ได้อัพเดทการทำงานหลายอย่าง จนผู้ใช้งานอาจต้องปรับตัวกันอีกครั้ง มีการแบ่งหมวดหมู่ของข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น การแสดงข้อมูลอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับ iTunes และในวันเดียวกันแอปเปิ้ลได้ทำการอัพเดทเวอร์ชั่นของ QuickTime และ Frontrow (เวอร์ชั่น 7.1.3 และ 1.3 ตามลำดับ) โดยทำการอัพเดทให้สามารถทำงานร่วมกับ iTunes เวอร์ชั่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง ข้อมูลเพิ่มเติม Apple.com/iTuens

แอปเปิ้ลอัพเดท iPod ยกชุด

Thu, 2006-10-05 - 07:00
เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นอัพเดทสำหรับ iPod ทั้งชุด เริ่มตั้งแต่ iPod รุ่นใหญ่ 5G (Video) ที่มีความจุเพิ่มขึ้น โดยรุ่นล่าสุดประกอบด้วยรุ่น 30 และ 80 GB มีสองสีเช่นเดิม (ขาว/ดำ) ระยะเวลาการใช้งานสำหรับเล่นเพลงได้นานถึง 14 และ 20 ชม.ตามลำดับ ราคาที่แอปเปิ้ลกำหนดไว้คือ 249 และ 349 เหรียญสหรัฐตามลำดับ และ iPod nano รุ่นที่สอง (2G) ได้ปรับวัสดุภายนอกกลับไปใช้อลูมิเนียมเหมือนกับ iPod mini ในอดีต โดย iPod nano รุ่นใหม่นี้มีความจุดังนี้ 2GB (สีเงิน), 4GB (สีเงิน, เขียว, ฟ้า, ชมพู) และ 8GB (สีดำ) โดย iPod nano ยังคงไม่สามารถเล่นไฟล์วิดีโอได้ ราคาแต่ละรุ่นมีดังนี้ 149, 199 และ 249 เหรียญสหรัฐตามลำดับ
สุดท้าย iPod shuffle เป็นการปรับโฉมมากที่สุดในกลุ่ม iPod โดยมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมประมาณครึ่งหนึ่ง และมาพร้อมกับคลิปหนีบ ซึ่งสามารถทำให้พกพาได้สะดวกมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยดีไซน์รูปแบบใหม่ ทำให้จากเดิมสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง เปลี่ยนเป็นต้องเชื่อมต่อผ่านแท่น (USB dock) โดย iPod shuffle รุ่นใหม่นี้มีความจุอยู่ที่ 1GB และราคา 79 เหรียญสหรัฐ พร้อมกันนี้ แอปเปิ้ลได้ทำการอัพเดทข้อมูลภายใน iTunes Store (เปลี่ยนจากชื่อเดิม iTunes Music Store) โดยมีการให้บริการดาวน์โหลดภาพยนตร์เรื่องยาว โดยเบื้องต้นมีค่ายหนัง ร่วมกิจการกับแอปเปิ้ลเช่น Walt Disney Picture, Pixar, Touchstone Pictures และ Miramax โดยมีภาพยนตร์พร้อมให้ดาวน์โหลดกว่า 75 เรื่อง โดยคิดราคา 9.99 - 14.99 เหรียญ และด้วยระบบการให้บริการล่าสุด แอปเปิ้ลอธิบายว่า ระหว่างการดาวน์โหลดภาพยนตร์สามารถเล่นไปพร้อมกันๆ ได้เลย โดยไม่ต้องรอให้การดาวน์โหลดเสร็จสิ้น ข้อมูลจาก Apple.com

แอปเปิลคลอดไอแม็คพลังอินเทลรุ่นใหม่ 24 นิ้ว

Thu, 2006-09-07 - 16:47
แอปเปิลอัปเดทสายผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์แม็คอินทอช"ไอแม็ค (iMac)" ไอแม็ครุ่นใหม่ปรากฎตัวในหน้าจอใหญ่ยักษ์ 24 นิ้ว ชิปคอร์ทูดูโอ 2.16 กิกาเฮิร์ตซ์ แรงที่สุดที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ไอแม็คหัวใจอินเทล แอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer Inc.) ประกาศรายละเอียดผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์แม็คอินทอชรุ่นใหม่ที่ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์คอร์ทูดูโอ (Core 2 Duo) รุ่นล่าสุดของอินเทล (Intel) เมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาในสหรัฐฯ ชิปคอร์ทูดูโอรุ่นล่าสุดของอินเทลที่ใช้ในไอแม็ครุ่นใหม่นี้ถือเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ที่มีความเร็วสูงสุดในบรรดาชิปของอินเทลที่เคยใช้ในไอแม็คและคอมพิวเตอร์แม็คอินทอชรุ่นใด และเป็นรุ่นที่อินเทลเพิ่งทำการตลาดในช่วงไตรมาสสามของปีที่ผ่านมา สรุปแล้ว ไอแม็คมีขนาดตั้งแต่ 17, 20 และล่าสุด 24 นิ้ว ทุกรุ่นใช้ชิปตระกูลคอร์ทูดูโอของอินเทลตามนโยบายที่ซีอีโอสตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) เคยให้ไว้ ราคาไอแม็คขนาด 24 นิ้ว พร้อมชิปอินเทลคอร์ทูดูโอ 2.16 กิกาเฮิร์ตซ์อยู่ที่ประมาณ 1,999 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 8 หมื่นบาท) นอกจากนี้ แอปเปิลยังเพิ่มความเร็วให้กับแม็คมินิ (Mac mini) คอมพิวเตอร์แม็คอินทอชที่มีขนาดเคสเท่าหนังสือจำนวน 2 รุ่น โดยเปลี่ยนจากชิปซิงเกิลคอร์ธรรมดามาเป็นชิปแบบดูอัลคอร์ที่แพงและแรงกว่าเดิม แต่จะไม่เปลี่ยนแปลงราคาขาย ซึ่งจะยังคงราคาจำหน่าย 599 เหรียญและ 799 เหรียญไว้ หลายฝ่ายมองการอัปเกรดผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ว่าเป็นก้าวอีกขั้นในกลุยุทธ์การโกยส่วนแบ่งจากตลาดคอมพิวเตอร์พีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows) ของไมโครซอฟท์ (Microsoft Corp.) ซึ่งที่ผ่านมา การที่แอปเปิลหันมาคบกับอินเทล โดยยกเลิกการใช้ชิปจากไอบีเอ็ม (IBM Corp.) และฟรีสเกล (Freescale Semiconductor Inc.) ในเดือนมิถุนายน 2005 ก่อนจะออกเครื่องแม็คอินทอชทั้งเดสก์ทอปและโน้ตบุ๊กในเดือนมกราคมปี 2006 ก็ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการแทรกตัวเข้าสู่ตลาดพีซีเช่นกัน สำหรับทิศทางตลาดคอมพิวเตอร์พีซีในขณะนี้ ผู้ผลิตพีซีส่วนใหญ่กำลังหวังให้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์วิสต้า (Windows Vista) ระบบปฏิบัติการเจเนอเรชันใหม่ของไมโครซอฟท์เป็นตัวกระตุ้นยอดขายหลัก แม้ว่าไมโครซอฟท์จะเลื่อนการวางจำหน่ายมาตลอดหลังจากการเปิดให้ทดลองใช้งานตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ซึ่งระยะเวลาที่วิสต้าเป็นโรคเลื่อนถือเป็นจังหวะดีที่แอปเปิลจะฉวยไว้เพื่อทำแต้ม "ช่วงเทศกาลหยุดปลายปีน่าจะเป็นช่วงเวลาดีของแอปเปิล" ฟิลิปส์ สชิลเลอร์ (Philip Schiller) รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ทั่วโลกของแอปเปิลกล่าวทิ้งท้าย ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ CyberBiz

แอปเปิลดึงซีอีโอกูเกิลร่วมคณะกรรมการบริหาร

Mon, 2006-09-04 - 18:52
อีริค ชมิดต์ (Eric Schmidt) ซีอีโอกูเกิลคนดังข้ามห้วยไปอยู่กับค่ายแอปเปิล คอมพิวเตอร์แล้ว โดยจะเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารหลักของบริษัทร่วมกับสตีฟ จ็อบส์ คนดังแห่งวงการไอที ซึ่งหลายฝ่ายยังมองว่าการย้ายค่ายครั้งนี้ของซีอีโอเสิร์ชเอนจินชื่อดังน่าจะส่งผลดีต่อสายสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทมากกว่าผลเสีย "แอปเปิลเป็นหนึ่งในบริษัทระดับโลกที่ผมสนใจจะร่วมงานด้วยมากที่สุด การได้ร่วมงานกับสตีฟ จ็อบส์ และบอร์ดคณะผู้บริหารของแอปเปิลเพื่อร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก" ชมิดต์กล่าวหลังได้รับตำแหน่ง การย้ายบ้านครั้งนี้ของอีริค ชมิดต์มีผลให้เขากลายเป็นบอร์ดผู้บริหารของแอปเปิลคนที่ 8 โดยในจำนวนบอร์ดทั้งหมดของแอปเปิลนี้ มีนายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริการวมอยู่ด้วย ด้านสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิลก็หยอดคำหวานผ่านสื่อว่า จากผลงานอันโดดเด่นที่เขาสร้างไว้ที่กูเกิล เราทุกคนที่แอปเปิลต่างเฝ้ารอที่จะได้ร่วมงานกับอีริคอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งกูเกิลและแอปเปิลต่างก็ให้ความสำคัญที่การพัฒนานวัตกรรมเพื่ออนาคตเช่นเดียวกัน จึงเชื่อว่าประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของอีริคจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันแอปเปิลให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน อีริคเข้าร่วมงานกับกูเกิลเมื่อเดือนมีนาคม 2001 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซีอีโอของกูเกิลในเดือนสิงหาคม 2001 สำหรับประวัติการทำงานของชมิดต์ก่อนหน้าร่วมงานกับกูเกิล เขาเคยดำรงตำแหน่งซีอีโอของโนเวลล์ (1997-2001) และยังเป็นผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีของซัน ไมโครซิสเต็มส์มาก่อนด้วย โดยดูแลในส่วนของภาษาจาวา (Java) ซึ่งในระยะเริ่มแรกของการทำงาน เขาเคยเป็นนักวิจัยอยู่ที่บริษัท ซีร็อกส์มาก่อนด้วย นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับให้อีริคเป็นบุคคลที่รวยที่สุดอันดับที่ 129 ของโลก โดยมีทรัพย์สินประมาณ 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ที่สำคัญเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับตำแหน่งมหาเศรษฐีนี้จากมูลค่าหุ้นที่เขาได้รับจากการเป็นพนักงานภายในองค์กรเสียด้วย (บุคคลแรกที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าวคือ สตีฟ บอลเมอร์ ซีอีโอจากไมโครซอฟท์) และวันนี้ เขากำลังจะก้าวไปสร้างสรรค์นวัตกรรมครั้งใหม่ให้กับแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์แล้ว ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิ้ลเรียกคืนแบตฯ โน้ตบุ๊กโซนี่อีก 1.8 ล้านชิ้น

Fri, 2006-08-25 - 19:26
แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ประกาศเรียกคืนแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กของทางค่าย 1.8 ล้านชิ้นบ้างแล้ว หลังจากเดลล์คอมพิวเตอร์ได้สร้างประวัติการณ์หน้าใหม่ให้กับวงการไอทีด้วยการเรียกคืนแบตเตอรี่ 4.1 ล้านชิ้นคืนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน สิบวันหลังจากเดลล์ คอมพิวเตอร์ประกาศเรียกคืนโน้ตบุ๊กครั้งประวัติศาสตร์ มาในวันนี้ แอปเปิ้ล ค่ายผู้ผลิตเครื่องแมคอินทอชชื่อดังได้เริ่มประกาศเรียกคืนแบตเตอรี่ของทางค่ายเป็นจำนวน 1.8 ล้านชิ้นบ้างแล้ว โดยเป็นแบตเตอรี่ที่ผลิตโดยโรงงานโซนี่เช่นเดียวกับเดลล์ พร้อมระบุว่าแบตเตอรี่ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความร้อนและประกายไฟแก่คอมพิวเตอร์แลปท็อปได้ ในการประกาศเรียกคืนแบตเตอรี่ แอปเปิ้ลยังได้ระบุด้วยว่า บริษัทได้รับรายงานปัญหาความร้อนจากแบตเตอรี่แล้วจำนวน 9 รายงาน ในจำนวนนี้มี 2 กรณีที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยด้วย ส่วนกรณีอื่น ๆ มีเพียงทรัพย์สินเสียหายบางส่วน ด้านบริษัทโซนี่ อีเนอร์จี ดีไวซ์ คอร์ป (Sony Energy Devices Corp.) ผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้กับเดลล์และแอปเปิ้ลระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมาจากโลหะซึ่งมีอนุภาคเล็กมากภายในแบตเตอรี่ไปแตะเข้ากับเซลล์แบตเตอรี่ตัวอื่น ๆ เข้า ส่งผลให้เกิดการลัดวงจร พร้อมระบุว่าเป็นความเสียหายที่จัดว่าอยู่ในขั้น "มีโอกาสเกิดไม่บ่อยนัก" ด้วย สตีฟ ดาวลิง โฆษกของแอปเปิ้ลกล่าวว่า ผลจากการเรียกคืนแบตเตอรี่ครั้งนี้อาจมีค่าใช้จ่ายราว 172 - 278 ล้านเหรียญสหรัฐ และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อผลประกอบการบริษัทเช่นเดียวกับที่เดลล์เคยแถลงไว้ก่อนหน้านี้ เดลล์ คอมพิวเตอร์ประกาศเรียกคืนแบตเตอรี่ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์แลปท็อปจำนวน 4.1 ล้านชิ้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้านฮิวเล็ตต์-แพกการ์ด, เกตเวย์และเลอโนโว ซึ่งมีประวัติการใช้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊กจากโซนี่ยังคงยืนยันว่า ทางบริษัทไม่มีแผนจะเรียกคืนแบตเตอรี่เหมือนเช่นเดลล์ และแอปเปิ้ลแต่อย่างใด นอกจากนั้น ก่อนการใช้งานแบตเตอรี่ของโซนี่กับโน้ตบุ๊กค่ายเลอโนโว วิศวกรได้ทำการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย ดังนั้นทางค่ายจึงมั่นใจว่าแลปท็อปจะไม่เกิดปัญหาความร้อนสูง ริชาร์ด ซิม นักวิเคราะห์จากไอดีซีระบุว่า การเรียกคืนแบตเตอรี่ของแอปเปิ้ลในครั้งนี้มีผลกระทบต่อผู้ซื้อแลปท็อปแอปเปิ้ลมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ซื้อทั้งหมด ขณะที่การเรียกคืนแบตเตอรี่ของเดลล์นั้นกระทบต่อผู้ซื้อเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แบตเตอรี่ที่แอปเปิ้ลเรียกคืนประกอบด้วยแบตเตอรี่จากเครื่อง iBook G4 รุ่นจอ 14 นิ้ว, PowerBook G4 รุ่นจอ 12 นิ้ว, และ PowerBook G4 รุ่นจอ 15 นิ้วที่ขายในสหรัฐอเมริกาในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2003 - สิงหาคม 2006 สำหรับปัญหาความร้อนในแบตเตอรี่แล็ปท็อปครั้งนี้ของแอปเปิ้ลอาจกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรบ้างไม่มากก็น้อย เนื่องจากแอปเปิ้ลมีภาพลักษณ์ของความเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับลูกค้า และมีการแก้ไขปัญหาที่ค่อนข้างฉับไวเสมอมา ขอบคุณ ข่าวจาก MGR-CyberBiz

แอปเปิ้ลจ่าย 100 ล้านดอลล์ยุติคดีกับครีเอทีฟ

Thu, 2006-08-24 - 14:05
แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ตัดสินใจยุติคดีฟ้องร้องกับค่ายครีเอทีฟ เทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดด้วยเม็ดเงินสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว หลังทั้งสองฝ่ายเจรจายุติปัญหาครั้งนี้ลง แอปเปิ้ลจะได้รับสิทธิ์ในการใช้เทคโนโลยีของครีเอทีฟในเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดของทางค่าย ตลอดจนใช้ในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ด้วย ผลจากการเจรจาในครั้งนี้ ส่งผลให้หุ้นของครีเอทีฟเพิ่มขึ้นถึง 37 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งทางครีเอทีฟยังได้ประกาศว่าจะเริ่มผลิตอุปกรณ์เสริม (Accessories) สำหรับไอพ็อดแล้วด้วย ในส่วนนี้ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครีเอทีฟได้อีกด้วย แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ตกเป็นจำเลยในคดีฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ในเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล "เซ็น" (Zen) ของครีเอีฟ ในประเด็นเกี่ยวกับการแทร็คเพลงในเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่มีลักษณะเป็นลำดับชั้นในการเข้าถึงเพลง โดยครีเอทีฟได้ฟ้องร้องแอปเปิ้ลเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้ สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิ้ลกล่าวว่า "การยุติปัญหาฟ้องร้องครั้งนี้ช่วยลดความไม่แน่ใจที่เกิดขึ้นจากการฟ้องร้องดำเนินคดีลงได้" ปัจจุบัน แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ครองส่วนแบ่งในตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลสหรัฐอเมริกามากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โดยมีคู่แข่งอย่างครีเอทีฟ, ซัมซุง อิริเวอร์ และโซนี่คอยตามหลังอยู่ห่าง ๆ ขอบคุณ ข่าวจาก manager-cyberbiz

แอปเปิ้ลส่งแมครุ่นใหม่หัวใจอินเทล เหน็บไมโครซอฟท์เป็นแค่ตัวก็อปปี้

Wed, 2006-08-09 - 15:44
สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอแอปเปิ้ลเดินหน้าประกาศศักดาคอมพิวเตอร์ตระกูลแมค พร้อมบอกลาชิปไอบีเอ็มเต็มตัวด้วยการเปิดสองผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาพร้อมชิปจากอ ินเทล ภายใต้ชื่อรุ่น "Mac Pro" และ "Xserve" และยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักพัฒนาด้วยการพรีวิวเลพเพิร์ด ระบบปฏิบัติการแมคโอเอส เอ็กซ์ เวอร์ชันล่าสุดที่เตรียมเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปีหน้าด้วย ที่สำคัญมีการแอบจิกเพื่อนยักษ์ใหญ่ร่วมเขตเรดมอนต์ว่าใช้งบวิจัยและพัฒนา 6 พันล้านเหรียญ แต่เป็นได้แค่เครื่องก็อปปี้เทคโนโลยีของแอปเปิ้ลและกูเกิล ค ำกล่าวครั้งนี้เกิดขึ้นภายในงานสัมมนาที่จัดขึ้นของแอปเปิ้ล โดยทางบริษัทได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์แมคอินทอชสองรุ่น ได้แก่ แมคโปร (Mac Pro) สำหรับกลุ่มผู้ใช้มืออาชีพ และ Xserve เซิร์ฟเวอร์สำหรับกลุ่มธุรกิจ โดยเป็นรุ่นที่ใช้โปรเซสเซอร์จากอินเทลแทนที่ชิปพาวเวอร์พีซีจากไอบีเอ็มแล้ วอย่างเต็มตัว โดยในคอมพิวเตอร์รุ่นล่าอย่างแมคโปร (Mac Pro) นั้นเป็นคอมพิวเตอร์ที่เข้ามาแทนที่ PowerMac G5 โดยใช้ชิป "Xeon" 64 บิตรุ่นล่าสุดจากอินเทล ซึ่งทางผู้ผลิตอ้างว่าจะทำให้มีความเร็วในการทำงานเพิ่มขึ้น หน่วยความจำเพิ่มได้สูงสุด 16 กิกะไบต์ มีซูเปอร์ไดรฟ์มาให้สองตัว พร้อมสล็อตการ์ด PCI Express ทั้งสิ้น 4 สล็อต หน่วยความจำสูงสุด 2 เทราไบต์ อีกทั้งคอมพิวเตอร์ทั้งสองรุ่นใช้ชิป Xeon ดูอัลคอร์จำนวนสองตัว (Quad Xeon 64 bit) หรือเท่ากับมีไมโครโปรเซสเซอร์ 4 ตัวเลยทีเดียว แอปเปิ้ลตั้งราคาเครื่องรุ่นนี้เอาไว้ที่ 2,499 เหรียญสหรัฐ หรือถูกกว่า G5 ประมาณ 800 เหรียญสหรัฐด้วย สำหรับ Xserve นั้นใช้ชิป Xeon เช่นกัน แต่จะวางตลาดในช่วงเดือนตุลาคม ในราคา 2,999 เหรียญสหรัฐ บรรดานักวิ เคราะห์ต่างคาดการณ์กันว่า การปรับเปลี่ยนมาใช้ชิปอินเเทลอย่างเต็มตัวของแอปเปิ้ลจะช่วยผลักดันยอดขายแ ละส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกาให้เพิ่มสูงขึ้นได้ หลังจากที่มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 5 เปอร์เซ็นต์มานานหลายปี ย้อนอดีตถึ งการเปลี่ยนแปลงยี่ห้อโปรเซสเซอร์ในผลิตภัณฑ์ตระกูลแมคอินทอชจากไอบีเอ็มเป็ นอินเทล สืบเนื่องมาจากแอปเปิ้ลต้องการชิปที่ทรงพลัง ทำงานได้รวดเร็ว และประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยทางบริษัทระบุว่าชิปพาวเวอร์พีซี (ไอบีเอ็ม) ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของบริษัทได้อีกต่อไป จึงมีการเปลี่ยนมาใช้ชิปจากอินเทลแทน นอกจากนั้น ภายในงาน สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอฝีปากกล้ายังได้กล่าวถึงเพื่อนร่วมวงการอย่างไมโครซอฟท์ซึ่งมีอาณาเขต ธุรกิจอยู่ในเขตเรดมอนต์ด้วยเหมือนกันว่า "เพื่อนของเราที่อยู่ในเรดมอนต์ต้องใช้เงินถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐไปกับงบเพื่อการวิจัยและพัฒนา แต่ผลงานของพวกเขาในวันนี้ ดูแล้วไม่ต่างจากการก็อปปี้เทคโนโลยีจากกูเกิลและแอปเปิ้ลเลย ซึ่งผมคิดว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สอนให้รู้ว่า เงินไม่ใช่ทุกสิ่งเสมอไป" ไ ม่เพียงเท่านั้น สตีฟ จ็อบส์ยังได้พรีวิวระบบปฏิบัติการ แมคโอเอส เท็น (Mac OS X) เวอร์ชันใหม่ โค้ดเนม "เลพเพิร์ด" (Leopard) ด้วย โดยระบบปฏิบัติการดังกล่าวมีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฤดูใบไม้ผลิ ปี 2007 หนึ่งในความสามารถของเลพเพิร์ดที่จ็อบส์เปิดเผยแก่ผู้เข้าร่วมง านสัมมนาได้แก่ บูธ แคมป์ (Boot Camp) ซึ่งแอปเปิ้ลได้เคยส่งเวอร์ชันทดลองของบูธแคมป์ให้ได้ดาวน์โหลดกันแล้วเมื่อ เดือนเมษายนที่ผ่านมา บูธแคมป์เป็นความสามารถที่ช่วยให้ผู้ใช้แมคสามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโ ดวส์ลงในเครื่อง และสามารถสวิตช์สลับโหมดการทำงานระหว่างวินโดวส์และแมคโอเอสได้ด้วย ฟ ังก์ชันที่สองได้แก่ ไทม์แมชชีน หรือก็คือระบบแบ็คอัปอัตโนมัติที่ช่วยสำรองไฟล์เอาไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาหรือเรียกคืนข้อมูลได้ แวน บาร์คเคอร์ (Van Baker) นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์กล่าวว่า ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างแอปเปิ้ลและบริษัทคู่แข่งยักษ์ใหญ่ในเขตเดี ยวกันก็คือทีมงานแอปเปิ้ลกำลังเร่งพัฒนาในสิ่งที่พวกเขาวางแผนว่าจะทำ และทำได้สำเร็จลุล่วงเสียด้วย และพวกเขาสามารถพูดได้เต็มปากว่า นี่คือฟังก์ชันการทำงานที่คุณจะไม่ได้พบในระบบปฏิบัติการวินโดวส์เลยนั่นเอง " ประเด็นดังกล่าวมีผลมาจากตอนที่ไมโครซอฟท์เผยโฉมระบบปฏิบัติการวิน โดวส์ วิสต้าแล้วพบว่ามีฟีเจอร์บางอย่างคล้ายคลึงกันกับที่เคยมีในแมคโอเอส เวอร์ชัน ไทเกอร์ ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2005 ที่ผ่านมา เช่น Widget ในแมคอินทอช กับ Gadget ในวินโดวส์ หรือยูสเซอร์อินเทอร์เฟสบางส่วน เป็นต้น ส ำหรับประโยคปิดท้ายที่สตีฟ จ็อบส์กล่าวเกี่ยวกับลีโอพาร์ดนั้นอาจทำให้แฟนๆ ไมโครซอฟท์ต้องแสลงใจ โดยเขากล่าวว่า ฟีเจอร์อื่น ๆ ของเลพเพิร์ดนั้นยังต้องเก็บเป็นความลับอยู่ เนื่องจากไม่ต้องการให้ไมโครซอฟท์เริ่มเดินเครื่องถ่ายสำเนาเร็วเกินไป (We don/t want (Microsoft) to start their photocopiers) ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ Cyberbiz

วอร์เนอร์จับมือแอปเปิ้ลส่งซีรีย์ยาวให้ดาวน์โหลด

Sat, 2006-07-29 - 00:55
วอร์เนอร์ บราเธอร์ จับมือแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ ยกขบวนคอนเทนต์ดังอย่างซีรี่ย์  "เฟรนด์ส" (Friends), เบบีลอน 5 (Babylon 5), หรือหนังการ์ตูนมนุษย์หินฟลินท์สโตนลงจอไอพ็อดแล้ว โดยคิดค่าดาวน์โหลดเรื่องละ 1.99 เหรียญสหรัฐ และสามารถเปิดชมได้ทั้งบนไอพ็อดและคอมพิวเตอร์พีซี สำหรับไฟล์ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์เปิดให้ดาวน์โหลดนี้ถือเป็นการร่วมมือล่าสุดที่แอปเปิ้ลได้รับจากบรรดาผู้ผลิตสื่อดิจิตอลต่าง ๆ โดยก่อนหน้านี้ ไอจูนส์ (iTunes) เว็บไซต์บริการดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ก็มีรายการทีวีจากฟอกซ์, เอบีซี, เอ็นบีซี, ซีบีเอส และเอ็มทีวี เน็ตเวิร์กนับ 150 รายการให้เลือกดาวน์โหลดไปชมอยู่แล้ว การร่วมมือกันครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้กับคอนเทนต์ที่มีในมือของวอร์เนอร์บราเธอร์ออกไปสู่โลกออนไลน์ โดยมีเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่อย่างไอจูนส์ให้การสนับสนุน และถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับบริษัทอีกทางหนึ่งด้วย ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

Toast พร้อมรองรับ Blu-ray ใน Mac

Sat, 2006-07-29 - 00:41
เมื่อวันพฤหัส (27) ที่ผ่านมา Roxio ประกาศรองรับการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ Blu-ray ในโปรแกรม Toast ซึ่ง Toast เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมในการบันทึกข้อมูลลง CD และ DVD โดย Toast เวอร์ชั่นใหม่ที่รองรับ Blu-ray จะออกเวอร์ชั่นใหม่ในเร็วๆ นี้ โดยซอร์ฟแวร์จะสามารถใช้งานได้ร่วมกับแผ่นบันทึกข้อมูลที่มีขนาด 50GB โดยรองรับทั้ง BD-R (บันทึกครั้งเดียว) หรือ BD-RE (บันทึกซ้ำได้) โดยโปรแกรมดังกล่าวจะขายในไตรมาสที่ 4 "Adam Fingerman" director of product manager ของ Roxio กล่าวกับ Macworld ว่า มีหลายบริษัทที่วางแผน และพร้อมจะสร้างอุปกรณ์มาใช้งานร่วมกับโปรแกรมของ Roxio ให้ทำงานกับ Blu-ray ได้ในเวอร์ชั่นถัดไปของ Toast เวอร์ชั่นใหม่ของ Toast สามารถทำงานกับเครื่องบันทึก Blu-ray ได้จะต้องเป็น Toast Titanium เวอร์ชั่นเต็ม และไม่สามารถใช้งานได้กับแบบเวอร์ชั่น Lite ขอบคุณข่าวจาก Macworld

Apple เปิดตัวเมาส์ใหม่ล่าสุด Mighty Mouse ไร้สาย

Tue, 2006-07-25 - 22:56
เมื่อวันอังคาร (25 ก.ค.) ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้ทำการอัพเดทข้อมูลในเว็บไซต์ เกี่ยวกับเมาส์หลายปุ่มพร้อม scroll-wheel หรือ Might Mouse โดยคุณสมบัติใหม่ที่มาพร้อมกับ Mighty Mouse ไร้สายคือการเปลี่ยนจากการทำงานของแสง optical เปลี่ยนเป็นแสง laser Mighty Mouse ไร้สาย ใช้ Bluetooth 2.0 โดยออกแบบเหมือนกับตัว Mighty Mouse ต้นฉบับ แอปเปิ้ลกล่าวว่า Mighty Mouse ไร้สายใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด AA Mighty Mouse ไร้สายออกขายเริ่มต้นที่ราคา $69 ขอบคุณข่าวจาก Macworld ** เพิ่มเติม Mighty Mouse ไร้สาย ใช้ได้กับ Mac OS X เวอร์ชั่น 10.4.6 หรือสูงกว่า (แต่สำหรับ Mighty Mouse ต้นฉบับใช้กับ Mac OS X เวอร์ชั่น 10.4.2 หรือสูงกว่า หรือ Windows 2000 หรือ Windows XP)

แอปเปิลขน iMac เจาะกลุ่มนักเรียน-อาจารย์

Mon, 2006-07-10 - 16:32
แอปเปิล คอมพิวเตอร์ ประกาศว่าจะเริ่มวางตลาดคอมพิวเตอร์ iMac และจำหน่ายในราคา 899 เหรียญสหรัฐ (ราว 34,300 บาท) โดยราคาต่ำกว่ารุ่นปกติ คือ 1,299 เหรียญสหรัฐ (ราว 49,500 บาท) เจาะกลุ่มตลาดเพื่อการศึกษาสำหรับบรรดานักเรียน นักศึกษาและอาจารย์ สำหรับรายละเอียดแบบคร่าวๆ ของคอมพิวเตอร์ iMac ที่กำลังจะออกจำหน่ายนั้น มีหน้าจอแอลซีดีขนาด 17 นิ้ว ชิปประมวลผลคอร์ ดูโอ (Core Duo) 1.83GHz รุ่นล่าสุดจากอินเทล ระบบปฏิบัติการแมคอินทอช กล้อง iSight ติดตั้งในตัวเครื่อง พอร์ต USB 2.0 จำนวน 3 พอร์ต Combo Drive (DVD RW) และมัลติมีเดียแอพพลิเคชั่นสำหรับการสร้างเว็บไซต์ พ็อดแคสท์ บล็อก และรูปภาพ ทั้งนี้แอปเปิล คอมพิวเตอร์ต้องการจะให้ iMac มาแทนที่ eMac ที่มีขนาดรูปร่างใหญ่เทอะทะและใช้เทคโนโลยีรุ่นเก่า จากการที่ต้องแย่งชิงตลาดกับคู่แข่งที่สำคัญอย่าง ไอบีเอ็ม เดลล์ และฮิวเล็ตต์-แพ็คการ์ด แอปเปิลจึงมีการเสนอให้ส่วนลดสำหรับนักเรียน นักศึกษา และอาจารย์ เจาะตลาดกลุ่มการศึกษามาตั้งแต่ปี 1980 ล่าสุดแอปเปิล คอมพิวเตอร์ รายงานยอดขายของกลุ่มตลาดเพื่อการศึกษาตลอดปี 2005 ว่ามีมากถึง 12% ซึ่งแอปเปิลสามารถเจาะตลาดในโรงเรียนระดับประถม มัธยม การศึกษาขั้นสูง รวมถึงปัจเจกชนที่อยู่นอกกลุ่มทั้งหลายด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Spec ของ iMac รุ่นราคาประหยัด ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

ฝรั่งเศสผ่านร่าง กม.เปิดเสรีไอจูนส์

Thu, 2006-07-06 - 01:54
ทางการฝรั่งเศสผ่านร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการค้าเพลงดิจิตอลฉบับใหม่แล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลโดยตรงต่อแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ที่จะต้องเปิดเสรีร้านขายเพลงออนไลน์ไอจูนส์และไอพ็อดรุ่นต่อๆไปในอนาคต ให้สามารถใช้งานร่วมกับร้านขายเพลงออนไลน์และเครื่องเล่นเพลงของค่ายคู่แข่งอื่นๆได้อย่างไม่มีเงื่อนไข พระราชบัญญัติที่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมวุฒิสภาแห่งชาติฝรั่งเศสนั้นกำลังจะถูกตราเป็นบทกฏหมายที่มีผลบังคับใช้เต็มที่ในประเทศฝรั่งเศส ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามทั้งผู้ผลิตเครื่องเล่นเพลงและผู้ให้บริการดาวน์โหลดเพลง ทางการฝรั่งเศสมีสิทธิ์ชอบธรรมในการสั่งระงับไม่ให้บริษัทนั้นๆทำการค้าในประเทศฝรั่งเศส โดยคำร้องคัดค้านใดๆที่มีก่อนหน้านี้ ทางการฝรั่งเศสถือเป็นโมฆะทั้งหมด พรบ.ดังกล่าวจะมีผลใช้จริงภายใน 1 เดือนข้างหน้า ปัจจุบัน ผู้ที่ซื้อบริการออนไลน์จากไอจูนส์ (iTunes) ทั้งเพลงและคลิปวีดีโอ หากต้องการนำไฟล์คอนเทนท์ที่ดาวน์โหลดได้มาเล่นบนเครื่องเล่นเพลง MP3 พกพา จะเล่นได้เฉพาะบนไอพ็อด (iPod) เท่านั้น ไม่สามารถเล่นบนเครื่องเล่นเพลง MP3 แบรนด์อื่นได้เนื่องจากรูปแบบของไฟล์ MP3 ที่แต่ละเครื่องรองรับเป็นคนละชนิดกัน (รูปแบบไฟล์บนไอจูนส์มีชื่อว่า FairPlay) แต่จะสามารถเบิร์นไฟล์ข้อมูลลงในแผ่นซีดีเป็นไฟล์ประเภทออดิโอเพื่อเล่นบนเครื่องเล่นแผ่นซีดีทั่วไปหรือคอมพิวเตอร์กี่ครั้งก็ได้ ไม่เพียงแต่ไอจูนส์เท่านั้น บริการเพลงออนไลน์ของโซนี่ก็มีรูปแบบไฟล์เฉพาะของตัวเองเช่นกัน (ในชื่อ ATRAC3) ขณะที่คอนเทนท์จากบริการเพลงออนไลน์อื่นอย่างเช่นแนปสเตอร์ (Napster) ไม่สามารถเล่นบนไอพ็อด แต่จะสามารถเล่นบนเครื่องเล่นเพลงส่วนใหญ่ในตลาดได้ พรบ.ฉบับใหม่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้ซอฟต์แวร์แปลงไฟล์ดิจิตอลให้อยู่ในฟอร์แมตอื่นๆ เพื่อนำไปใช้เล่นบนเครื่องเล่นเพลงค่ายใดก็ได้อย่างถูกกฎหมาย แม้ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แอปเปิลจะเคยออกมาร้องเรียนความไม่เป็นธรรมของกฏหมายลิขสิทธิ์ประเทศฝรั่งเศส ว่าทางการฝรั่งเศสเป็นผู้เปิดทางให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์เสียเอง แต่ก็ไม่เป็นผลใดๆต่อเนื้อหาของพรบ.ฉบับใหม่ที่ทางการฝรั่งเศสอนุมัติอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม แม้ผลของพรบ.ฉบับใหม่ที่เกิดขึ้นจะทำให้แอปเปิลจำเป็นต้องทำให้ไอพ็อดและไอจูนส์สามารถใช้งานกับบริการเพลงออนไลน์และเครื่องเล่นเพลงของค่ายอื่นในอนาคต แต่นักวิเคราะห์ต่างมองว่าพรบ.ดังกล่าวยังมีช่องโหว่ให้แอปเปิลสามารถลดหย่อนการเปิดเสรีไอจูนส์ได้ ด้วยการทำสัญญาพิเศษเฉพาะกับศิลปินบางกลุ่มหรือค่ายเพลงบางค่าย แสดงความจำนงว่ายินยอมให้มีการขายเพลงสำหรับเครื่องเล่นไอพ็อดเท่านั้น ห้ามไม่ให้มีการแปลงไฟล์ใดๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลยหากแอปเปิลจะลงมือหาคู่สัญญา ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดกระแสว่าฝรั่งเศสสร้างพรบ.ดังกล่าวขึ้นมาเพื่อควบคุมแอปเปิลในตลาดเพลงออนไลน์ที่นับวันจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแม้เนื้อความที่ระบุในพรบ.จะไม่มีข้อความใดที่กล่าวถึงชื่อแอปเปิลหรือไอจูนส์เลย แต่เนื่องจากแอปเปิลเป็นผู้ครองสัดส่วนตลาดเพลงดิจิตอลที่ใหญ่ที่สุด แอปเปิลจึงเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนผลกระทบที่จะตกแก่โซนี คอร์ป (Sony) ซึ่งมีไฟล์เฉพาะของตัวเองเช่นกันนั้น จะไม่ร้ายแรงเท่าที่แอปเปิลจะได้รับ เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนตลาดที่แตกต่างกัน ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเห็นจากตัวแทนของโซนี่และแอปเปิล ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ CyberBiz

MTV เดินแผนสอง ขายไฟล์วีดีโอบนไอจูนส์เพิ่ม

Mon, 2006-07-03 - 08:27
รายการเพลงยอดนิยมเอ็มทีวีเน็ตเวิร์กส์ ประกาศว่าจะวางจำหน่ายไฟล์บันทึกภาพแสดงสดลิขสิทธิ์เฉพาะของตัวเองบนร้านขายเพลงออนไลน์ของแอปเปิลนาม "ไอจูนส์" เพิ่มขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่ส่งไฟล์วีดีโอของตัวเองไปฝากขายบนไอจูนส์นานระยะหนึ่งแล้ว เอ็มทีวีเน็ตเวิร์กส์ (MTV Networks) ในเครือบริษัทเวียคอม (Viacom Inc.) กล่าวว่า จากเดิมที่สาวกไอจูนส์จะสามารถซื้อไฟล์รายการที่ออกอากาศทางช่อง Spike TV, TV Land, MTV และ Logo ในราคา 1.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งตอน ล่าสุดเวียคอมจะเริ่มวางจำหน่ายไฟล์วีดีโอการ์ตูนรายการ South Park ออกอากาศทางช่อง Comedy Central บนร้านขายเพลงออนไลน์ไอจูนส์ (iTunes) ของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) เพิ่มเติม สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นก้าวอีกขั้นหนึ่งของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ในการรุกตลาดวีดีโอดิจิตอลบนโลกออนไลน์ หลังจากที่ได้ตัดสินใจวางจำหน่ายไฟล์วีดีโอรายการโทรทัศน์อย่างจริงจังเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวต่อจากการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ไอพ็อด (iPod) เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลสามารถเล่นไฟล์วีดีโอได้ ส่งให้หลายฝ่ายเชื่อว่าธุรกิจวีดีโอออนไลน์จะเป็นช่องทางใหม่ในการทำเงินให้อุตสาหกรรมบันเทิงได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
ขอบคุณ ข่าวจาก manager

Apple อัพเดทโปรแกรม iTunes และ iPod

Sun, 2006-07-02 - 09:07
แอปเปิ้ลได้ทำการอัพเดท iPod software โดยเพิ่มคุณสมบัติ ตามอ้างอิงต่อไปนี้ iPod updater 2006-06-28 ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดผ่านทาง Software Update ได้ทันที iPod Updater 2006-06-28 ประกอบด้วย iPod Software เวอร์ชั่น 1.1.2 สำหรับ iPod 5G (with video), iPod Software 1.2 สำหรับ iPod nano และ iPod Software 1.1.4 สำหรับ iPod shuffle ซ่ึ่งรองรับ iPod ทุกรุ่น ทั้งนี้ Apple ได้ทำการให้ดาวน์โหลดโปรแกรม iTunes เวอร์ชั่นใหม่ 6.0.5 ซึ่งแก้ปัญหาเกี่ยวกับ iPod nano และรองรับการทำงานร่วมกับชุดรองเท้าวิ่งของ Nike+ ขอบคุณ ข่าวจาก Macworld

QuickTime อัพเดทแก้ไขการทำงานร่วมกับ iDVD

Fri, 2006-06-30 - 00:49
เมื่อวันพุธ (28) ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดให้ผู้ใช้งาน QuickTime ได้อัพเดทเวอร์ชั่นเป็น 7.1.2 โดย QuickTime 7.1.2 นั้นสามารถดาวน์โหลดผ่านทางระบบ Software Update หรือจะดาวน์โหลดผ่านทาง เว็บไซต์ของ Apple ก็ได้ สำหรับการแก้ไขการทำงานนี้ QuickTime 7.1.2 แก้ไขการทำงานร่วมกับ iDVD โดยแอปเปิ้ลแนะนำให้ผู้ใช้ QuickTime 7 ควรจะอัพเดท โดยระบบปฏิบัติการต้องเป็น Mac OS X เวอร์ชั่น 10.3.9 ขึ้นไป ขอบคุณ ข่าวจาก Macworld

แอปเปิ้ลอัพเดท แมคโอเอสเทน 10.4.7

Wed, 2006-06-28 - 20:43

แอปเปิ้ลได้ทำการให้ผู้ใช้อัพเดทแมคโอเอสเทน 10.4.7 ในวันอังคาร (27) ที่ผ่านมา โดยในการอัพเดทครั้งนี้แบ่งเป็นทั้งแบบเครื่องที่ใช้ PowerPC และเครื่องที่ใช้ Intel

โดยข้อมูลสำหรับการอัพเดทในครั้งนี้ ในทั้งสองรุ่น (PowerPC และ Intel) แอปเปิ้ลแจ้งว่ามีการอัพเดทการทำงานในส่วนของ AFP ที่มีปัญหากับการใช้งานร่วมกับเอกสารของ Adobe และ Quark, การ mount ไฟล์ การรับส่งข้อมูลผ่าน bluetooth รวมทั้งการใช้งาน bluetooth mouse และการ sync ร่วมกับอุปกรณ์สื่อสาร

แก้ไขการทำงานเกี่ยวกับเสียง (audio playback) ใน QuickTime, iTunes, Final Cut Pro และ Soundtrack และส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ burn folder ในส่วนของผู้ใช้งาน .Mac ได้อัพเดทปัญหาการ syncing address, bookmarks, ปฏิทิน อีกด้วย

ในการอัพเดทครั้งนี้ Apple ให้ผู้ใช้งานสามารถอัพเดทแมคโอเอสเทน 10.4.7 ได้ผ่านทาง Software Update ในแมคโอเอส หรือจะดาวน์โหลดผ่านทาง Apple&39;s Web site ก็ได้

ขอบคุณ ข่าวจาก Macworld

***************
เพิ่มเติม: ข้อสังเกต ให้เลือกหมวดการอัพเดทให้ตรงกับรุ่นของเรา ว่าเป็น PowerPC หรือ Intel Processer และให้เช็คว่าเวอร์ชั่นล่าสุดในเครื่องเราเวอร์ชั่นไหน? ถ้าเป็น 10.4.6 ก็ดาวน์โหลดตัวอัพเดทมาได้ แต่ถ้าเก่ากว่า 10.4.6 (หมายถึง 10.4-10.4.5) จะต้องใช้ตัว 10.4.7Combo มาอัพเดทเท่านั้น เพราะขนาดของไฟล์อัพเดท กับไฟล์ Combo มีขนาดต่างกันพอสมควร (เช่น 64MB กับ 145MB)
***************

แอปเปิ้ลอัพเดท Aperture และโปรแกรมกลุ่ม Pro Video

Mon, 2006-06-26 - 03:26
แอปเปิ้ลทำการเปิดให้บริการอัพเดท Aperture โปรแกรมจัดการรูปภาพสำหรับมืออาชีพ และโปรแกรมในกลุ่ม Pro Video ในกลุ่ม Final Cut Studio โดยผู้ใช้สามารถอัพเดทได้ผ่านทาง Software Update หรือจะดาวน์โหลดผ่านทาง เว็บไซต์ของแอปเปิ้ล Aperture 1.1.2 เป็นเวอร์ชั่นที่เปิดให้ทำการอัพเดท โดยแอปเปิ้ลแนะนำให้ผู้ใช้ทุกคนทำการอัพเดทเวอร์ชั่นล่าสุด และแอปเปิ้ลก็แนะนำให้อัพเดท Pro Application Update 2006-01 โดยจะช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างโปรแกรม ที่ใช้ทรัพยากรร่วมกัน ในโปรแกรมของแอปเปิ้ล โดยผู้ที่จะต้องอัพเดทคือ ผู้ที่ใช้โปรแกรมเหล่านี้: - Final Cut Studio - Final Cut Pro 5.1 - Motion 2.1 - Soundtrack Pro 1.1 - DVD Studio Pro 4.1 - Shake 4.1 - LiveType 2.1 - Compressor 2.1 - Apple Qmaster 2.1 - Final Cut Express HD 3.5 ขอบคุณ ข่าวจาก Macworld

ไอจูนส์อาจให้บริการโหลดหนังสิ้นปีนี้

Tue, 2006-06-20 - 18:08

Daily Variety หนังสือพิมพ์แนวธุรกิจ รายงานว่า แอปเปิล คอมพิวเตอร์ ผู้ให้กำเนิดไอพ็อดกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับสตูดิโอที่มีชื่อหลายแห่งในฮอลลีวูดเพื่อให้บริการดาวน์โหลดภาพยนตร์จากสตูดิโอเหล่านั้นผ่านเว็บไซต์ไอจูนส์

แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยนามระบุว่า ไอจูนส์อาจจะเริ่มให้บริการดาวน์โหลดภาพยนตร์ได้ในช่วงสิ้นปีนี้ แต่สำหรับค่าใช้จ่ายการให้บริการของไอจูนส์นั้นยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

"ฝ่ายผู้ให้บริการออนไลน์ต้องการให้บริการในราคาระดับเดียวกันที่ 9.99 เหรียญสหรัฐต่อหนัง 1 เรื่อง ขณะที่บรรดาค่ายสตูดิโอต่างต้องการกำหนดช่วงราคาสำหรับการขายวิดีโอและดีวีดีในท้องตลาด และก็ทำตลาดโดยเสนอเป็นส่วนลดเพียงเล็กน้อยให้กับลูกค้า พร้อมจำหน่ายในราคา 19.99 เหรียญสหรัฐ แต่สำหรับหนังที่เพิ่งออกใหม่ก็อาจจะจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าเล็กน้อย" สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอจากแอปเปิล กล่าว

ด้านโฆษกจากแอปเปิลและบรรดาสตูดิโอยักษ์ใหญ่ทั้งหลายปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

ทั้งนี้ การให้บริการดาวน์โหลดภาพยนตร์ผ่านไอจูนส์อาจดูเหมือนเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งสำหรับการเพิ่มรายได้ให้กับค่ายสตูดิโอ ในปัจจุบันสตูดิโอทั้งหลายนี้ก็มีการให้บริการภาพยนตร์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ Movielink, CinemaNow, และ Warner Bros รวมถึงการทำข้อตกลงให้บริการผ่านเว็บไซต์ BitTorrent ไปเมื่อเร็วๆ นี้ด้วย

เนื่องจากปัจจุบันบันไอจูนส์กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดเพลงหรือรายการโทรทัศน์ จึงถูกมองว่าเป็นตลาดใหม่สำหรับการดาวน์โหลดภาพยนตร์

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

กูเกิลปรับ Google Earth ฉลองครบ 1 ขวบ

Tue, 2006-06-20 - 18:07

กูเกิลเปิดตัวบริการแผนที่ "กูเกิลเอิร์ธ" เวอร์ชันใหม่ล่าสุดตอบรับความสำเร็จยอดดาวน์โหลดทะลุหลัก 100 ล้านครั้งนับตั้งแต่เปิดตัวมาครบหนึ่งขวบปี โดยในเวอร์ชันใหม่นี้จะเพิ่มความละเอียดของแผนที่ให้มากขึ้นกว่าเดิมอีก 4 เท่า

"เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้จัดงานฉลองครบรอบ 1 ปีของกูเกิลเอิร์ธ และกูเกิลแมป API โดยในครั้งนี้เราได้เตรียมอัปเกรดบริการดังกล่าวด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดด้วย" จอห์น แฮงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายกูเกิลเอิร์ธและแผนที่กล่าว และได้เปิดเผยต่อไปอีกว่า ตลอดระยะเวลาการให้บริการ 1 ปีที่ผ่านมา มีผู้ให้ความสนใจดาวน์โหลดกูเกิลเอิร์ธไปแล้วมากกว่า 100 ล้านครั้ง และมีเว็บไซต์ที่เข้าร่วมปฏิบัติการ "ปักหมุด" ใส่ข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ลงในแผนที่ของกูเกิลแล้วถึง 30,000 แห่ง

ความละเอียดของภาพถ่ายดาวเทียมในโปรแกรมกูเกิลเอิร์ธรุ่นล่านี้จะสามารถมองเห็นถึงหลังคาบ้านของผู้ใช้ - บ้านของเพื่อนบ้านเลยทีเดียว ซึ่งภาพความละเอียดระดับดังกล่าวนี้จะมีให้บริการก่อนแค่ 1 ใน 3 ของแผนที่โลกทั้งหมด

สำหรับบริการกูเกิลแมป (Google Maps) ก็สามารถดึงดูดใจนักท่องเน็ตสหรัฐอเมริกันได้แล้ว 26 ล้านคน (ข้อมูลจากเนียลสัน-เน็ตเรทติ้งในเดือนพฤษภาคม) โดยตกเป็นรองเพียงบริการจาก Mapquest และ ยาฮู แต่ถ้าหากวัดจากอัตราการเติบโตของทราฟฟิกที่เข้ามาใช้บริการแผนที่ของกูเกิลนั้น บริการจากกูเกิลมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ขณะที่บริการ Mapquest และยาฮูนั้นเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี กูเกิลก็มีแผนจะปรับบริการกูเกิลเอิร์ธในส่วนของการใช้งานแผนที่ออนไลน์สำหรับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐ โดยจะจัดทำเป็นไลเซนต์ คาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 10,000 เหรียญสหรัฐต่อปี และจะมีทีมงานบริการหลังการขายของกูเกิลดูแลให้เป็นพิเศษด้วย

ปัจจุบัน กูเกิลเอิร์ธมีทั้งเวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการลินุกซ์ และแมคอินทอชเพื่อให้บริการได้ครอบคลุมในทุก ๆ ตลาด รวมทั้งให้บริการเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มเติมข้อมูลในแผนที่ด้วยภาพสามมิติของอาคารสถานที่ต่าง ๆ

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

ไนกี้จับมือแอปเปิล เอาใจนักวิ่งผู้รักเสียงเพลง

Mon, 2006-05-29 - 13:49

คนรักกีฬาและรักเสียงเพลงเตรียมเฮกันดังๆ เมื่อบริษัทไนกี้ ยักษ์ใหญ่อุปกรณ์กีฬาจับมือกับบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ผู้นำตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล เปิดตัวชุดสปอร์ตคิตเทคโนโลยีล่าสุด (เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา) เจาะตลาดคนรักการออกกำลังกายควบคู่กับคนรักเสียงเพลง

ไนกี้และแอปเปิลระบุว่าเทคโนโลยีล่าสุดนี้ จะทำให้คนที่สวมใส่รองเท้าไนกี้วิ่งออกกำลังกายสามารถรู้ถึงระยะทาง ความเร็ว จำนวนก้าว รวมถึงปริมาณแคลลอรีที่เผาผลาญไประหว่างการวิ่ง ผ่านทางเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลอย่างไอพอด

ทางบริษัทไนกี้ ได้ใช้รองเท้ารุ่น แอร์ ซูม มอร์ ซึ่งเป็นรองเท้าสำหรับวิ่งโดยเฉพาะ มีราคาจำหน่ายราว 100 เหรียญสหรัฐ นับเป็นรุ่นแรกที่มีเซ็นเซอร์ขนาดเล็กเท่าหมากฝรั่งติดตั้งอยู่ในรองเท้าด้วย โดยสามารถถอดตัวเซ็นเซอร์ดังกล่าวออก แล้วนำไปติดตั้งในรองเท้ารุ่นอื่นที่ถูกออกแบบมารองรับได้ด้วย

สำหรับข้อมูลต่างๆ จะตรวจจับโดยเซ็นเซอร์ดังกล่าว แล้วส่งผ่านทางระบบไร้สายเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดซึ่งเรียกว่า "ไนกี้+ไอพอด" ขณะที่ชุดสปอร์ตคิตที่มีตัวเซ็นเซอร์ขนาดเล็กสำหรับติดตั้งในรองเท้า และตัวรีซีฟเวอร์ขนาดจิ๋วที่ติดในไอพอด จะวางจำหน่ายในราคาประมาณ 29 เหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ ระบบไนกี้+ไอพอด ยังให้นักวิ่งทั้งหลายสามารถอัพโหลดข้อมูลการออกกำลังกายลงในเว็บไซต์ www.nikeplus.com ซึ่งสามารถบันทึกเป็นส่วนตัว และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดในการออกกำลังกายกับคนอื่นได้ด้วย ในงานแถลงข่าวเปิดตัวในครั้งนี้ ไนกี้ยังแขวะถึงคู่แข่งอย่างอาดิดาส เมื่อครั้งที่อาดิดาสร่วมมือกับซาโลมอน เอจี เปิดตัวรองเท้าที่ส่งข้อมูลได้ที่เรียกว่า "smart shoe" แต่ "รองเท้าชาญฉลาด" ของอาดิดาสก็ไม่สามารถส่งข้อมูลได้ขณะที่ใส่รองเท้า ต้องถอดรองเท้าก่อนถึงจะได้ข้อมูล

"เราตระหนักดีว่าการทำ รองเท้าอันชาญฉลาด ไม่ถือว่าฉลาดเพียงพอ" มาร์ค ปาร์กเกอร์ ซีอีโอของไนกี้กล่าวในงานแถลงข่าว โดยมีสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิล คอมพิวเตอร์ยืนเคียงข้าง นอกจากนี้ยังมี แลนซ์ อาร์มสตรอง แชมป์จักรยานตูร์ เดอ ฟรองค์ และพอลลา แรดคลิฟ เจ้าของสถิติโลกวิ่งมาราธอนเป็นแขกรับเชิญด้วย

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ไนกี้เคยร่วมกับฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์จากเนเธอร์แลนด์มาแล้วในปี 2545 โดยผลิตเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบพกพาที่ตรวจวัดระยะทาง และจับเวลาที่วิ่งออกกำลังกายได้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก เนื่องจากทั้งไนกี้และฟิลิปส์ ต่างมีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน

ก่อนการเปิดตัวรองเท้าพ่วงเทคโนโลยีไฮเทคในครั้งนี้ ไนกี้ได้ออกวางจำหน่ายเสื้อแจ็กเกต เสื้อเชิ้ต และกางเกงขาสั้นที่มีช่องใส่ไอพอดมาแล้ว "เราแชร์ผู้บริโภคกลุ่มเดียวกันกับแอปเปิล" เทรเวอร์ เอดเวิร์ด รองประธานฝ่ายการจัดการแบรนด์ทั่วโลกของไนกี้กล่าว "เรารู้ดีว่า ทั้งสองแบรนด์สามารถทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดี"

ไนกี้และแอปเปิลแถลงว่า ชุดสปอร์ตคิตจะมีวางจำหน่ายในร้านไนกี้และแอปเปิลในอีก 2 เดือนข้างหน้า พร้อมกับระบุว่า ร้านไนกี้จะวางจำหน่ายไอพอดนาโนด้วย แต่แอปเปิลไม่ได้วางจำหน่ายรองเท้าของไนกี้ หากจะมีมุมให้ดาวน์โหลดเพลงที่มีอยู่ในเครื่องไอพอดของนักกีฬาคนดังอย่างแลนซ์ อาร์มสตรอง

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ จอห์น แชนลีย์ จากซัสคิวฮันนา ไฟแนนเชียล กรุ๊ป กล่าวถึงช่องโหว่ของแผนการตลาดในครั้งนี้ว่า การเปิดตัวไนกี้+ไอพอด นับเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่ไม่สามารถดึงดูดฐานลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นได้ "มันจะเป็นการกระตุ้นให้ขายรองเท้าได้มากขึ้นอย่างนั้นเหรอ? ผมว่าไม่นะ" แชนลีย์กล่าว

การร่วมมือระหว่างแอปเปิลและไนกี้ จะดีหรือไม่ดีไม่อาจตอบได้ในเวลานี้ แต่ถ้าดูจากยอดขายเครื่องเล่นไอพอดที่มากถึง 50 ล้านเครื่อง และครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลพกพาในสหรัฐถึง 77% รวมถึงสถิติยังชี้ว่า คนออกกำลังกายกว่า 75% นิยมฟังเพลงพร้อมกับออกกำลังกายไปด้วย ก็ทำให้ไนกี้มั่นใจในการตลาดครั้งนี้ได้มากทีเดียว

ที่สำคัญ หุ้นของไนกี้ปรับตัวสูงขึ้น 2% ทันที หลังการแถลงข่าวร่วมมือธุรกิจกับแอปเปิล

แฟนไอพอดและไนกี้ในเมืองไทย อดใจรอกันสักหน่อย อีกไม่นานได้สัมผัสของจริงอย่างแน่นอน

ขอบคุณข่าวจากไทยโพสต์ - แทบลอยด์

Apple เปิดตัว MacBook คอมฯพกพารุ่นเล็กตัวล่าสุด

Tue, 2006-05-23 - 16:19

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา apple ได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์พกพารุ่นใหม่ MacBook โดยวางตำแหน่งให้มาแทน iBook

MacBook มาพร้อมกับคุณสมบัติต่างๆ เช่น CPU ชนิด Intel Core Duo และขนาดหน้าจอ widescreen 13 นิ้ว โดยทางแอปเปิ้ลได้โฆษณาว่า "รุ่นใหม่นี้มีความเร็วมากกว่า iBook รุ่นก่อนถึง 5 เท่า และเร็วกว่า PowerBook 12 นิ้วถึง 4 เท่า"

โดยสรุปคอมพิวเตอร์พกพาของแอปเปิ้ลจะมาแทน iBook และ PowerBook เดิมทั้งหมดเหลือ 3 ขนาด

คุณสมบัติของ MacBook

มีความคล้ายกับ MacBook Pro เช่น มีกล้อง iSight ติดมาด้วย Front Row (และ Apple Remote)

มีช่องสำหรับต่อจอภาพแบบ DVI มีช่องสัญญาณ optical digital audio in-out, Gigabit Ethernet, ระบบ Sudden Motion Sensor, Scrolling TrackPad และนวัตกรรมล่าสุดสายชาร์ตแบบ MagSafe

"แอปเปิ้ลได้ทำการเปลี่ยน CPU จาก PowerPC มาเป็น Intel Core Duo ในคอมพิวเตอร์พกพาตั้งแต่เดือน ก.พ. โดยเริ่มจาก MacBook Pro 15 นิ้ว และตอนนี้เพียง 90 วันผ่านไป เราได้ทำการเปลี่ยนทั้งหมดเรียบร้อยแล้วสำหรับคอมฯพกพา MacBook" Phil Schiller รองประธานอาวุโสฝ่าย worldwide product marketing ของ Apple กล่าว

MacBook สีดำ

โดยราคาของ MacBook เริ่มเติมที่ $1,099 เหรียญสหรัฐฯ โดยมีทั้งสิ้น 3 รุ่นคือ CPU Intel Core Duo 1.83GHz และ 2.0GHz ในรุ่นสีขาว และ MacBook 2.0GHz ในรุ่นสีดำ

ในเครื่องรุ่นใหม่มีอุปกรณ์ต่างและสถาปัตยกรรมดังนี้ 667MHz front-side bus และหน่วยความจำ 667 MHz DDR2 SDRAM สามารถเพิ่มได้สูงสุด 2GB โดยทั้งหมดมีความหนาเพียง 1 นิ้ว ซึ่งบางกว่า iBook รุ่นก่อนถึง 20% หน้าจอ glossy widescreen 13 นิ้ว ที่ทางแอปเปิ้ลบอกว่าสว่างกว่า iBook และ PowerBook เดิมถึง 79% สามารถปรับความละเอียดหน้าจอได้สูงสุด 1,280 x 800 pixel ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นถึงกว่า 30%

สำหรับเครื่องรุ่นใหม่มาพร้อมกับ Mac OS X 10.4 "Tiger", iLife&39;06 และ Photo Booth

เทคโนโลยีล่าสุด

มีที่ชาร์ตแบบ MagSafe เหมือนกับ MacBook Pro ที่สามารถหลุดออกได้อย่าง่ายหากมีการดึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ทุกๆ เครื่อง (MacBook) มีระบบ Apple&39;s Sudden Motion Sensor ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการทำงานของ hard drive หากมีปัญหาการตกหล่น และทุกรุ่นมี Scrolling TrackPad ที่ง่ายต่อการดูหน้าเว็บเพจที่ยาวๆ หรือรูปที่มีขนาดใหญ่

ในส่วนของเน็ตเวิร์ก ทุกรุ่นมาพร้อม 10/100/1000 BASE-T Gigabit Ethernet รองรับการรับส่งข้อมูลอย่างรวดเร็ว ติดตั้ง AirPort Extream 802.11g WiFi, Bluetooth 2.0+EDR (Enhanced Data Rate) ช่อง USB 2.0 สองช่อง optical digital audio in-out ช่อง FireWire หนึ่งช่อง และช่องต่อจอภาพแบบ mini-DVI ที่สามารถต่อกับ Apple Cinema HD Display ขนาด 23 นิ้วได้ทันที

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากเว็บไซต์ Apple.com/MacBook/MacBook.html

และช่วงเวลาเดียวกับ (15-16 พ.ค.) Apple ได้ทำการให้ลูกค้าทำการอัพเดท Software หลายโปรแกรม ดังนี้: - iMovie HD 6.0.2 ซึ่งมีทั้งแบบธรรมดาและแบบ Combo - iPhoto 6.0.3 - iWeb 1.1 (เพิ่มเติม Theme มากกว่าเดิม) - iDVD 6.0.2

และได้ให้ลูกค้าที่ใช้ CPU Intel Core Duo ทำการอัพเดท SMC Firmware ในทุกรุ่น คือ Mac mini (ที่ขายเมื่อต้นปี 2006), MacBook Pro และ iMac (ที่ขายเมื่อต้นปี 2006)

โดยทั้งหมดสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ Apple.com/Support/Downloads

ขอบคุณข่าวจาก Macworld

แอปเปิ้ลอัพเดท QuickTime 7.1, Front Row และ Security Update

Sun, 2006-05-14 - 05:07

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 พ.ค.) แอปเปิ้ลได้เปิดให้มีการดาวน์โหลดไฟล์อัพเดทสำหรับโปรแกรม QuickTime 7.1 (ขนาดไฟล์ 49 MB) โดยรองรับ Mac OS X เวอร์ชั่น 10.3.9 ขึ้นไป

โดยในคำแถลงของ Apple บอกว่าแก้ไขในส่วนสำคัญหลายอย่าง "ทำการแก้ไข bug ให้รองรับสำหรับส่วนที่ต้องทำงานร่วมกับ iLife &39;06 และปรับปรุงการทำงานของ H.264 โดยการอัพเดทครั้งนี้รองรับการทำงานหลายภาษา เช่น Dutch, German, English, Spanish, Finnish, French, Italian, Japanese, Korean, Portugese, Netherlands, Simplified and Traditional Chinese รวมทั้ง Swedish เป็นต้น"

สำหรับ Front Row โปรแกรมควบคุมการทำงานมีเดียเซ็นเตอร์ โดยเวอร์ชั่นที่อัพเดทนี้คือ 1.2.2 โดยอัพเดทสำหรับ Mac ที่ใช้ชิพ Intel

สำหรับตัวโปรแกรม (ขนาดไฟล์อัพเดท 4 MB) มีการแก้ไข bug หลายอย่าง (ดูได้จาก เว็บไซต์ Apple.com)

และในวันเดียวกันก็ได้เปิดให้อัพเดท Security Update โดยในครั้งนี้อัพเดททั้งเครื่องที่ใช้ Intel และ PowerPC โดยจะต้องลงกับ Mac OS X เวอร์ชั่น 10.4.6 และ 10.3.9

โดยการอัพเดทครั้งนี้แนะนำให้ทุกคนอัพเดท โดยมีให้อัพเดททั้งสองฝั่งคือ แบบที่เป็นระบบ client และ server

สำหรับการอัพเดทล่าสุดนี้ปรับปรุงในหลายส่วนความปลอดภัยของ OS ทั้ง CoreGraphics, Finder, Mail, Safari และ Preview

โดยทั้งหมดสามารถดาวน์โหลดได้จากส่วนดาวน์โหลดของเว็บไซต์ของ Apple

ขอบคุณข่าวจาก MacWorld

- Apple updates QuickTime, Front Row - Apple&39;s latest security updates ship

สรุปการฟ้องร้องโลโก้ Apple บน iTunes

Tue, 2006-05-09 - 00:08

วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคมจะเป็นวันที่ศาลสูงสหรัฐนัดอ่านคำตัดสินชี้ขาดคดีกรณีโลโก้แอปเปิลเจ้าปัญหา ระหว่างแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) และตราแอปเปิลคอร์ปส์ (Apple Corps) บนแผ่นเสียงของเดอะบีทเทิล (the Beatles) อีกครั้ง หลังจากที่เคยยอมความกันได้ในปี 1991

บริษัทแอปเปิลคอร์ปส์นั้นฟ้องร้องแอปเปิลคอมพิวเตอร์ในข้อหาผิดสัญญาที่ทั้งสองบริษัทเคยให้ไว้ต่อกันในปี 1991 ซึ่งข้อตกลงในครั้งนั้นระบุว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถใช้โลโก้ของตนได้แต่มีข้อแม้ว่าแต่ละคนจะต้องไม่ดำเนินธุรกิจในแนวเดียวกัน ซึ่งตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา โลโก้แอปเปิลคอมพิวเตอร์สามารถโลดแล่นในตลาดไอทีได้โดยสะดวกสบาย แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นทันทีเมื่อแอปเปิลก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมเพลงดิจิตอล

แอปเปิลคอร์ปส์ บริษัทสัญชาติอังกฤษที่วงดนตรีชื่อดัง เดอะบีทเทิล ก่อตั้งขึ้นในปี 1968 ต้องการให้แอปเปิลงดใช้โลโก้แอปเปิลในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเพลง โดยเฉพาะในเว็บไซต์ไอจูนส์มิวสิคสโตร์ (iTunes Music Store) ร้านขายเพลงออนไลน์เบอร์หนึ่งในตลาด และจะต้องชำระค่าเสียหายให้กับแอปเปิลคอร์ปส์ย้อนหลังด้วย

ด้านแอปเปิลคอมพิวเตอร์นั้นยืนยันว่าไม่ได้บิดพลิ้วข้อตกลงในปี 1991 ยืนกรานว่าแอปเปิลคอมพิวเตอร์จะสามารถใช้โลโก้แอปเปิลในไอจูนส์ได้ต่อไป เพราะแอปเปิลคอมพิวเตอร์ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงโดยตรง แต่แอปเปิลคอมพิวเตอร์เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อเป็นช่องทางในการส่งเพลงสู่ผู้บริโภค

ทีมทนายความของแอปเปิลคอมพิวเตอร์นั้นร้องเรียนแก่ศาลในการพิจารณาคดีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า แอปเปิลคอมพิวเตอร์ดำเนินธุรกิจโดยถูกกฏหมายมาตลอด และที่สำคัญคือลูกค้าผู้รักเสียงเพลงนั้นฉลาดพอที่จะแยกแยะความแตกต่างของโลโก้แอปเปิลทั้งสองค่ายได้

โลโก้ของแอปเปิลคอร์ปส์เป็นภาพถ่ายแอปเปิลสีเขียวสดใส ขณะที่โลโก้ของแอปเปิลคอมพิวเตอร์เป็นภาพกราฟิกการ์ตูนแอปเปิลถูกกัดด้านข้างหนึ่งคำ

เปรียบเทียบระหว่างโลโก้ของ Apple Corps (บน) กับโลโก้ของ Apple Computer (สองอันล่าง)

ฝ่ายทนายความของแอปเปิลคอร์ปส์นั้นยกเอากรณีที่โลโก้แอปเปิลนั้นไปปรากฏอยู่บนโฆษณาไอจูนส์ที่มีดารานักร้องชื่อดังอย่าง U2, Eminem และ Coldplay เป็นพรีเซนเตอร์ จุดนี้เองที่ทำให้ดูเหมือนว่าแอปเปิลกำลังเข้าสู่อุตสาหกรรมเพลงซึ่งเป็นสายเดียวกับที่แอปเปิลคอร์ปส์ดำเนินธุรกิจอยู่ เท่ากับเป็นการก้าวก่ายและไม่เป็นไปตามสัญญาที่เคยให้ไว้

และศาลอ่านคำตัดสินแล้ว ให้แอปเปิลคอมพิวเตอร์สามารถใช้โลโก้แอปเปิลถูกกัดหนึ่งคำบนร้านขายเพลงออนไลน์ไอจูนส์มิวสิคสโตร์ได้โดยไม่มีปัญหา ปฏิเสธคำฟ้องของแอปเปิลคอร์ปส์ที่ยื่นร้องต่อศาลว่าแอปเปิลผิดสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อปี 1991

คดีระหว่างแอปเปิลคอร์ปส์ (Apple Corps Ltd.) บริษัทผู้พิทักษ์สิทธิ์ทางการค้าของเดอะบีทเทิลส์ และแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) มีผู้พิพากษาเอ็ดวาร์ด แมนน์ (Edward Mann) เป็นผู้ตัดสิน โดยผู้พิพากษาแมนน์ให้เหตุผลในการตัดสินคดีนี้ว่า แอปเปิลคอมพิวเตอร์ไม่เข้าข่ายผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับแอปเปิลคอร์ปส์เมื่อปี 1991 เนื่องจากโลโก้ดังกล่าวถูกใช้กับร้านค้า ไม่ใช่เพลง ดังนั้นจึงไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

"ผมขอสรุปว่าการใช้โล้โกรูปแอปเปิล (บนเว็บไซต์ไอจูนส์) ไม่มีความเกี่ยวเนื่องในแง่ของการสร้างเพลง" แมนน์แถลงไว้ในคำพิพากษาเพื่อระบุว่าประเด็นการละเมิดสัญญานั้นไม่มีน้ำหนัก เนื่องจากแอปเปิลคอมพิวเตอร์ไม่มีเจตนาสร้างเพลงด้วยตนเอง "ผมจึงคิดว่าการใช้โล้โกแอปเปิลเพื่อประชาสัมพันธ์บริการนั้นมีเหตุผลเพียงพอ และมีความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย"

ผู้พิพากษาแมนน์ปฏิเสธคำร้องของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ที่เรียกร้องค่าเสียหายจากแอปเปิลคอร์ปส์คืนเป็นมูลค่า 1.5 ล้านปอนด์ ระบุว่าเป็นค่าเสียหายที่คำนวณจากการหยุดใช้โลโก้แอปเปิลในไอจูนส์ไปชั่วคราวและค่าใช้จ่ายในการว่าความ ซึ่งแอปเปิลคอร์ปส์เองก็มีค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อยในส่วนนี้เช่นกัน

แอปเปิลคอร์ปส์ จึงเรียกร้องให้แอปเปิลงดใช้โลโก้แอปเปิลในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเพลง โดยเฉพาะในเว็บไซต์ไอจูนส์มิวสิคสโตร์ (iTunes Music Store) ร้านขายเพลงออนไลน์เบอร์หนึ่งในตลาด ซึ่งคำตัดสินของศาลที่ออกมาทำให้แอปเปิลมีชัยชนะในศึกครั้งนี้

ขอบคุณ ข่าวและภาพ จากผู้จัดการ 1, 2

ลูกค้าแมคฯ ส่งคอมเก่ามารีไซเคิลได้ฟรี

Thu, 2006-04-27 - 18:40

แอปเปิล คอมพิวเตอร์ ออกแคมเปญเอาใจคอไอทีเพื่อสิ่งแวดล้อม ให้ลูกค้าที่ซื้อแม็คนำคอมพิวเตอร์เครื่องเก่ามารีไซเคิลได้ฟรี ไม่เสียแม้แต่ค่าขนส่ง สร้างมูลค่าให้คอมพิวเตอร์เก่าที่เป็นได้มากกว่าขยะที่โดนฝัง

สำนักงานใหญ่ของแอปเปิลในเมือง Cupertino มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ให้รายละเอียดว่า สำหรับลูกค้าที่จะซื้อคอมพิวเตอร์แมคอินทอชผ่านทางร้านแอปเปิลออนไลน์หรือร้านสาขาของแอปเปิล และต้องการจะกำจัดคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าให้พ้นหูพ้นตา ก็สามารถส่งเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่านั้นมาที่แอปเปิลเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นแม้แต่ค่าขนส่ง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศอเมริกา ต้นเดือนมิถุนายนนี้

ทั้งนี้ ในปัจจุบันร้านสาขาของแอปเปิลก็เปิดรับบริจาคเครื่องเล่นเพลงยอดนิยมอย่าง "ไอพ็อด" เพื่อนำไปการรีไซเคิล รวมถึงประชาชนที่อยู่ในเมือง Cupertino ก็สามารถนำคอมพิวเตอร์แม็ครุ่นเก่ามาไว้ที่สำนักงานใหญ่ของแอปเปิลนี้ได้ฟรี ในขณะที่ค่ายอื่นๆ มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับกระบวนการรีไซเคิลประมาณ 10-30 เหรียญสหรัฐ (ราว 370-1,100 บาท)

ด้านกลุ่มองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมต่างแสดงความชื่นชมและยกย่องต่อการเริ่มดำเนินการรีไซเคิลของแอปเปิล ซึ่งคาดว่าจะทำให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ค่ายอื่นๆ หันมาทำตามมากยิ่งขึ้น แต่ก็เสริมว่า แอปเปิลยังต้องมีการกระทำที่แสดงออกว่าใส่ใจต่อการรีไซเคิลมากกว่านี้ และทำข้อเสนอเพื่อการศึกษา ปรับปรุง และพัฒนา การรีไซเคิลต่อกลุ่มผู้ถือหุ้นที่จะประชุมในสัปดาห์นี้

การรีไซเคิลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์นั้น จำเป็นที่จะต้องใช้กระบวนการและขั้นตอนอันหลากหลายในการแยกสารประกอบและธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ออกมาใช้ประโยชน์ต่อไป ไม่ว่าจะเป็น สารตะกั่ว อะลูมิเนียม เหล็ก ทองแดง นิกเกิล ทองคำ เงิน สังกะสี ซิลิเนียม โรเดียม พลาสติกฯ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า ธาตุส่วนใหญ่เป็นโลหะหนัก ก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมหากนำไปกำจัดไม่ถูกวิธี แต่บางธาตุก็สามารถนำเข้าสู่กระบวนการเพื่อนำไปสร้างมูลค่าอื่นๆ ได้อีก อาทิเช่น ทองคำ หรือเงิน เป็นต้น

และในปัจจุบัน องค์กรธุรกิจและชุมชนหลายแห่ง เริ่มจัดทำโครงการเก็บพีซีใช้แล้ว ขณะที่การบริจาคคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร โบสถ์ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเช่นกัน

บริษัทเดลล์ ผู้ผลิตพีซีหมายเลขหนึ่งของโลก จะรับคืนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ผลิตรายอื่น โดยคิดค่าบริการ 15 ดอลลาร์ (ราว 560 บาท) ต่อน้ำหนัก 50 ปอนด์ ด้านโครงการเกตเวย์ รีไซเคิล ให้ส่วนลด 50 ดอลลาร์ (ราว 1,890 บาท) เมื่อนำคอมพิวเตอร์เก่ามาแลกซื้อพีซีเกตเวย์เครื่องใหม่ และจะนำพีซีเก่าไปรีไซเคิล หรือบริจาคต่อไป เช่นเดียวกับบริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือเอชพี ที่รับคืนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ผลิตรายอื่นโดยคิดค่าธรรมเนียม ขณะที่ให้ส่วนลดพิเศษหากนำเครื่องเก่ามาแลกซื้อเครื่องใหม่

ส่วนไอบีเอ็ม เก็บค่ารีไซเคิลคอมพิวเตอร์เก่า 29.99 ดอลลาร์ (ราว 1,100 บาท) แล้วนำไปบริจาคให้กับประเทศกำลังพัฒนา

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิ้ลเปิดตัว MacBook Pro หน้าจอ 17 นิ้ว

Tue, 2006-04-25 - 16:15

หลังจากที่แอปเปิ้ลปล่อยให้รอกันมาสักพักสำหรับ MacBook Pro หน้าจอ 17 นิ้ว คอมพิวเตอร์พกพารุ่นไฮ-เอน ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel CoreDuo ที่ความเร็ว 2.16GHz และหน้าจอที่บอกว่ามีความสว่างมากกว่าเดิมถึง 36 เปอร์เซนต์

โดยคุณสมบัติทั่วไปเหมือนกับ MacBook Pro รุ่นหน้าจอ 15 นิ้ว โดยสำหรับรุ่น 17 นิ้ว มาพร้อมกับ การ์ดแสดงผล ATI Moblility Radeon X1600 แรม 256MB GDDR3 ติดตั้งมาพร้อมกับกล้อง iSight รีโมทควบคุม Apple&39;s Front Row และช่องชาร์ตไฟแบบ MagSafe โดยคุณสมบัติเฉพาะที่มาพร้อมกับรุ่น 17 นิ้วคือ ช่องต่อ FireWire 800 และช่อง USB 3 ช่อง ฮาร์ดดิสขนาดใหญ่ 120GB และ SuperDrive ความเร็วสูง 8x

ความละเอียดหน้าจดสามารถปรับได้ละเอียดถึง 1680x1050 pixel โดยแอปเปิ้ลตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 2,799 เหรียญสหรัฐ โดยราคานี้ยังสามารถอัพเดท CPU ของรุ่น 15 นิ้ว ให้เป็น 2.16GHz ได้เช่นกัน โดยคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดนี้พร้อมที่จะจำหน่ายในสัปดาห์หน้า

และ PowerBook G4 รุ่นหน้าจอ 17 นิ้วก็จะไม่มีขายใน Apple Store แล้วด้วย

ขอบคุณ ข่าวจากThinkSecret

CEO Adobe พูดถึง Boot Camp, Photoshop และ Intel Mac

Sat, 2006-04-22 - 05:23

ปัจจุบันซอฟต์แวร์ของบริษัท Adobe System Inc. ที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ Macintosh นั้นทำงานได้ดีกับรุ่นที่เป็น PowerPC และรุ่นที่เป็น Intel จะสามารถทำงานได้ดีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2007 CEO ของ Adobe กล่าว

ชุดซอฟต์แวร์ในปัจจุบันของ Adobe นั้นปัจจุบันยังไม่เป็น Universal Binary โดยในอนาคตจะสามารถใช้ได้ทั้งรุ่นที่เป็น PowerPC และ Intel ส่วนโปรแกรมล่าสุด Photoshop Elements เวอร์ชั่น 4.0 ที่ออกมาในช่วงก.พ. นั้นยังคงไม่ใช่ Universal Binary เพราะมีข้อจำกัดด้านเวลา Adobe กล่าว

"เราทำงานอย่างหนักเพื่อให้ซอฟต์แวร์ทำงานได้บน Mactel (Mac Intel)" Bruce Chizen CEO ของ Adobe กล่าวที่ Tokyo news conference "โดยเรามีกำหนดจะจำหน่าย Photoshop และชุดโปรแกรม Creative Suite ที่รองรับ Mactel ในช่วงฤดูใบไม้ผลิในปีหน้า"

Adobe เคยบอกว่าจะเร่งอัพเดทซอฟต์แวร์ให้เป็น Universal Binary โดยเมื่องาน Apple&39;s Worldwide Developers&39; Conference โดย Chizen ได้ขึ้นไปบนเวลาร่วมกับ Steve Jobs เพื่อเป็นการยืนยัน

"เรามีลูกค้าที่ใช้เครื่องแมคอินทอชจำนวนมาก และเราเชื่อว่าจะสร้างซอฟต์แวร์สำหรับ Mactel ที่ดีที่สุด เพื่อเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูกค้าของ Adobe" Chizen กล่าวในโตเกียว

โดยเขากล่าวถึงข่าวของการเปิดตัวซอฟต์แวร์ Boot Camp ที่คอมพิวเตอร์แมคอินทอชที่ใช้ Intel สามารถใช้งาน Windows ได้นั้น ว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่กระทบกับสายการผลิตของซอฟต์แวร์ Adobe

"สำหรับผลิตภัณฑ์ของเรานั้น เขียนและทำงานโดยตรงกับระบบ Macintosh และเป็นทางที่ดีกว่าถ้าจะใช้แบบนั้น โดยมันไม่เหมาะสำหรับ Boot Camp หรือระบบ Windows จำลอง เพราะเราคิดว่ามันจะไม่เป็นผลดีสำหรับลูกค้าของเรา" เขากล่าว

"อย่างไรก็ตาม สำหรับในบางผลิตภัณฑ์ที่ปัจจุบันนี้ไม่ได้รับการพัฒนาต่อให้ใช้งานได้บน Mac ตัวอย่างที่สำคัญเช่น FrameMaker ลูกค้าของ FrameMaker ที่ต้องการใช้บน Mac สามารถทำงานผ่าน Boot Camp ได้"

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

Apple อัพเดทโปรแกรม Remote Desktop 3

Wed, 2006-04-12 - 19:33

แอปเปิ้ลได้ทำการอัพเดทเวอร์ชั่นของโปรแกรม Remote Desktop ในวันอังคารที่ผ่านมา เป็นการอัพเดทครั้งแรกหลังจากหลังจากไม่ได้อัพเดทมาเกือบ 2 ปี

Remote Desktop 3 เป็นโปรแกรมควบคุมและบริหารการทำงานของคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย โดยในครั้งนี้ แอปเปิ้ลกล่าวว่าได้เพิ่มความสามารถมากขึ้นถึงกว่า 50 ฟังก์ชั่น เช่น สามารถใช้ Spotlight ค้นหาในเครื่องที่ถูกควบคุมได้ การเรียกใช้ Dashboard widget การใช้งาน Automator การติดตั้งแบบอัตโนมัติแบบทั้งระบบ รองรับการโอนถ่ายง่านแบบลากวาง การเรียกใช้งานโปรแกรมต่างๆ และการเรียกดูประวัติการใช้งานของเครื่องนั้น ฯลฯ

Remote Desktop 3 รองรับการเข้ารหัสแบบ AES 128-bit ระหว่างเครื่อง Admin และเครื่องลูกข่าย ทำให้การโอนถ่ายข้อมูลทำได้เร็วกว่าเวอร์ชั่น 2 ถึง 11 เท่า

Remotd Desktop 3 มีให้ผู้ใช้เลือก 2 แบบ คือ 299 เหรียญฯ สำหรับเครื่องแมคอินทอช 10 เครื่อง และแบบ 499 เหรียญฯ สำหรับแบบไม่จำกัดเครื่องแมคอินทอช โดยโปรแกรมนี้ต้องการระบบปฏิบัติการขั้นต่ำคือ Mac OS X 10.3.9 หรือสูงกว่า

ขอบคุณ ข่าวจาก ThinkSecret.com

Windows XP รันบนเครื่อง Macintosh ได้แล้ว

Thu, 2006-04-06 - 12:25

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์เปิดตัวซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อ "ช่วย" ให้เจ้าของเครื่องแมคสามารถติดตั้งและรันระบบปฏิบัติการของค่ายคู่แข่งอย่างวินโดวส์ เอ็กซ์พีได้ และการประกาศดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของแอปเปิ้ลเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์

อ้างอิงจากคำกล่าวของ Philip Schiller รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของแอปเปิ้ลระบุว่า การพัฒนาซอฟต์แวร์ครั้งนี้ของแอปเปิ้ลไม่ได้เป็นการทำเพื่อสนับสนุนระบบปฏิบัติการวินโดวส์แต่อย่างใด โดยทางบริษัทระบุว่า สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นเพราะผู้ใช้หลายรายที่เคยใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ได้เปลี่ยนใจหันมาซื้อแมคอินทอชที่ใช้ชิปอินเทล และพวกเขาก็สนใจจะนำซอฟต์แวร์วินโดวส์มาติดตั้งในเครื่องแมคด้วย

ทิม บาจาริน นักวิเคราะห์จาก Creative Strategies กล่าวว่า "การเดินหมากครั้งนี้ของแอปเปิ้ลจะทำให้แมคขยายตลาดได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น"

ชื่อเสียงเรียงนามของซอฟต์แวร์คือ "Boot Camp" (บูธแคมป์) โดยยังเป็นเบต้าเวอร์ชันอยู่ ปัจจุบันเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรี ผู้ใช้ที่มีแผ่นอินสตอลล์โปรแกรมวินโดวส์เอ็กซ์พีก็สามารถทดลองติดตั้งโปรแกรมลงบนเครื่องแมคได้ และสามารถสวิทช์การทำงานระหว่างสองระบบปฏิบัติการได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากต้องการเปลี่ยนไปใช้วินโดวส์ เอ็กซ์พี ก็แค่รีบูตเครื่องใหม่และเลือกเข้าโหมดการทำงานของวินโดวส์เอ็กซ์พี แต่ถ้าหากต้องการกลับไปทำงานกับแมคก็รีบูตใหม่อีกครั้ง

แอปเปิ้ลเปลี่ยนใจบอกลาชิปพาวเวอร์พีซี และหันไปใช้ชิปอินเทล ซึ่งเป็นชิปที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในกลุ่มคอมพิวเตอร์พีซีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม จนกระทั่งเกิดเป็นแมคมินิเวอร์ชันอินเทลขึ้นมาในที่สุด อย่างไรก็ดี ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาพร้อมกันแมค

สำหรับไฟนอลเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ "บูธแคมป์" นี้คาดว่าจะมาพร้อมกับแมคโอเอส 10 เวอร์ชัน 10.5 (โค้ดเนม Leopard) ซึ่งขณะนี้ทางแอปเปิ้ลมีกำหนดการพรีวิว Leopard ให้ชมกันในเดือนสิงหาคมนี้ แต่ยังไม่มีกำหนดการเปิดตัว หรือรายละเอียดด้านราคาออกมาแต่อย่างใด

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิ้ลเปิดให้อัพเดท Mac OS X 10.4.6

Tue, 2006-04-04 - 20:28

แอปเปิ้ลเปิดให้ทำการอัพเดทระบบปฏิบัติการ Mac OS X เป็น 10.4.6

ซึ่งสามารถดาวน์โหลดไฟล์ขนาด 45.3MB ได้ผ่านทาง Software Update หรือจะดาวน์โหลดโดยตรงจากเว็บไซต์ Apple.com

โดยทางแอปเปิ้ลได้แจ้งว่า "แนะนำให้ผู้ใช้ทุกคนทำการอัพเดท โดยได้ทำการแก้ปัญหาภายในระบบปฏิิบัติการ พร้อมทั้งปรับแก้ปัญหาการใช้งานรวมกับโปรแกรมและเทคโนโลยีเพิ่มเติม"

การแก้ไขปัญหาเช่น: - การ login ในการใช้งาน network - เพิ่มการใช้งาน Bluetooth กับอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ - แกไขการค้นหาข้อมูลจากเอกสาร iWork &39;06 และ Microsoft Office โดย Sporlight - การบันทึกแบบอัตโนมัติในเอกสาร Word เมื่อใช้งานผ่าน newwork home directory - เพิ่มฟังก์ชั่นการทำงานของ Automator ให้ใช้งานกับ iPhoto 6 - อัพเดทการ Synchronising contact และ calendars ระหว่าง .Mac และอุปกรณ์มือถือ - ปรับแต่งการ Mount และ Unmount iDisk - อัพเดท standalone security

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านได้จาก เว็บไซต์ Apple.com

ขอบคุณ ข่าวจากMacWorld

แอปเปิ้ลส่งซอฟต์แวร์แก้หูเสื่อมให้คนรักไอพ็อด

Thu, 2006-03-30 - 23:12

แอปเปิ้ลแก้ปัญหาทันควันหลังตกเป็นจำเลยข้อหาทำหูเสื่อม ส่งซอฟต์แวร์อัปเดตที่สามารถตั้งค่าความดังของเสียงที่เหมาะสมกับหูได้ พร้อมฟีเจอร์พิเศษให้ผู้ปกครองสั่งล็อกระดับเสียงที่ต้องการได้พร้อมตั้งพาสเวิร์ดป้องกันบุตรหลานเปลี่ยนได้เอง

ซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นซอฟต์แวร์สำหรับทำงานกับไอพ็อดนาโน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลรุ่นผอมบาง และไอพ็อดรุ่นที่สามารถเล่นไฟล์วิดีโอได้ นอกจากนั้น ผู้ปกครองก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวนี้ตั้งค่าของเสียงที่เหมาะสมกับหูของบุตรหลานได้ตามต้องการ และจัดการ "ล็อค" ระดับเสียงนั้นเอาไว้ได้ด้วยพาสเวิร์ด เพื่อป้องกันไม่ให้บุตรหลานแอบเปลี่ยนไปเป็นเสียงดัง ๆ ที่อาจทำอันตรายต่อหูได้อีก

Greg Joswiak รองประธานของแอปเปิ้ลฝ่ายการตลาดกล่าวว่า " ในฐานะที่แอปเปิ้ลเป็นผู้นำในวงการเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล แอปเปิ้ลจึงต้องการพัฒนานวัตกรรมด้านการใช้งานที่สะดวกสบายต่อผู้ใช้ให้มากที่สุด และจากข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเสียงที่ดังจนเกินไป เราจึงได้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมความดังของเสียงที่ง่ายต่อการใช้งานออกมาด้วยเช่นกัน"

ไมเคิล การ์เทนเบิร์ก นักวิเคราะห์จากจูปิเตอร์รีเสิร์ชให้ความเห็นว่า ไม่ว่าแอปเปิ้ลจะยอมรับหรือไม่ต่อข้อกล่าวหาที่ว่าเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดสร้างปัญหาด้านการฟังให้ผู้ใช้ แต่การกระทำของแอปเปิ้ลที่พัฒนาซอฟต์แวร์ออกมารับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าวถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ซอฟต์แวร์ดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาที่ถูกร้องเรียนได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากยังมีเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดอีกรุ่นหนึ่งที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ตัวนี้ได้ นั่นคือ ไอพ็อดชัฟเฟิล

สำนักข่าวเอพีนิวส์ได้ทำการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้ปกครองบางรายเกี่ยวกับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ครั้งนี้ของแอปเปิ้ล โดยส่วนหนึ่งมีความรู้สึกพึงพอใจที่แอปเปิ้ลมีการแก้ไขปรับปรุง ยกตัวอย่างเช่น Sandy Liao คุณแม่ลูกสองรายหนึ่งระบุว่า รู้สึกพึงพอใจที่แอปเปิ้ลแก้ไข แม้ว่าเธอจะไม่สามารถใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้กับเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดที่เธอมี นั่นก็คือ ไอพ็อดชัฟเฟิล และที่ครอบครัวของเธอมีนโยบายไม่ซื้อเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลให้กับลูก ๆ ได้ใช้ก่อนวัยอันควร เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหาด้านการฟัง และเธอได้เพิ่มเติมด้วยว่า ถึงแม้จะไม่ได้ซื้อให้ลูก แต่ก็มีเพื่อนของเธอมอบไอพ็อดชัฟเฟิลให้เป็นของขวัญแก่ลูกทั้งสองไปแล้ว

"คงเป็นเรื่องที่เยี่ยมมาก ถ้าฉันสามารถใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมความดังของเสียงกับไอพ็อดชัฟเฟิลได้" Sandy Liao กล่าว

มีการอ้างอิงถึงเอกสารฟ้องร้องที่ส่งถึงศาลรัฐแคลิฟอร์เนียเกี่ยวกับความดังของเสียงที่เครื่องเล่นเพลงยอดฮิตอย่างไอพ็อดสร้างได้นั้นว่ามีมากกว่า 115 เดซิเบล ซึ่งเป็นระดับเสียงที่สามารถทำลายระบบการฟังของผู้ใช้ได้หากฟังติดต่อกันนานเกินกว่า 28 วินาทีต่อวัน และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็มีชาวหลุยส์เซียน่ารายหนึ่งฟ้องร้องแอปเปิ้ลโดยกล่าวหาว่าไอพ็อดเป็นเครื่องเล่นที่สามารถทำลายระบบการฟังของผู้เล่นได้แล้วด้วยเช่นกัน

เจนนิเฟอร์ เวเบอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเทิน โคโรลาโด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ชาวอเมริกันจำนวน 25 ล้านคน หรือเท่ากับ 10 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันทั้งหมดมีปัญหาด้านระบบการฟังบกพร่อง ซึ่งทำให้ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก

สำหรับการจำหน่ายเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดนั้น แอปเปิ้ลได้มีการติดตั้งคำเตือนว่า "permanent hearing loss may occur if earphones or headphones are used at high volume." หรือก็คือ หากฟังด้วยเสียงที่ดังจนเกินไปอาจสูญเสียระบบการฟังอย่างถาวรได้"

"อันตรายที่เกิดขึ้น เกิดจากการที่หูรับเสียงในระดับที่ดังจนเกินไป ดังนั้นไม่ว่าเครื่องเล่นยี่ห้อใดที่สามารถสร้างเสียงได้ดังในระดับนั้นก็ถือเป็นอันตรายทั้งนั้น" เวเบอร์กล่าว

คำกล่าวดังกล่าวยืนยันได้ว่า ไม่ใช่แอปเปิ้ลเพียงบริษัทเดียวที่ต้องเริ่มติดตั้งคำเตือนในการใช้งานบนข้างกล่องผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล อย่างไรก็ดี การติดตั้งคำเตือนในการใช้งานอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเป็นความกับลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง

ด้านประเทศฝรั่งเศส ได้เคยมีการออกกฎหมายในปี 1996 ควบคุมระดับความดังของเสียงในอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ให้เกิน 100 เดซิเบลมาแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่ออกมาก่อนไอพ็อดจะเกิดถึง 5 ปีเลยทีเดียว

ปัจจุบัน แอปเปิ้ลสามารถขายไอพ็อดได้แล้วกว่า 42 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2001 ในจำนวนนี้ยอดขายเครื่องเล่นกว่า 30 ล้านเครื่องเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นหลังจากแอปเปิ้ลเปิดตัวไอพ็อดชัฟเฟิล และไอพ็อดนาโนในปี 2005 เป็นต้นมา

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิ้ลชิงตลาดคอมพ์ หลังวิสต้าไม่ยอมเกิด

Sat, 2006-03-25 - 02:09

นักวิเคราะห์คาด ผลพวงจากไมโครซอฟท์เลื่อนเปิดตัววิสต้าไปเป็นปี 2007 จะทำให้แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ได้รับประโยชน์มากขึ้น

หลังจากที่ต้องเลื่อนแผนแล้ว เลื่อนแผนอีก ไมโครซอฟท์ก็ยังไม่สามารถส่ง "วินโดวส์ วิสต้า" ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดออกมาให้ยลโฉมได้ทันภายในปีนี้ และต้องเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์หลายรายได้ออกมาให้ความเห็นในกรณีดังกล่าวไว้แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นนักวิเคราะห์จาก Piper Jaffray นาย Gene Munster ซึ่งระบุว่า "ผลของการเลื่อนเปิดตัวระบบปฏิบัติการจะทำให้ค่ายแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ได้รับประโยชน์ เนื่องจากซอฟต์แวร์ของแอปเปิ้ลมีความน่าเชื่อถือในหลาย ๆ ประเด็นที่ไมโครซอฟท์ไม่มี เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย ฟีเจอร์ด้านการตัดต่อภาพยนตร์ วีดีโอและภาพถ่าย ตลอดจนระบบค้นหาข้อมูล เป็นต้น"

ขณะที่กลุ่มเสียประโยชน์จากกรณีเลื่อนเปิดตัววิสต้าก็ตกอยู่กับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย หลังจากที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะเพิ่มยอดขายในช่วงสิ้นปี 2006 ให้กระหึ่มด้วยการส่งพีซีพร้อมซอฟต์แวร์รุ่นใหม่จากไมโครซอฟท์เพื่อโกยยอดขายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ก็กลายเป็นว่าไม่สามารถทำได้เสียแล้ว อีกทั้งยังทำให้คอมพิวเตอร์แมคอินทอชโกยรายได้จากการเปิดตัว แมคมินิที่ใช้ชิปอินเทลได้ตลอดปีอีกด้วย

ริชาร์ด ฟาร์มเมอร์ นักวิเคราะห์จากเมอร์ลิน ลินช์ ระบุว่า จากผลพวงดังกล่าว แอปเปิ้ลจะมีคู่แข่งในตลาดที่น้อยลงสำหรับการแข่งขันในช่วงไฮซีซั่น เนื่องจากไม่มีสินค้าตัวใหม่จากไมโครซอฟท์มาแข่งขันด้วย"

จากสถิติยอดขายของแอปเปิ้ลโดย American Technology Research ระบุว่า ในปี 2005 ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลทำยอดขายแมคไปได้แล้ว 4.5 ล้านเครื่อง ถือว่าเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2004 ถึง 38 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว (ปี 2004 ขายได้ 3.3 ล้านเครื่อง) และมีการคาดการณ์ว่า ในปีนี้ แอปเปิ้ลจะทำยอดขายแมคได้เพิ่มขึ้นเป็น 4.8 ล้านเครื่อง หรือโตขึ้นอีกประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ด้วย

โดยจะสังเกตได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยอดขายของแอปเปิ้ลเติบโตอย่างสวยงามมาตลอด และเป็นช่วงปีที่ไมโครซอฟท์ว่างเว้น ไม่สามารถส่งระบบปฏิบัติการตัวใหม่ออกมาแข่งขันได้ในตลาดนั่นเอง

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิ้ลอึ้ง เจอร่างก.ม.ฝรั่งเศส ละเมิดลิขสิทธิ์แบบไม่ผิดกฎหมาย

Thu, 2006-03-16 - 01:11

แอปเปิ้ล-ค่ายหนัง-ค่ายเพลงเจอศึกนอกครั้งใหม่ เมื่อรัฐบาลฝรั่งเศสเริ่มมีแนวคิดให้ใช้ซอฟต์แวร์แปลงไฟล์จากประเภทหนึ่งไปสู่ประเภทอื่น ๆ ได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งเปรียบได้กับการที่ร้านค้าเพลงออนไลน์ "ไอจูนส์" เปิดให้บริการเพลงที่สามารถนำไปเล่นในเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลค่ายอื่นด้วย ไม่ใช่จำกัดเฉพาะไอพ็อดแต่เพียงยี่ห้อเดียว

ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฝรั่งเศสในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ ซึ่งอาจมีผลทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้ซอฟต์แวร์แปลงไฟล์ดิจิตอลให้อยู่ในฟอร์แมตอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ต่อได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันการแคร็ก (crack) ไฟล์โดยใช้ซอฟต์แวร์พิเศษบางชนิดเพื่อนำไปใช้นอกเหนือจากที่ค่ายผู้ผลิตกำหนดถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และมีบทลงโทษรุนแรง โดยในซอฟต์แวร์-เพลง-ภาพยนตร์ส่วนมากจะมีระบบการป้องกันที่รู้จักกันในชื่อ Digital Rights Management (DRM) เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟล์ดังกล่าวถูกใช้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณา คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าที่ซื้อเพลงจากร้านค้าเพลงออนไลน์ "ไอจูนส์" นั้นสามารถเล่นได้เฉพาะเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดเพียงยี่ห้อเดียว ขณะที่สมาชิกรัฐสภาของฝรั่งเศส มร.คริสเตียน แวนเนสเต (Christian Vanneste) กล่าวว่า "กฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้บริโภคให้สามารถดาวน์โหลดเพลงมาฟังได้ในทุก ๆ อุปกรณ์ ไม่จำกัดเฉพาะยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง และเป็นกฎหมายที่ใช้เพื่อบังคับให้การเข้ารหัสไฟล์ของบางค่ายให้เปิดกว้างมากขึ้น" ซึ่งเขายังระบุด้วยว่า เนื้อหาใจความของกฎหมายฉบับนี้มีขึ้นเพื่อสนับสนุนให้มีการพัฒนาเทคโนโลยี DRM เพิ่มขึ้น และไม่มีเจตนาจะสนับสนุนการแชร์ไฟล์แบบผิดกฎหมายแต่อย่างใด

ด้านนักวิเคราะห์ในวงการไอทีต่างพากันคาดการณ์กันว่า แอปเปิ้ลอาจแก้เกมด้วยการ "ปิด" ให้บริการไอจูนส์ในฝรั่งเศส เพื่อป้องกันการบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งอาจมีผลให้เพลงในไอจูนส์ถูกดาวน์โหลดและนำไปแปลงเป็นไฟล์ประเภทอื่นได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวจากรอยเตอร์ระบุว่า ไม่สามารถติดต่อผู้บริหารของบริษัทแอปเปิ้ลในฝรั่งเศส และอังกฤษเพื่อสอบถามความคิดเห็นได้

มาร์ค คิวซ์ (Marc Guez) ผู้อำนวยการของ the French Collecting Society for Music Producers rights (SCPP) กล่าวว่า "ถ้าหากผู้บริโภคสามารถแปลงไฟล์เพลงไอจูนส์เป็นไฟล์ชนิดอื่นได้ โอกาสที่มันจะถูกแพร่กระจายไปทุกหนทุกแห่งก็มีมากขึ้น"

ขณะที่ในกฎหมายเดิมที่บังคับใช้อยู่นั้น มีบทลงโทษผู้ที่ดาวน์โหลดไฟล์ผิดกฎหมายให้ปรับเป็นเงิน 38 ยูโร และถ้าเป็นผู้กระทำการแชร์ไฟล์เหล่านั้น ก็จะถูกปรับ 150 ยูโร แต่ถ้าหากเป็นทั้งผู้จัดทำ และจัดจำหน่ายไฟล์แบบผิดกฎหมายจะมีโทษปรับสูงสุด 300,000 ยูโร และจำคุกนาน 3 ปี

ด้านตำรวจซึ่งมีหน้าที่สืบหาต้นตอการกระทำผิด จะใช้การมอนิเตอร์เว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นหลัก โดยจะคอยตรวจเรื่องการแลกเปลี่ยนของข้อมูลของเว็บไซต์ ตลอดจนขอความร่วมมือกับทางผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet service provider : ISP) เพื่อรวบรวมหลักฐานฟ้องศาลต่อไป

มีความเป็นไปได้ว่า ข้อเสนอฉบับดังกล่าวจะถูกต่อต้านจากศิลปิน ค่ายเพลง และค่ายหนังครั้งมโหฬาร

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

เหตุใดไอพ็อดจึงยังฮิตไม่เสื่อมคลาย

Mon, 2006-03-13 - 00:06

นิวยอร์กไทม์วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ไอพ็อดคงความฮอตฮิตตลอดกาล ไม่ยอมตกยุคตกกระแส แม้จะเปิดตัวมาแล้ว 5 ปีและมีคู่แข่งมากมายหลายยี่ห้อ

สื่อชื่อดังเผยบทวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลระดับโลกให้การตอบรับเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล "ไอพ็อด" จากแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์อย่างไม่เสื่อมคลายว่ามาจากปัจจัยสำคัญ 6 ประการเป็นอย่างน้อย ได้แก่ การออกแบบรูปทรงของตัวเครื่องที่ดูดีมีสไตล์, ปุ่ม scroll wheel ที่ใช้งานง่าย, อินเทอร์เฟสหน้าจอเข้าใจง่าย, สามารถซิงโครไนส์ข้อมูลได้ทั้งระบบแมคอินทอชและไมโครซอฟท์, มีร้านค้าขายเพลงออนไลน์ไอจูนส์คอยให้บริการ และสุดท้ายก็คือมีแอสเซสโซรี่อีกมากมายนับพันชนิดที่ผลิตขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับไอพ็อดโดยเฉพาะ ไม่เว้นแม้แต่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อหรู

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ครั้งนี้ ทำให้มีคู่แข่งในวงการอิเล็กทรอนิกส์ต่างส่งเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่มีรูปลักษณ์และการใช้งานคล้ายคลึงกันออกมามากมายหลายค่าย แต่ก็ยังไม่มีค่ายใดเจ๋งพอจะก้าวขึ้นเทียบตำแหน่ง "คู่แข่ง" ของไอพ็อดได้เลย ซึ่งในจุดนี้ นิวยอร์กไทม์ได้วิเคราะห์ไว้ว่า อาจมีสาเหตุมาจากเครื่องเล่นเพลงยี่ห้ออื่น ๆ นั้น พัฒนาแค่รูปทรง-คุณสมบัติและการตั้งราคาเพื่อให้สามารถแข่งกับไอพ็อดได้ แต่ไม่ได้พัฒนาบริการที่ครบวงจรแบบที่แอปเปิ้ลทำ

คู่แข่งที่เคยส่งเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลออกมาประชันได้แก่ Archos, SanDisk Sansa player และ Creative ล่าสุดมีคู่แข่งรายใหม่จากวงการโทรศัพท์มือถือที่โดดลงไปเล่นในตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลด้วย ได้แก่ ค่ายซัมซุง รุ่น Z5

เครื่องเล่นเพลงจากซัมซุงตัวใหม่นี้อาจก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงการเพลงดิจิตอลบ้างก็เป็นได้ เนื่องจากซัมซุงได้ว่าจ้าง พอล เมอร์เซอร์ (Paul Mercer) อดีตพนักงานแอปเปิ้ลผู้ออกแบบไอพ็อดซอฟท์แวร์มาร่วมงานด้วย

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิลเล็งผุดศูนย์บริการในแดนภารตะ

Fri, 2006-03-10 - 23:28

แอปเปิล คอมพิวเตอร์ ให้สัมภาษณ์ว่ามีแผนที่จะเปิดศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ หรือ คอลล์ เซ็นเตอร์ ศูนย์ใหม่ในแดนภารตะ เพื่อรองรับกระแสการเติบโตของธุรกิจ และยังเป็นการขยายสาขาศูนย์บริการเพิ่มเติมจากที่มีเพียงแค่เมืองลุงแซม

สถานที่ตั้งของคอลล์เซ็นเตอร์ที่แอปเปิลหมายตาไว้คือ เมืองบังกาลอร์ เมืองศูนย์กลางไอทีของอินเดีย โดยแอปเปิลเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการสร้างอาคารและระบบต่างๆ

"ในปีที่ผ่านมาแอปเปิลมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นหลายล้านคน และตอนนี้เราก็อยู่ในระหว่างดำเนินการสร้างศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์เพิ่มมากขึ้นในประเทศอินเดีย เพื่อรองรับธุรกิจของบริษัทที่กำลังเติบโต และเพื่อให้การบริการต่างๆ เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น" ตัวแทนจากแอปเปิลให้รายละเอียดพร้อมกับกล่าวเพิ่มว่า "แม้เราจะเปิดศูนย์ให้บริการเพิ่มในอินเดีย แต่เราก็ไม่ได้มีการปลดหรือลดพนักงานเลยแม้แต่คนเดียวในอเมริกา ไม่มีอะไรบอกได้ว่าการเติบโตของธุรกิจจะต้องอยู่ในประเทศใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นๆ ศูนย์บริการของเราในเมืองออสตินและเมืองซาคราเมนโต้ ก็ยังจะเปิดดำเนินการต่อ"

แอปเปิล ผู้ผลิตเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดและคอมพิวเตอร์แม็คยังให้คำมั่นว่า ศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะดำเนินการและการจัดการโดยพนักงานจากแอปเปิล คุณภาพของการบริการจะไม่ลดน้อยลงแม้แต่น้อย โดยการให้บริการจะเป็นบริการลักษณะเดียวกันกับที่แอปเปิลเคยได้รางวัลในเรื่องนี้

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ไทมส์ ออฟ อินเดีย (Times of India) หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของแดนภารตะได้รายงานข่าวที่แอปเปิลเตรียมเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่มาแล้ว โดยรายงานว่าศูนย์คอลล์เซ็นเตอร์ของแอปเปิลอาจเริ่มดำเนินงานก่อนปลายปีหน้า กับกลุ่มลูกค้าราว 1,500 ราย โดยพนักงานจำนวนกว่า 3,000 คน

แอปเปิลปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงรายละเอียดจำนวนพนักงานและระดับความสามารถของศูนย์ในขณะนี้

แอปเปิลเป็นหนึ่งในหลายค่ายผลิตอิเล็คทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ที่ลงทุนตั้งศูนย์การให้บริการลูกค้าในประเทศอินเดีย หลังจากที่ เดลล์ได้ตัดริบบิ้นเปิดศูนย์ให้บริการลูกค้าศูนย์ที่สามในประเทศอินเดียเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา แต่ถึงจะเป็นศูนย์ที่สาม กระนั้นเดลล์ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องคุณภาพของการให้บริการแก่ลูกค้าอยู่

การเปิดศูนย์บริการที่อินเดียในครั้งนั้น เดลล์ลังเลที่จะตัดสินใจว่าจะลงทุนสร้างศูนย์บริการลูกค้าที่สหรัฐอเมริกาหรือไม่ แต่สุดท้ายเดลล์ก็ได้ตัดสินใจที่จะลงทุนขยายศูนย์ฯ ในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในปี 2003 หรือ 3 ปีที่แล้ว

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

มาแล้ว น้องใหม่ในตระกูลแอปเปิ้ล

Wed, 2006-03-01 - 11:47

แอปเปิ้ลเปิดตัวแมคมินิเวอร์ชันใหม่สองรุ่น โลว์เอนด์และไฮเอนด์ ในราคา 599 และ 799 เหรียญสหรัฐรับวันสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมแนะนำ "iPod Hi-Fi" เครื่องเสียงสำหรับบ้านรับยุคไอพ็อดครองเมือง

โดยในเวอร์ชันโลวเอนด์นั้น มาพร้อมอินเทลโปรเซสเซอร์ (ซิงเกิลคอร์) ความเร็ว 1.5 กิกะเฮิร์ตซ์ ฮาร์ดดิสก์ 60GB คอมโบไดรว์สามารถเล่นแผ่นดีวีดีได้และเขียนซีดีได้ด้วย ขายในราคา 599 เหรียญสหรัฐ

ส่วนในรุ่นแพงขึ้นมาหน่อยขายที่ราคา 799 เหรียญสหรัฐ มาพร้อมโปรเซสเซอร์คอร์ดูโอ ความเร็ว 1.67 กิกะเฮิร์ตซ์ ฮาร์ดดิสก์ 80 กิกะไบต์ และซูเปอร์ไดรว์ สามารถเขียนได้ทั้งแผ่นซีดีและดีวีดี

ทั้งสองรุ่นมีหน่วยความจำ (แรม) 512 เมกะไบต์ มีการ์ดอีเธอร์เน็ต ไฟร์ไวร์พอร์ต และยูเอสบีพอร์ต 4 พอร์ต

"เราคาดว่าทั้งสองโปรดักซ์จะสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับแอปเปิ้ลได้ไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ" สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิ้ลกล่าวในงานเปิดตัวครั้งพิเศษนี้ที่สำนักงานใหญ่ของแอปเปิ้ล

และสำหรับผลิตภัณฑ์สนุก ๆ ที่แอปเปิ้ลระบุไว้ว่าจะเปิดตัวในวันนี้ได้แก่ "iPod Hi-Fi" เครื่องเสียงคุณภาพสเตอริโอที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย รองรับการใช้งานได้กับไอพ็อดทุกรุ่น ในราคา 349 เหรียญสหรัฐ

"ถือเป็นระบบสเตอริโอสำหรับใช้งานในบ้านที่ออกแบบให้สำหรับยุคของไอพ็อดโดยเฉพาะ" จ็อบส์กล่าว

ปัจจุบันแอปเปิ้ลถือว่ามีส่วนแบ่งตลาดเกินครึ่งแล้วของวงการเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลสหรัฐอเมริกา โดยครองส่วนแบ่งกว่า 62 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สี่ของปี 2005 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีเพียง 52 เปอร์เซ็นต์ (อ้างอิงตัวเลขจาก NPD Group)

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

ร่วมฉลอง "ไอจูนส์" ทะลุหนึ่งพันล้านแล้ว

Sat, 2006-02-25 - 22:10

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ประกาศชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อไอจูนส์ เว็บไซต์ขายเพลงดิจิตอลสามารถทุบสถิติยอดขายเพลงบนเว็บได้เกินหนึ่งพันล้านเพลงแล้ว

บทเพลงที่จะถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ของไอจูนส์และแอปเปิ้ลครั้งนี้คือเพลงของวงโคลด์เพลย์ ชื่อเพลงว่า Speed of Sound สำหรับผู้ที่ดาวน์โหลดเพลงนี้มีชื่อว่า Alex Ostrovsky เป็นชาวเมืองบลูมฟิลด์ รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา

ผู้โชคดีจะได้รับไอแม็คจอ 20 นิ้ว ไอพ็อด และบัตรของขวัญมูลค่า 10,000 เหรียญสหรัฐสำหรับซื้ออะไรก็ได้บนเว็บไอจูนส์

รายงานอ้างคำพูดของ มร.สตีฟ จ็อบส์ โดยระบุว่า "ผมหวังว่าลูกค้า ศิลปิน และบริษัทผู้ผลิตผลงานเพลงทุกท่านจะร่วมกันจดจำวันแห่งความสำเร็จนี้เอาไว้ เนื่องจากเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าเราได้บรรลุความสำเร็จร่วมกันในการต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ ด้วยยอดขายเพลงแบบถูกกฎหมายทะลุหลักพันล้านเพลงในวันนี้ และเชื่อว่านี่เป็นอีกก้าวของการทำธุรกิจในวงการเพลง ที่เปลี่ยนจากการขายซีดี มาขายผ่านอินเทอร์เน็ต"

สำหรับเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลคู่บุญบารมีของไอจูนส์ อย่างไอพ็อดนั้นก็ทำยอดขายได้แล้วกว่า 42 ล้านเครื่องก่อนการตัดสินใจลดราคาครั้งใหญ่ของแอปเปิ้ล ซึ่งตัวเลขหลังการลดราคาครั้งนั้นยังไม่มีการรายงานออกมาแต่อย่างใด แต่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2005 ยอดขายของไอพ็อดนั้นเฉลี่ยแล้วนาทีละ 100 เครื่องเท่านั้นเอง

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

พบน้องใหม่ของสาวกแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์

Wed, 2006-02-22 - 10:50

กระแสความร้อนแรงของผลิตภัณฑ์ใหม่จากแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ หลังเปลี่ยนไปใช้ชิปดูอัลคอร์จากอินเทลยังไม่ทันจาง ก็มีข่าวดีสำหรับสาวกแอปเปิ้ลออกมาอีกแล้ว นั่นคือจะมีน้องใหม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ผู้บริหารยังอุบเงียบไม่ยอมเผยรายละเอียดใด ๆ ทั้งสิ้น

หลังจากที่มีอีเมลส่งตรงถึงมือผู้สื่อข่าวต่างประเทศหลายสำนักจากค่ายแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ ผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอช และไอพ็อด เชิญร่วมงานแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท เนื้อหาใจความของจดหมายมีเพียงข้อความสั้น ๆ ว่า "Come see some fun, new products from Apple,"

มาในวันนี้ ทางบริษัทได้ยอมรับว่าในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จริง อย่างไรก็ดีอาจถือว่ามีแตกต่างจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทุก ๆ ครั้งของแอปเปิ้ลที่ผ่านมา เนื่องจากมีการบอกเป็นนัย ๆ เกี่ยวกับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ทราบมากขึ้น

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

หนอนแมคอินทอชโผล่อีกตัว

Wed, 2006-02-22 - 01:44

เอฟซีเคียวร์ระบุ พบมัลแวร์ หรือโค้ดโปรแกรมหนอนคอมพิวเตอร์ประสงค์ร้ายตัวที่สองที่มุ่งโจมตีระบบปฏิบัติการ MAC OS X ของเครื่องแมคอินทอชแล้ว หนอนตัวใหม่นี้จะแพร่กระจายโดยใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องในเทคโนโลยีบลูทูธของเครื่องที่ยังไม่มีการอัปเดทชุดแพตช์เพื่ออุดรูรั่วดังกล่าว

เอฟซีเคียวร์ (F-Secure Corp.) ให้ชื่อหนอนแมคอินทอชตัวใหม่นี้ว่า Inqtana.A เป็นหนอนที่แพร่กระจายในระยะไกลที่แฮกเกอร์ทดลองสร้างขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ว่าสามารถโจมตีระบบได้จริง ถูกสร้างขึ้นโดยภาษาจาวา มีการตั้งโปรแกรมให้สิ้นสุดการทำงานในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2006

แม้หนอนดังกล่าวจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากมาย แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า มัลแวร์ดังกล่าวสามารถแพร่กระจายตัวเองผ่านช่องโหว่ของเทคโนโลยีบลูทูธ (Bluetooth) เทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สายระยะใกล้ที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการ MAC OS หลายเวอร์ชัน ทั้ง Panther และ Tiger

ช่องโหว่ดังกล่าว แอปเปิลได้แจกจ่ายชุดแพตช์แก้ไขข้อบกพร่องไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยรวมอยู่ในชุดซอฟต์แวร์อัปเดทระบบฟรี

ระบบที่ยังไม่ได้ติดตั้งชุดแพตช์แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวเท่านั้นจึงจะตกเป็นกลุ่มเสี่ยงของหนอนดังกล่าว

บลูทูธเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายข้อมูลไร้สายระยะใกล้ความเร็วต่ำ นิยมใช้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่เช่นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก พีดีเอ และโทรศัพท์มือถือ รัศมีทำการราว 30 ฟุต หรือมากกว่านั้น

และเช่นเคย ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้คำแนะนำว่าควรจะอัปเดทชุดแพตช์ของ MAC OS ให้เรียบร้อย และไม่เปิดรับไฟล์แปลกหน้าใดๆ

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

ยอดดาวน์โหลดไอจูนส์เตรียมแตะระดับพันล้าน

Tue, 2006-02-21 - 01:48

แอปเปิลคอมพิวเตอร์โชว์ตัวเลขนับถอยหลังยอดขายบริการเพลงออนไลน์ "ไอจูนส์ (iTunes)" ใกล้ทะลุหลักหนึ่งพันล้านเพลงเต็มที หลังจากสามารถจำหน่ายเพลงได้มากกว่า 30 ล้านเพลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าต้องยกความดีให้กับเครื่องเล่นเพลง MP3 ยอดฮิตอย่างไอพ็อด (iPod) ที่ส่งให้ยอดขายเพลงออนไลน์พุ่งกระฉูดเช่นนี้

เพื่อเฉลิมฉลองสถิติสวยงามนี้ แอปเปิลเตรียมรางวัลพิเศษให้กับผู้ที่ดาวน์โหลดเพลงทุกๆลำดับหลักแสน เป็นเครื่องเล่นไอพ็อดนาโน (iPod Nano) ขนาด 4GB สีดำและบัตรเติมเงินดาวน์โหลดเพลงบนไอจูนส์ (iTunes) มูลค่า 100 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,000 บาท

และพิเศษสุดสำหรับผู้ที่สั่งซื้อเพลงลำดับที่หนึ่งพันล้าน จะได้รับไอแมค (iMac) คอมพิวเตอร์แมคอินทอชรุ่นขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว พร้อมการ์ดดาวน์โหลดเพลงมูลค่า 10,000 เหรียญฯ (ประมาณ 400,000 บาท) พร้อมเครื่องเล่นไอพ็อดความจุ 60GB จำนวน 10 เครื่อง

แอปเปิลนั้นเริ่มนับถอยหลังสถิติดาวน์โหลดเพลงมาตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตัวเลขที่แสดงบนเว็บไซต์ขณะรายงานข่าวอยู่ที่ 991,522,600 เพลง

รายงานระบุว่า แอปเปิลจะมีแผนส่งไอพ็อดดีไซน์ใหม่ออกมาในช่วงปี 2006 นี้ โดยจะเน้นการปรับปรุงขนาดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น และจะเปลี่ยนคลิกวิลล์แบบใหม่ เป็นทัชสกรีนคลิกวิลล์ (touch-screen click wheel)

โดยคาดว่าแอปเปิลจะเปิดตัวไอพ็อดขนาด 6G ในงานแมคเวิร์ลเอ็กซ์โป (Macworld Expo) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 เมษายนนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีแอปเปิล

ตั้งแต่การเปิดตัวไอพ็อดเมื่อปี 2001 แอปเปิลสามารถจำหน่ายไอพ็อดไปทั้งสิ้น 42 ล้านเครื่อง และตั้งเป้าว่าปีนี้จะสามารถจำหน่ายได้ 24 ล้านเครื่อง

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิ้ลได้ฤกษ์ขาย MacBook Pro

Thu, 2006-02-16 - 10:15

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ประกาศฤกษ์วางจำหน่ายคอมพิวเตอร์ MacBook Pro (แมคบุ๊ก โปร) ของทางค่ายที่ใช้ชิปอินเทลแล้ว โดยเป็นช่วงสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน

มร.สตีฟ ลิดเบิร์ก นักวิเคราะห์จากแปซิฟิก เครสท์ ซีเคียวริตี้ส์กล่าวว่า "การที่แอปเปิ้ลประกาศให้ทราบถึงกำหนดการเริ่มขายแมคบุ๊ก โปร ในช่วงนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะนักวิเคราะห์มีความกังวลกันอยู่เล็กน้อยว่าเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ที่ทำให้ต้องเลื่อนการจำหน่าย การเปิดตัวแมคที่ใช้ชิปอินเทลเปรียบเสมือนการผลัดเปลี่ยนยุคของแอปเปิ้ล ดังนั้น การทำตลาดควรมีความต่อเนื่องด้วย"

พร้อมกันนี้ แอปเปิ้ลยังได้ประกาศราคาและคุณสมบัติของแม็คบุ๊ก โปร (MacBook Pro) ที่จะวางจำหน่ายในสัปดาห์นี้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องความเร็วของโปรเซสเซอร์ด้วย ได้แก่ รุ่นไฮเอนด์ใช้ชิปอินเทล คอร์ ดูโอ ความเร็ว 2.16 กิกะเฮิร์ตซ์ ราคาอยู่ที่ 2,499 เหรียญสหรัฐ ส่วนรุ่นที่มีความเร็ว 1.83 กิกะเฮิร์ตซ์นั้นอยู่ที่ 1,999 เหรียญสหรัฐ โดยทั้งสองรุ่นใช้โปรเซสเซอร์ที่มีความเร็วสูงกว่าที่เคยแถลงข่าวไว้แต่ต้น ส่วนในเรื่องของราคานั้น ยังคงขายในราคาเท่าที่เคยประกาศไว้ในช่วงแรก

"ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค" เดวิด มู้ดดี้ รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ของแอปเปิ้ลกล่าว

สำหรับชนิดและความเร็วของโปรเซสเซอร์ที่ทางค่ายแอปเปิ้ลได้แถลงข่าวไว้แต่ต้นนั้น จะเป็นชิปอินเทลดูอัลคอร์ 1.67 กิกะเฮิร์ตซ์ กับ 1.83 กิกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งรายงานข่าวจากเอพีไม่ได้ระบุว่าการปรับเปลี่ยนความเร็วชิปมีสาเหตุมาจากอะไร

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ราคาหุ้นของแอปเปิ้ลเกิดความผันผวนเล็กน้อย ปีเตอร์ ออปเพนไฮเมอร์ (Peter Oppenheimer) ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของแอปเปิ้ลเปิดเผยว่า การผันผวนดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากการประกาศใช้ชิปอินเทลในเครื่องแมคอินทอช ทำให้แอปเปิ้ลสูญเสียยอดขายบางส่วนไปในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2005 ด้วย

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

Mac OS X 10.4.5 ปรับปรุงการทำงาน iChat, Safari

Wed, 2006-02-15 - 09:25

แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ได้เปิดให้ผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Mac OS X 10.4 ได้อัพเดทเวอร์ชั่นล่าสุด 10.4.5 เมื่อวันอังคาร (14 ก.พ. 2006) ที่ผ่านมาโดยมีการปรับปรุงแก้ปัญหาดังรายการ โดยปรับปรุงส่วนสำคัญเช่น แก้ปัญหาการใช้งานเทคโนโลยีร่วมกับ iChat และการแสดงผลเว็บไซต์สำหรับ Safari

แก้ปัญหาการใช้งาน Safari ที่ใช้งานร่วมกับอีเมล์ของ AOL ในการเปิดเว็บเมล์ อัพเดทการส่งผ่านข้อมูลผ่าน iDisk ที่มีขนาดใหญกว่า 4GB

ปรับปรุงการเชื่อมต่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์ Epson ที่ไม่สามารถสั่งพิมพ์ผ่าน Airport Extream สามารถใช้งานได้ใน Mac OS X 10.4.5

สำหรับการแก้ไขปัญหาอื่นเช่น Dashboard และ widgets, การดู QuickTime streaming ในบางเครือข่าย, เวลาใน Time zone ปี 2006 และ 2007, VPN NAT, การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ สามารถทำได้มากขึ้น และพร้อมกันนี้ได้อัพเดท security update มาแล้วด้วย

ในการอัพเดทครั้งนี้มีให้เลือกดาวน์โหลดทั้งสำหรับ PowerPC และ Intel ให้เลือกดาวน์โหลด

ขอบคุณ ข่าวจาก Macworld

ไอพ็อดนาโนเจอคดีอีกแล้ว

Wed, 2006-02-15 - 08:39

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ เจอคดีความไม่ยอมหยุด ล่าสุดเจอฟ้องในปัญหาหน้าจอสีของไอพ็อดนาโนว่ามีรอยง่ายเกินไปแม้ในการใช้งานธรรมดา

"ถ้าสตีฟ จ็อบส์ สามารถใส่ไอพ็อดไว้ในกระเป๋าของเขาได้โดยไม่เป็นรอย ผู้บริโภคที่ซื้อไอพ็อดไปก็ควรจะได้รับสินค้าคุณภาพเช่นเดียวกันด้วย การทำเช่นนี้ถือเป็นการทำตลาดโดยเน้นที่ภาพลักษณ์เป็นสำคัญ มากกว่าฟีเจอร์การใช้งานจริง ๆ" Harvey Rosenfield ทนายความผู้ทำหน้าที่ยื่นฟ้องเรื่องดังกล่าวต่อศาลในเมือง San Mateo กล่าว โดยจะมีการร้องต่อศาลให้แอปเปิ้ลทำการเรียกคืนสินค้าและส่งไอพ็อดนาโนชิ้นใหม่ให้กับผู้บริโภคแทนเครื่องที่ชำรุดด้วย

ขณะที่ มร.สตีฟ ดาวลิง (Steve Dowling) โฆษกของแอปเปิ้ลปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ ต่อกรณีดังกล่าว

เอกสารร้องเรียนที่จัดทำขึ้นมีความยาวทั้งสิ้น 19 แผ่น โดยถือเป็นคดีฟ้องร้องคดีที่ 13 แล้วนับตั้งแต่แอปเปิ้ลเปิดตัวไอพ็อดนาโนเมื่อปีที่ผ่านมา ภายในงานเปิดตัวครั้งนั้น ได้มีการสาธิตการทำงานของไอพ็อดนาโน โดยสตีฟ จ็อบส์ใส่มันเอาไว้ในกระเป๋าใส่เหรียญของกางเกงยีนส์ การกระทำดังกล่าวถือเป็นภาพที่ติดตาผู้ได้พบเห็นเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแขกผู้มีเกียรติภายในงาน สื่อมวลชน หรือผู้บริโภคที่ได้พบเห็นภาพดังกล่าวตามสื่อต่าง ๆ

หลังจากเปิดตัวแล้ว กระแสความต้องการไอพ็อดนาโนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วัดได้จากยอดการสั่งจองตามเว็บไซต์ต่าง ๆ อย่างไรก็ดี เริ่มมีผู้บริโภคส่วนหนึ่งร้องเรียนว่า หน้าจอของเครื่องเป็นรอยขูดขีดง่าย แม้ในการใช้งานธรรมดา แต่ทางผู้บริหารของแอปเปิ้ลได้ตอบมาว่า โอกาสที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมีน้อยมาก หรือคิดเป็น 1 เครื่องใน 100 เครื่องเท่านั้น อย่างไรก็ดี กระแสความไม่พอใจได้ก่อตัวเพิ่มมากขึ้น และมีการแสดงความคิดเห็นผ่านกระทู้ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง

ผู้บริหารของแอปเปิ้ลระบุว่า ยินดีจะเปลี่ยนเครื่องที่ชำรุดดังกล่าวให้ โดยให้ติดต่อที่แอปเปิ้ลแคร์ ฝ่ายบริการหลังการขาย

ตามการเปิดเผยของผู้บริหารแอปเปิ้ลระบุว่า ไอพ็อดนาโนใช้พลาสติกชนิดเดียวกับกับที่ใช้ในไอพ็อดรุ่นอื่น ๆ ซึ่งในการทำตลาดไอพ็อดรุ่นเก่า กลับไม่มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นแต่อย่างใด

แม้ว่าไอพ็อดจะมีคดีความติดตัวหลายสิบคดี แต่ความนิยมจากตลาดเครื่องเล่นเพลงอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา แอปเปิ้ลสามารถทำยอดขายเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดได้แล้วกว่า 14 ล้านเครื่อง

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิ้ลหั่นราคาไอพ็อดชัฟเฟิลเหลือ 69 เหรียญ - เปิดตัวนาโน 1 GB

Thu, 2006-02-09 - 11:16

หั่นราคาแล้วจ้า สำหรับไอพ็อดชัฟเฟิลจากค่ายผลไม้แห่งวงการไอที "แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์" โดยประกาศลดราคาเครื่องเล่นดังกล่าวลง ในรุ่นที่มีความจุ 512 เมกะไบต์ และในรุ่นความจุ 1 กิกะไบต์ พร้อมทั้งเปิดตัวไอพ็อดนาโนรุ่นความจุ 1 กิกะไบต์เอาใจคนฟังเพลงด้วย

สำหรับราคาที่ลดลงนั้น ไอพ็อดชัฟเฟิลรุ่น 512 เมกะไบต์จาก 99 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,900 บาท) ลดเหลือ 69 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,721 บาท) และในรุ่นความจุ 1 กิกะไบต์หั่นราคาลงจาก 129 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,087 บาท) เหลือ 99 เหรียญสหรัฐ (คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน 1 เหรียญสหรัฐเท่ากับ 39.44 บาท)

นอกจากนั้น แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ถือครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลในสหรัฐอเมริกาเอาไว้ได้มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ยังได้เปิดเผยถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มให้ความนิยมในบริการต่าง ๆ ของทางค่ายมากขึ้น โดยระบุว่า ปัจจุบันบริษัทสามารถขายไฟล์วิดีโอผ่านร้านค้าออนไลน์ "ไอจูนส์" ได้แล้ว 12 ล้านไฟล์

"เราทำให้มันเป็นบริการที่มากกว่าความสะดวกสบาย ซื้อง่าย ซึ่งทางค่ายแอปเปิ้ลต้องการรักษายอดการเติบโตนี้เอาไว้ พร้อมทั้งขยายตลาดไปด้วยในตัว" Greg Joswiak ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของไอพ็อดกล่าวให้สัมภาษณ์

เปิดตัวน้องใหม่ "นาโน" 1GB

นอกจากข่าวดีเรื่องการลดราคาแล้ว แอปเปิ้ลยังเปิดตัวไอพ็อดนาโนรุ่น 1 กิกะไบต์ จากเดิมที่มีเพียงรุ่น 2 และ 4 กิกะไบต์เพิ่มเติมอีกด้วย ในราคา 149 เหรียญสหรัฐ

รายงานข่าวจากรอยเตอร์ระบุว่า ปัจจุบัน แอปเปิ้ลสามารถทำยอดขายเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดได้มากกว่า 40 ล้านเครื่องแล้ว นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2001 เป็นต้นมา โดยความนิยมของเครื่องเล่นดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะในปี 2005 เพียงปีเดียว บริษัทสามารถขายไอพ็อดได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านเครื่อง

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนก็เกรงว่าการลดราคาของเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดจะกระทบต่อผลกำไรขององค์กร ขณะที่นักวิเคราะห์ชอว์ วู (Shaw Wu) จาก American Technology Research เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อแอปเปิ้ลอย่างแน่นอน

"ปัจจุบัน ราคาของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มีการปรับตัวลดลงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟลชเมมโมรี่ที่ใช้กับไอพ็อดชัฟเฟิล ดังนั้น หากแอปเปิ้ลไม่ได้ปรับตัว ลดราคาตาม ผลก็คือแอปเปิ้ลจะมีกำไรมหาศาลจากชัฟเฟิล" มร.วูกล่าว

นักวิเคราะห์วูยังกล่าวด้วยว่า จากการสำรวจตัวเลขล่าสุด คาดว่าครอบครัวอเมริกันทุก 1 ใน 3 ครอบครัว จะมีเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล 1 เครื่อง ซึ่งถือเป็นโอกาสในการชิงส่วนแบ่งตลาดที่สำคัญมากสำหรับไอพ็อด ซึ่งอาจจะสำคัญกว่าการแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดโลกเสียอีก

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

โปรเจ็คดี ๆ สู่มหาวิทยาลัย(ในสหรัฐ) จากแอปเปิ้ล

Sat, 2006-01-28 - 23:31

แอปเปิ้ลผุดโปรเจ็คเอาใจการศึกษาอีกแล้ว ด้วยการเปิดตัวบริการนำร่อง "iTunes U" ร่วมกับหกมหาวิทยาลัยสหรัฐชื่อดัง หวังส่งไอพ็อดและไอจูนส์ยึดหัวหาดการศึกษาให้ครบวงจร

แอปเปิ้ล ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แมคอินทอชชื่อดังที่ระยะหลังหันมาเอาดีด้านการผลิตเครื่องเล่นเพลงไอพ็อด และร้านค้าเพลงออนไลน์ไอจูนส์เปิดตัวโครงการนำร่องใหม่ภายใต้ชื่อ "ไอจูนส์ ยู" หวังใช้ส่งเสริมการศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยเป็นการพัฒนาสื่อการสอนให้สามารถเล่นได้บนอุปกรณ์ดิจิตอลแบบพกพา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำมาประยุกต์ใช้ในลักษณะนี้ ขณะที่ก่อนหน้านี้ สื่อการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยส่วนมากของสหรัฐอเมริกาจะเป็นสื่อออนไลน์ผ่านเว็บ

มหาวิทยาลัยแห่งมิสซูรี (The University of Missouri) เป็นอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งที่มีการจัดทำเลคเชอร์ของอาจารย์ในรูปแบบพ็อดแคสต์เพื่อให้สามารถดาวน์โหลดไปฟังเพิ่มเติมได้ โดยมหาวิทยาลัยดังกล่าวได้เซ็นสัญญาร่วมกับแอปเปิ้ลในการพัฒนาโครงการนำร่องนี้ร่วมกัน

"นักเรียนของเราเป็นกลุ่มผู้ใช้อุปกรณ์ดิจิตอลอยู่แล้ว เราจึงต้องการตอบสนองความต้องการของนักศึกษา ขณะที่การใช้งานไอจูนส์ในหมู่นักศึกษาก็ได้รับความนิยมอย่างสูงเช่นกัน" Keith Politte เจ้าหน้าฝ่ายพัฒนาของมหาวิทยาลัยกล่าวให้สัมภาษณ์

เพื่อการนี้ แอปเปิ้ลได้เสนอซอฟต์แวร์ให้งานได้ฟรี โดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่เข้าร่วมสามารถปรับแต่งซอฟต์แวร์ไอจูนส์ได้ และโรงเรียนยังสามารถโพสต์ไฟล์พ็อดแคสต์ ไฟล์เสียง ไฟล์วิดีโอการเรียนการสอนขึ้นบนเว็บไซต์พันธมิตรของไอจูนส์ได้ด้วย การใช้งานไอจูนส์ยูนี้ รองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการวินโดวส์และแมคอินทอช

ข้อดีของการปรับแต่งซอฟต์แวร์ได้เอง ช่วยให้ทางสถาบันสามารถกำหนดได้ว่า เนื้อหาที่ต้องการเผยแพร่ให้ดาวน์โหลดนั้น ต้องการเผยแพร่แบบจำกัดกลุ่มผู้ใช้งานว่าต้องเป็นเฉพาะนักศึกษาในสถาบัน หรือสามารถดาวน์โหลดได้แบบไม่จำกัดด้วย

ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเข้าร่วมโครงการกับแอปเปิ้ลเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้เปิดให้สาธารณชนทั่วไปแอคเซสเข้ามาดูเลคเชอร์ได้ ไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในหมู่นักเรียนนักศึกษา นอกจากนั้นยังมีการทำออดิโอบรอดแคสต์รายการแข่งขันกีฬาให้เพิ่มเติมด้วย

Link ที่เกี่ยวข้อง : Standford on iTunes

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

ไอแมครุ่นติดตั้งชิปอินเทล บุกไทยก.พ.นี้

Fri, 2006-01-27 - 20:33

หลังจากที่สตีฟ จ็อปส์เปิดตัวคอมพิวเตอร์แมคอินทอชรุ่นตั้งโต๊ะ "ไอแมค (iMac)" และแลปท็อปแมคอินทอช "แมคบุ๊กโปร (MacBook Pro)" รุ่นใหม่ที่ใช้ชิปประมวลผลอินเทลคอร์ดูโอ ในงานแมคเวิลด์ 2006 เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด แอปเปิลประกาศรายละเอียดการวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โดยสองผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะออกวางจำหน่ายภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆที่แอปเปิลประกาศในงานแมคเวิร์ล 2006 (MacWorld Expo 2006) นอกเหนือจาก 2 ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์แมคอินทอชข้างต้น ได้แก่โปรแกรมไอไลฟ์ (iLife&39;06) ไอเวิร์ก (iWork&39;06) เวอร์ชันอัปเดทล่าสุด รวมถึงรีโมทคอนโทรล์เครื่องเล่นเพลงไอพ็อด (iPod Remote Radio) รีโมทปรับปรุงใหม่ที่เพิ่มความสามารถในการรับสัญญาณวิทยุให้กับไอพ็อดนั้น เริ่มออกวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วในขณะนี้

ไอแมคและแมคบุ๊กโปร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าไอแมคและแมคบุ๊กโปรรุ่นล่าสุดที่แอปเปิลเปิดตัวออกมา ถูกจับตามองจากตลาดมากกว่าครั้งใดๆที่ผ่านมา เนื่องจากการตัดสินใช้ตัดญาติกับไอบีเอ็ม แล้วหันมาใช้หน่วยประมวลจากค่ายอินเทลเป็นครั้งแรก

แอปเปิลระบุว่า ชิปอินเทลคอร์ดูโอช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไอแมคถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับไอแมครุ่นก่อน และ 4 เท่าสำหรับแมคบุ๊กโปรเมื่อเทียบกับพาวเวอร์บุ๊กจีโฟร์ (PowerBook G4)

ทั้งสองรุ่นฝังกล้องวีดีโอ iSight สำหรับการเล่นเว็บแคม มาพร้อม Front Row และรีโมทคอนโทรล์เพื่อให้สามารถใช้งานด้านความบันเทิงอย่างสะดวกสบาย

ไอแมครุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับโปรแกรมไอไลฟ์ 06 เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ โดยเริ่มวางจำหน่ายแล้วในต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยจะเริ่มวางจำหน่ายภายในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ มี 2 ขนาดให้เลือก ได้แก่ iMac 1.83 GHZ ขนาด 17 นิ้ว ราคาจำหน่าย 58,400 บาท และ iMac 2.0 GHZ ขนาด 20 นิ้ว ราคา 75,500 บาท (ราคาขายปลีกไม่รวมภาษี)

สำหรับแมคบุ๊กโปร จะมาพร้อมกับ MagSafe ขั้วต่อสายไฟแบบใหม่ที่เป็นแม่เหล็ก ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการจดลิขสิทธิ์ในขณะนี้ ตัวเครื่องมีขนาดบางเฉียบ 1 นิ้ว น้ำหนักเพียง 5.6 ปอนด์ จะวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์เช่นกัน มี 2 รุ่นให้เลือก MacBook Pro 1.67 GHZ ขนาด 15 นิ้ว ราคา 90,200 บาท ส่วน MacBook Pro 1.83 GHZ ขนาด 15 นิ้วเช่นกันราคา 112,100 บาท

ไอไลฟ์ ไอเวิร์ก และไอพ็อดเรดิโอรีโมท

ไอไลฟ์คือโปรแกรมดิจิตอลไลฟ์สไตล์ของแอปเปิล โดยไอไลฟ์เวอร์ชันปรับปรุงล่าสุดปี 06 นี้ถูกระบุว่ามีการอัปเดทมากที่สุดเท่าที่เคยทำมา เช่นการปรับปรุงการทำงานของ iPhoto 6 เพื่อการทำหนังสือ ปฏิทิน หรือการ์ดต่างๆอย่างง่ายดาย มีการเพิ่มฟังก์ชัน Photocasting สำหรับการแชร์รูปบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีการเพิ่มคุณสมบัติด้านการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ การเขียนดีวีดีในรูปแบบที่ต้องการเพื่อรองรับกับทีวีไวด์สกรีนที่มีอยู่

ที่สำคัญคือไอไลฟ์ 06 เป็นครั้งแรกที่มีการรวมเอา iWeb ไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างเว็บไซต์รูปภาพ บล็อคสำหรับเขียนข้อเขียนออนไลน์ และการทำพอดคาสต์ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว

ไอแมครุ่นใหม่ทุกเครื่องจะมาพร้อมซอฟต์แวร์ไอไลฟ์06ดังกล่าวอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อต่างหาก สนนราคาขายปลีกที่ 4,200 บาท

ไอเวิร์กคือซอฟต์แวร์สำหรับการสร้างเอกสารและงานพรีเซนเทชัน การอัปเดทในไอเวิร์ก 06 จะเน้นไปที่การเพิ่มเครื่องมือในการสร้างแผนภูมิ 3 มิติและเครื่องมือตบแต่งรูปภาพขั้นสูง โดยจะมีเวอร์ชันทดลองใช้ 30 วันแนบมาพร้อมกับไอแมครุ่นใหม่ ไอเวิร์ก06วางจำหน่ายแล้วในขณะนี้ด้วยราคาขายปลีก 4,200 บาท

ส่วนไอพ็อดเรดิโอรีโมท เป็นการปรับปรุงรีโมทคอนโทรล์สำหรับไอพ็อดนาโน (iPod Nano) รีโมทดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเพลง หรือปรับระดับเสียงทั้งที่เก็บไอพ็อดไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือในเป้สะพายหลัง ทำให้ไอพ็อดนาโนสามารถฟังวิทยุระบบเอฟเอ็มได้ โดยจะแสดงข้อมูลสถานีและเพลงบนหน้าจอของไอพ็อด

ไอพ็อดเรดิโอรีโมทจำหน่ายในราคา 2,600 บาท ประกอบด้วยหูฟังของแอปเปิล 1 คู่ และสายเคเบิล 1 เส้น

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

สตีฟ จ็อปส์ กำลังจะกลายเป็น เจ้าพ่อฮอลลีวูด

Thu, 2006-01-26 - 10:10

ที่ผ่านมา การเป็นทั้งผู้ร่วมทุนและผู้กุมบังเหียนบริหารของบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ และบริษัทพิกซาร์แอนิเมชัน ส่งให้สตีฟ จ็อปส์ กลายเป็นผู้ที่ต้องยืนอยู่บนสะพานเชื่อมโลกสองโลกเข้าไว้ด้วยกันอยู่แล้ว นั่นคือโลกของผู้สร้างคอนเทนท์ในฮอลลีวูด และโลกของผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีแห่งซิลิกอนวัลเลย์

กระทั่งล่าสุด แผนการซื้อพิกซาร์ (Pixar) ของวอลท์ดิสนีย์ (Walt Disney Co.) ด้วยเม็ดเงินมูลค่ากว่า 7,400 ล้านดอลลาร์ ทำให้สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) ไม่เพียงจะกลายเป็นเจ้าพ่อรายใหญ่ของวงการฮอลลีวูดเท่านั้น แต่นั่นหมายถึงอำนาจที่มากขึ้นในการผลักดันให้ภาพยนตร์หรือผลงานของค่าย ถูกฉายหรือเปิดให้ผู้บริโภคเข้าชมได้ในช่องทางใด เนื่องจากภายใต้เงื่อนไขการซื้อขาย จ็อปส์จะขึ้นนั่งเก้าอีกรรมการบริหารของดิสนีย์ ในฐานะการเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ถือหุ้นของดิสนีย์ไว้มากที่สุด

ที่ผ่านมา จ็อปส์มีเครดิตการเป็นผู้บริหารพิกซาร์ ปูทางให้การเจรจากับผู้สร้างคอนเทนท์ในวงการฮอลลีวูด เรื่องการขอไลเซนส์สำหรับบริการดาวน์โหลดเพลงเป็นไปอย่างราบรื่นอยู่แล้ว ยิ่งล่าสุดแอปเปิลเริ่มแตกไลน์ไปสู่บริการดาวน์โหลดรายการทีวีออนไลน์ ทั้งรายการทีวียอดนิยมจากสถานีอื่นๆ และสถานีเอบีซี (ABC) ในเครือดีสนีย์

ด้วยการเป็นเจ้าตลาดเทคโนโลยี การสร้างความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการทำนายแนวโน้มของผู้บริโภคในตลาดที่น่าทึ่ง ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า สตีฟ จ็อปส์ จะเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการนำพาดีสนีย์ไปสู่ยุคดิจิตอลในอนาคต

"บทบาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา คือการนำทางดีสนีย์ไปสู่ยุคดิจิตอล จ็อปส์จะเป็นผู้เชื่อมดีสนีย์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตคอนเทนท์ความบังเทิงรายหลักของโลก เข้าสู่โลกของช่องทางความบันเทิงออนไลน์ยุคดิจิตอลในเจเนอเรชันหน้า" ทิม บาจาริน (Tim Bajarin) นักวิเคราะหฺของบริษัทครีเอทีฟสเตรทิจีย์ส (Creative Strategies) กล่าว ตามการรายงานของสำนักข่าวเอพี

เป็นนัยว่า นี่อาจเป็นการแต่งงานกันระหว่างซิลิกอนวัลเลย์และฮอลลีวูด โดยมีจ็อปส์เป็นตัวประสานเทคโนโลยีเข้ากับเครื่องเล่นมัลมีเดียทุกชนิด เช่นเห็นเป็นแนวโน้มชัดเจนในขณนี้

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

ไอพ็อดฉุดแอปเปิลกำไรเพิ่ม 95%

Sat, 2006-01-21 - 16:25

แอปเปิลคอมพิวเตอร์ประกาศว่าผลกำไรประจำไตรมาสแรกของบริษัท (ตุลาคม - ธันวาคม 2005) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ได้รับอานิสงค์โดยตรงจากไอพ็อด (iPod) ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลง MP3 ยอดนิยม พร้อมระบุว่าเม็ดเงินจากการจำหน่ายไอพ็อดผ่านทางร้านค้าปลีกนั้นมีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 39,420 ล้านบาท

การรายงานผลประกอบการออกมาหลังจากที่กลุ่มผู้บริหารของแอปเปิลออกมายอมรับว่า ได้คาดการณ์ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์แมคอินทอชให้ลดน้อยลง เนื่องจากคาดว่าผู้บริโภคยังลังเลเรื่องการเปลี่ยนแปลงชิปโปรเซสเซอร์ในผลิตภัณฑ์ iMAC และ MacBook Pro ซึ่งส่งให้หุ้นของแอปเปิลในตลาดวอลล์สตรีทร่วงลงระนาว

กำไรสุทธิของแอปเปิลในไตรมาสแรกปี 2006 ของบริษัท (1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2005) มีมูลค่ารวม 565 ล้านดอลลาร์ (22,272.3 ล้านบาท) หรือ 65 เซนต์ต่อหุ้น (ราว 25 บาทต่อหุ้น) เพิ่มขึ้นจาก 295 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สามารถทำได้ดีกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 55 เซนต์ต่อหุ้น

สำหรับตัวเลขยอดขายรวมของแอปเปิลนั้นเพิ่มขึ้นราว 64 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 5,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (226,665 ล้านบาท)

ตามการเปิดเผยของสตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของแอปเปิล ในงานแมคเวิร์ล (Macworld) ที่ซานฟรานซิสโกเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ยอดขายไอพ็อดตลอดช่วงไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ 14 ล้านเครื่องทั่วโลก นับรวมแล้ว แอปเปิลสามารถจำหน่ายเครื่องเล่นเพลงตระกูลไอพ็อดไปมากกว่า 40 ล้านเครื่องตั้งแต่การเปิดตัวไอพ็อดครั้งแรกเมื่อปี 2001 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่แอปเปิลเบนเข็มจนสามารถผงาดขึ้นเป็นบริษัทด้านสื่อบันเทิงดิจิตอลเบอร์หนึ่งในตลาดได้สำเร็จในขณะนี้

สถิติยอดขายคอมพิวเตอร์แมคอินทอชตลอดไตรมาสอยู่ที่ 1.25 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์จากตัวเลขในปีที่แล้ว

"2 เรื่องเด่นในไตรมาสนี้คือการจำหน่ายไอพ็อดได้ถึง 14 ล้านเครื่อง และการพร้อมออกผลิตภัณฑ์แมคอินเทอชที่ใช้ชิปจากบริษัทอินเทลได้ก่อนกำหนดราว 5 - 6 เดือน ขณะนี้เรากำลังเร่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นในปี 2006 ซึ่งเราแทบจะรอไม่ไหวว่าเสียงตอบรับจากผู้บริโภคจะเป็นเช่นไร" จ็อปส์กล่าว

งานนี้แอปเปิลยังคาดการณ์ตัวเลขผลกำไรในไตรมาสสองข้างหน้าไว้ที่ 38 เซนต์ต่อหุ้น บนตัวเลขรายรับรวม 4,300 ล้านดอลลาร์ น้อยกว่ากำไรที่นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ที่ 48 เซนต์ต่อหุ้น และจำนวนรายรับรวม 4,630 ล้านดอลลาร์

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แค้นเก้าปีไม่สาย จ็อบส์หยันเดลล์ จากมูลค่าหุ้น

Wed, 2006-01-18 - 01:46

ไมเคิล เดลล์ (ซ้าย) และสตีฟ จ็อบส์ (ขวา)

สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิ้ลส่งอีเมลเพื่อบอกกับพนักงานในองค์กรว่า สำนวน "หัวเราะทีหลัง ดังกว่า" ยังคงใช้ได้ดี หลังจากหุ้นของแอปเปิ้ลในวันนี้มีมูลค่าตลาดแซงหน้าเดลล์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายพีซีรายใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว

ความหลังฝังใจจ็อบส์จนนำมาสู่การเยาะเย้ยผ่านพนักงานในองค์กรครั้งนี้เกิดขึ้นในปี 1997 เมื่อเขากลับเข้ามารับตำแหน่งในแอปเปิ้ลอีกครั้ง นายไมเคิล เดลล์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของเดลล์ได้กล่าวในงานสัมมนาวิชาการด้านเทคโนโลยีว่าเขาจะทำการ "ซ่อม" แอปเปิ้ลซึ่งมีปัญหาทางการเงินให้ โดย มร.เดลล์ได้กล่าวติดตลกว่า "ผมจะทำยังไงน่ะเหรอ ผมก็จะปิดบริษัทแอปเปิ้ลซะ และจ่ายเงินให้กับผู้ถือหุ้นของเขายังไงล่ะ"

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังตลาดหุ้นปิด ซีอีโอจากเดลล์และแอปเปิ้ลจึงได้ทราบว่า มูลค่าหุ้นของแอปเปิ้ลนั้นแซงหน้าเดลล์ไปแล้ว (หุ้นแอปเปิ้ลมีมูลค่า 72.13 พันล้านเหรียญสหรัฐ และหุ้นเดลล์มีมูลค่า 71.97 พันล้านเหรียญสหรัฐ) สตีฟ จ็อบส์จึงได้ส่งปฏิบัติการล้างแค้นผ่านอีเมลของเขาไปยังพนักงานของบริษัทแอปเปิ้ล โดยมีใจความว่า

"Team, it turned out that Michael Dell wasn&39;t perfect at predicting the future. Based on today&39;s stock market close, Apple is worth more than Dell. Stocks go up and down, and things may be different tomorrow, but I thought it was worth a moment of reflection today. Steve."

ซึ่งก็คือการบอกให้ทราบว่า การพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตของ มร.เดลล์นั้นผิดพลาด และไม่น่าเชื่อถือ จากตัวเลขมูลค่าหุ้นที่ปรากฏ โดยลงชื่อ สตีฟ เอาไว้ที่ท้ายจดหมายด้วย

รายงานข่าวจากซีเน็ตระบุว่า ไม่สามารถติดต่อกับซีอีโอของเดลล์เพื่อสัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวได้

จากหุ้นแอปเปิ้ลที่เพิ่มมูลค่าขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์นี้ ทิม บาจาริน นักวิเคราะห์ชื่อดัง ประธานบริษัท Creative Strategies เปิดเผยว่า แอปเปิ้ลอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ halo effect ขึ้นได้ โดยมาจากกระแสความนิยมในไอพ็อด จนนำไปสู่ยอดขายเครื่องแมคอินทอชที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าหากแอปเปิ้ลสามารถทำให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ว่า การใช้งานไอพ็อดร่วมกับเครื่องแมคอินทอชง่ายดายกว่าเพียงใด ก็จะส่งผลให้ขายไอพ็อดและแมคฯ ได้มากยิ่งขึ้น

นักวิเคราะห์ชื่อดังยังได้กล่าวอีกว่า เขาเชื่อว่าแอปเปิ้ลจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 6 เปอร์เซ็นต์จากความนิยมในไอพ็อด และการเลือกใช้ชิปดูอัลคอร์ของอินเทลในแมค ซึ่งลูกค้าส่วนหนึ่งยังคงให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ "Intel inside" ไม่เปลี่ยนแปลงอีกด้วย (ปัจจุบันอินเทลเปลี่ยนโลโก้มาใช้ intel Leap Ahead แล้ว)

อย่างไรก็ดี การเติบโตของแอปเปิ้ลและไอพ็อด ทำให้เดลล์ปรับเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อแอปเปิ้ลมาเป็นเวลาหนึ่งแล้ว โดยซีอีโอเดลล์เคยระบุกับผู้สื่อข่าวของซีเน็ตว่า เดลล์สนใจนำระบบปฏิบัติการ Mac OS X ของแอปเปิ้ลมาติดตั้งลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์เดลล์ ถ้าหากแอปเปิ้ลสนใจจะแยกขายเฉพาะระบบปฏิบัติการ

แต่จากการประกาศเปิดตัวแมคอินทอชรุ่นใหม่ของแอปเปิ้ล จะพบว่า สตีฟ จ็อบส์ไม่เคยมีการกล่าวถึงนโยบายการแยกขายเฉพาะระบบปฏิบัติการเลยแม้แต่น้อย

ข้อมูลสั้น ๆ สำหรับไมเคิล เดลล์ - ในปี 2005 ที่ผ่านมา นายไมเคิล เดลล์ เป็นผู้ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ว่าร่ำรวยเป็นอันดับที่ 4 จากมหาเศรษฐีของสหรัฐอเมริกาจำนวน 400 คน ซึ่งมีการประมาณการทรัพย์สินของเขาว่า มีถึง 14.2 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

ขอบคุณ ข่าวและภาพจาก ผู้จัดการ

ไฟร์ฟ็อกซ์ สำหรับแมครุ่นชิปอินเทล มาแล้ว

Wed, 2006-01-18 - 01:33

มอสซิลล่าเผยแผนเปิดตัวเว็บเบราเซอร์ "ไฟร์ฟ็อกซ์" เวอร์ชันล่าสุดสำหรับใช้ในเครื่องแมคอินทอชของแอปเปิ้ลแล้ว โดยหวังออกมารองรับการมาถึงของแอปเปิ้ลรุ่นที่ใช้ชิปอินเทลโดยเฉพาะ คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคมนี้

"การเปิดตัวของไฟร์ฟ็อกซ์สำหรับใช้ในระบบปฏิบัติการ Mac OS X ที่ใช้ชิปอินเทลนั้น คาดว่าอย่างช้าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคม" จอช อาส (Josh Aas) วิศวกรซอฟต์แวร์ของมอสซิลล่ากล่าว

ไฟร์ฟ็อกซ์รุ่นที่กำลังจะเปิดตัวนี้มีชื่อเวอร์ชันอย่างเป็นทางการว่า Firefox 1.5.0.2 update

ผู้ที่สนใจเบราเซอร์ไฟร์ฟ็อกซ์เวอร์ชันแมคอย่างไม่เป็นทางการนั้นก็สามารถหาดาวน์โหลดได้จากเว็บส่วนตัวของอาส (วิศวกรซอฟต์แวร์จากมอสซิลล่า) อย่างไรก็ดี เวอร์ชันที่เปิดให้ดาวน์โหลดในเว็บไซต์ส่วนตัวของอาสนั้นมีข้อความระบุเอาไว้ว่า

"ไม่แนะนำให้ดาวน์โหลดไปใช้ โดยมอสซิลล่า คอร์ปเปอเรชัน และมูลนิธิมอสซิลล่า"

ดังนั้น หากผู้ใช้ดาวน์โหลดไปทดลองและพบปัญหา ทางมอสซิลล่าไม่ขอรับผิดชอบไม่ว่ากรณีใด ๆ เนื่องจากยังเป็นเวอร์ชันที่ไม่สมบูรณ์

นอกจากนั้น นักพัฒนาระบบยังได้แนะนำเทคโนโลยีที่ชื่อว่า "โรเซ็ตต้า" (Rosetta technology) ของค่ายแอปเปิ้ลในการช่วยให้รันโปรแกรมต่าง ๆ บนแมคอินทอชที่ใช้ชิปอินเทลได้ง่ายขึ้น เนื่องจากโรเซ็ตต้าเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนรูปแบบโค้ดโปรแกรมจากโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาสำหรับแมคอินทอชที่ใช้ชิป PowerPC ไปสู่เครื่องแมคอินทอชที่ใช้ชิปอินเทลนั่นเอง

อาสยังกล่าวอีกด้วยว่า "ตอนนี้เราแทบจะบอกได้ว่า ผลงานทั้งหมดเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงปัญหาเล็ก ๆ อีก 2 ข้อที่เราต้องแก้ให้เสร็จก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ"

อาสยังได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า ผลงานการพัฒนาเบราเซอร์ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากวิศวกรของแอปเปิ้ล

กระแสความต้องการแอปพลิเคชันของเครื่องแมคอินทอชรุ่นที่ใช้ชิปดูอัลคอร์ของอินเทลดูจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากรายงานยอดขายเครื่องแมคอินทอชรุ่น MacBook และ iMac ในสัปดาห์ที่ผ่านมาของผู้จัดจำหน่าย จากที่ก่อนหน้านี้ แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ไม่เคยมีการทำงานร่วมกับอินเทลมาก่อน โดยมีอดีตผู้ผลิตชิปอย่างไอบีเอ็ม พัฒนาชิป PowerPC ป้อนให้

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

ร้านค้าในอังกฤษ เปิดคอร์สสอนใช้ไอพ็อด

Mon, 2006-01-16 - 21:05

กลายเป็นเรื่องยากไปเสียแล้ว สำหรับเครื่องเล่นเพลงเอ็มพีสามยอดขายกระหึ่มโลกอย่าง "ไอพ็อด" จากค่ายแอปเปิ้ล ที่ทางสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของบริษัทคุยนักคุยหนาว่าใช้งานง่ายสุด ๆ เมื่อร้านค้าในประเทศอังกฤษมีนามว่า Selfridges ทนฟังเสียงเรียกร้องจากลูกค้าไม่ไหว ต้องเปิดคอร์สสอนการใช้งานไอพ็อดกันแบบตัวต่อตัวเลยทีเดียว

คอร์สการสอนดังกล่าวมีชื่อว่า "iPod Survival" ประกอบด้วยบทเรียนการใช้ไอพ็อด ยกตัวอย่างเช่น การใช้งานโปรแกรมไอจูนส์ การติดตั้งและลบไฟล์เพลง-วิดีโอ การสร้างลิสต์รายชื่อเพลง การดาวน์โหลดพ็อดแคสต์ลงในเครื่อง เป็นต้น

ระยะเวลาที่สอนของ Selfridges นั้นนานประมาณ 40 นาที คิดค่าเสียเวลาเป็นเงิน 65 ปอนด์ (ประมาณ 3,133 บาท) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ไอพ็อดได้อย่างคล่องแคล่ว และมีเงินเหลือมากพอ

คริสตินา เรท ผู้จัดการฝ่ายเซอร์วิสเปิดเผยว่า ทางร้านต้องเปิดคอร์สการติววิธีใช้ไอพ็อดนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซื้อเครื่องเล่นดังกล่าวไป โดยมีหลายรุ่นอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี โดยได้เริ่มเปิดสอนมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่ต้องการคำแนะนำในการใช้งานแบบฟรี ๆ ก็สามารถเดินไปที่ร้านของแอปเปิ้ลได้ เพราะที่นั่นมีเวิร์กช้อปสำหรับสอนการใช้งานไอพ็อดแบบไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดรออยู่ หรือจะเข้าไปที่เว็บไซต์ของแอปเปิ้ลก็ได้เช่นกัน

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

ไมโครซอฟท์หยุดพัฒนาวินโดวส์มีเดียให้แมคฯ อ้างต้องเร่งผลิตวิสต้า

Sun, 2006-01-15 - 13:37

ไมโครซอฟท์ตัดสินใจหยุดการพัฒนาโปรแกรมวินโดวส์ มีเดีย เพลเยอร์ (Windows Media Player) เวอร์ชันสำหรับใช้ในเครื่องแมคอินทอชของค่ายแอปเปิ้ลแล้ว พร้อมหันมาทุ่มทรัพยากรทั้งหมดให้กับวิสต้า ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดที่ใกล้คลอดเต็มแก่ พร้อมเปิดเผยโครงการพัฒนาเมาส์ไร้สาย-คีย์บอร์ดเอาใจกลุ่มคนรักแมค คาดได้ยลโฉมซัมเมอร์นี้

ตามการรายงานของสำนักข่าวเอพี อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ มร.ทิม ฮาราเดอร์ ผู้จัดการอาวุโสด้านการพัฒนาธุรกิจของฝ่ายวินโดวส์ดิจิตอลมีเดีย โดยเขาได้ระบุว่า "ตอนนี้ทีมงานของเราจะมุ่งการพัฒนาไปที่วิสต้า (ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดของไมโครซอฟท์ที่ใกล้จะถึงกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้) โดยหวังให้เกิดเป็นโปรแกรมที่สามารถสร้างประสบการณ์ในการรับชมสื่อบนคอมพิวเตอร์พีซีแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้น เราจึงไม่มีบุคลากรมากพอที่จะมาพัฒนาให้กับเวอร์ชันของแมคอินทอช"

นอกจากนั้น ไมโครซอฟท์ยังได้เซ็นสัญญากับบริษัทชื่อ Telestream Inc. โดยยอมให้พัฒนาปลั๊กอินสำหรับโปรแกรมควิกไทม์ เพลเยอร์ (QuickTime player) ของค่ายแอปเปิ้ล เพื่อให้ผู้ใช้งานเครื่องแมคอินทอชสามารถเปิดไฟล์ในตระกูลวินโดวส์มีเดียบนเครื่องคอมพิวเตอร์แอปเปิ้ลได้อีกด้วย

ฮาราเดอร์ยังกล่าวชมปลั๊กอินที่พัฒนาขึ้นด้วยว่า ไฟล์วินโดวส์มีเดียบางไฟล์เมื่อเปิดบนโปรแกรมควิกไทม์โดยใช้ปลั๊กอินดังกล่าวแล้ว มีคุณภาพสูงมากกว่าการใช้โปรแกรมวินโดวส์มีเดียเพลเยอร์เล่นเสียอีก ซึ่งอาจเป็นคำชมที่ไม่ทำให้ภาพพจน์ของไมโครซอฟท์ดูดีขึ้นสักเท่าไร

ปัจจุบัน ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แมคอินทอชในสหรัฐอเมริกามีประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด ขณะที่อีก 96 เปอร์เซ็นต์เป็นเครื่องพีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ จากไมโครซอฟท์ ซึ่งถือว่ามีส่วนแบ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ไมโครซอฟท์จึงยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะพัฒนาความสามารถอื่น ๆ เพิ่มเติมให้กับเวอร์ชันแมคอินทอชในขณะนี้ แต่ทางบริษัทก็ยืนยันว่าจะยังให้การสนับสนุนโปรแกรมวินโดวส์มีเดียเพลเยอร์เวอร์ชันปัจจุบันสำหรับเครื่องแมคอินทอชต่อไป

สำนักข่าวเอพีรายงานด้วยว่า ทางผู้บริหารจากแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ไม่มีความเห็นใด ๆ ต่อข่าวดังกล่าว

เปิดตัวเมาส์-คีย์บอร์ดเอาใจแมค

แม้จะยุติการพัฒนาโปรแกรมวินโดวส์มีเดียเพลเยอร์สำหรับแมคอินทอช แต่ไมโครซอฟท์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้แถลงข่าวว่าในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ว่า ช่วงซัมเมอร์ของปีนี้ ทางค่ายจะส่งเมาส์ไร้สายและคีย์บอร์ดสำหรับใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แอปเปิ้ลออกมาให้ได้ยลโฉมกันอย่างแน่นอน ในราคาประมาณ 99.95 เหรียญสหรัฐ (ขายคู่กัน)

การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ไมโครซอฟท์ผลิตสินค้าโดยเจาะจงให้ใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ของแอปเปิ้ล โดยก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ได้รับคำติติงจากจากลูกค้าบางรายว่า คีย์บอร์ดของทางไมโครซอฟท์ซึ่งพัฒนาให้สำหรับใช้ได้กับพีซีและเครื่องแมค (ทำงานได้สองแพลตฟอร์ม) เมื่อนำไปใช้กับเครื่องแมคอินทอชแล้ว ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ระบุ เนื่องจากขาดฟีเจอร์บางประการของเครื่องแมคไป ดังนั้น ไมโครซอฟท์จึงถือโอกาสนี้พัฒนาคีย์บอร์ดและเมาส์สำหรับใช้ในเครื่องแมคอินทอชเสียเลย

อย่างไรก็ดี ในจุดที่เป็นโลโก้รูปแอปเปิ้ลบนคีย์บอร์ดนั้น รายงานข่าวจากเทคเว็บระบุว่า ไมโครซอฟท์ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โลโก้ของแอปเปิ้ลในคีย์บอร์ดของทางบริษัทได้ ดังนั้นจึงจะไม่มีสัญลักษณ์ของแอปเปิ้ลใด ๆ ปรากฏบนคีย์บอร์ด แต่แป้นดังกล่าวจะทำงานได้เหมือนกับคีย์บอร์ดของแอปเปิ้ล

ในส่วนของเมาส์นั้น เป็นแบบออปติคอลเมาส์ ซึ่งไมโครซอฟท์ระบุว่าได้ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ความละเอียดสูง (high-definition laser technology) มีผลให้เมาส์มีความแม่นยำในการชี้ตำแหน่งบนหน้าจอมากกว่าผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งเสียอีก

ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติจากค่ายไมโครซอฟท์อยู่เนือง ๆ โดยในปี 2004 ไมโครซอฟท์ได้เคยออกมาแถลงข่าวว่า จะหยุดการพัฒนาโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ Internet Explorer เวอร์ชันสำหรับเครื่องแมคอินทอช แต่หลังจากนั้นอีกไม่นาน ไมโครซอฟท์ก็ได้ออกมาแถลงข่าวว่า บริษัทได้ตกลงเซ็นสัญญากับทางแอปเปิ้ลที่มีอายุสัญญานาน 5 ปีว่า จะให้มีการพัฒนาโปรแกรมวินโดวส์ ออฟฟิศ เวอร์ชันแมคอินทอชอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนว่าบริษัทยังคงเห็นกลุ่มลูกค้าแอปเปิ้ลมีความสำคัญ และมีแผนพัฒนาในระยะยาวร่วมกัน

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิลเปิดตัว แมคพันธุ์ใหม่ ใช้ชิพอินเทล

Thu, 2006-01-12 - 10:22

จ็อบส์จูงมือคู่หูใหม่โอเทลลินี เปิดตัวคอมพิวเตอร์-โน้ตบุ๊ค ฝังชิพอินเทล อิน แมค บนเวทีงานแมคเวิลด์ ด้านนักวิเคราะห์ชี้คู่แข่งตกที่นั่งลำบาก หากคิดเทียบชั้นตลาดเดียวกับแอปเปิล

บริษัท แอปเปิล คอมพิวเตอร์ อิงค์ เปิดม่านงานแมคเวิลด์ งานประชุมครั้งใหญ่ประจำปีของแอปเปิล พร้อมเขย่าเวทีด้วยการจับมือพันธมิตรใหม่ "อินเทล" เปิดตัวคอมพิวเตอร์ และโน้ตบุ๊คตระกูล "แมค" ล็อตแรกที่เปลี่ยนมาใช้ชิพอินเทล แทนเพาเวอร์พีซีของไอบีเอ็ม ขณะที่ ยอดขายไอพ็อดดันส่วนแบ่งบริษัทเพิ่มกว่า 4%

นายสตีฟ จ็อบส์ ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท แอปเปิล คอมพิวเตอร์ อิงค์ กล่าวระหว่างการเปิดงาน "แมคเวิลด์ คอนเฟอเรนซ์" ในนครซานฟรานซิสโก ว่า คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของแอปเปิล จะรองรับชิพรุ่นใหม่ล่าสุดของอินเทล "คอร์ ดูโอ" และเริ่มเปลี่ยนมาใช้ชิพจากอินเทล สำหรับทุกสายการผลิตเครื่องแมคอินทอชในปีนี้

ทั้งนี้ แอปเปิล เริ่มวางตลาดคอมพิวเตอร์แมคอินทอชรุ่นแรก ที่ใช้ชิพอินเทล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งซีอีโอ ของแอปเปิล ย้ำว่าเครื่องไอแมครุ่นใหม่ๆ จะมีความเร็วเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า จากเครื่องรุ่นเดิมที่ใช้ตัวประมวลผล "จี 5" แต่จะยังคงรูปทรงและขนาดไว้เท่าเดิม ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ

ด้านนายพอล โอเทลลินี ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) ของอินเทล ซึ่งขึ้นเวทีร่วมกับสตีฟ จ็อบส์ ในการเปิดงานนี้ กล่าวว่า การตัดสินใจร่วมกับแอปเปิลในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะแค่สนใจในตัวสินค้าเท่านั้น แต่เขายังทึ่งกับเทคโนโลยีของแอปเปิลด้วย

โดยในงานนี้ แอปเปิล ได้ประกาศเปิดตัวคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คสำหรับตลาดบนรุ่นใหม่ "แมคบุ๊ค โปร" ซึ่งจะมาแทนที่โน้ตบุ๊คในตระกูล "เพาเวอร์บุ๊ค" กำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในเดือนกุมภาพันธ์ ราคาเริ่มต้น 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ

ในงานเดียวกันนี้ แอปเปิล ยังได้อัพเดทบริการ "ไอไลฟ์ โฟโต้" และมีเดีย ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ในชุดทูลดิจิทัล มีเดีย ฉบับปรับปรุง สำหรับใช้ในการจัดการ และปรับแต่งเพลง ภาพ และคลิปวิดีโอ จนถึงคลิปวิดีโอคุณภาพสูง และเวบไซต์

นอกจากนี้ ยังประกาศสงบศึกกับคู่แข่งข้ามศตวรรษอย่างไมโครซอฟท์ ด้วยการตกลงสนับสนุนการติดตั้งชุดโปรแกรมออฟฟิศ ลงในผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มธุรกิจบนเครื่องแมคอินทอช

นายเท็ด แชดเลอร์ นักวิเคราะห์เทคโนโลยี บริษัท ฟอเรสเตอร์ รีเสิร์ช กล่าวว่า ทุกคนคาดหวังที่จะเห็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่ใช้ชิพอินเทลในงานนี้ แต่คงไม่ได้คาดว่าจะเห็นไอแมครุ่นใหม่

ด้านบรรดานักวิเคราะห์และนักลงทุนนั้น นอกเหนือจากจับตามองสินค้าใหม่ๆ ที่แอปเปิลนำมาเปิดตัวในงานครั้งนี้แล้ว ยังให้ความสนใจกับการเปิดเผยยอดจำหน่ายสินค้าของบริษัท ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา

โดยเครื่องเล่นเพลงไอพ็อด มียอดจำหน่ายพุ่งสูงถึง 63% หรือ 14 ล้านเครื่องจากยอดรวมทั้งเครื่องเล่นเพลงไอพ็อด และไอพ็อดวิดีโอ ที่จำหน่ายไปแล้วทั้งสิ้น 42 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวมา

ทั้งนี้ ความนิยมของไอพ็อด ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้แอปเปิลขึ้นอีกกว่า 4% และยังมียอดจำหน่ายเพลงออนไลน์บนบริการไอทูลส์แล้ว 850 ล้านเพลง

ขณะเดียวกัน แอปเปิล มียอดขายเครื่องแมคอินทอช 1.25 ล้านเครื่อง ในไตรมาสที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มาจากช่องทางร้านค้าปลีก คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านนายไมเคิล การ์เทนเบิร์ค นักวิเคราะห์ตลาดเพลงดิจิทัล บริษัท จูปิเตอร์ รีเสิร์ช ให้ความเห็นว่า ยอดขายที่แข็งแกร่งของไอพ็อดในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ชี้ชัดแล้วว่า คู่แข่งของแอปเปิล อยู่ในภาวะที่ทำตลาดได้ยากยิ่งขึ้น หากคิดจะขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งเจ้าตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล ของแอปเปิล

ขอบคุณ ข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ

ลีวายส์ประกาศเจาะกระเป๋าเพื่อ iPod โดยเฉพาะ

Thu, 2006-01-12 - 10:21

ค่ายยีนส์ยักษ์ใหญ่อย่างลีวายส์ประกาศว่าได้ออกแบบกางเกงยีนส์เพื่อใช้งานร่วมกับไอพ็อด เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ โดยจะเจาะกระเป๋าเพื่อฝังจอยสติกสำหรับควบคุมการทำงานของไอพ็อดไว้โดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปลัคแอนด์เพลย์ หรือเสียบเครื่องเล่นไอพ็อดเพื่อฟังเพลงได้ทันทีตามต้องการ

บางสำนักข่าวรายงานข่าวนี้อย่างติดตลกว่า กระเป๋ากางเกงยีนส์สุดไฮเทคดังกล่าวว่าเรียกได้ว่าเป็นกระเป๋ายีนส์แห่งศตวรรษที่ 21

ตามข้อมูลจากบริษัทลีวาย สเตราส์ (Levi Strauss) ระบุว่า กางเกงยีนส์ไอพ็อด (iPod) รุ่นพิเศษนี้คือกางเกงยีนส์ลีวายส์ริมแดงรุ่น DLX หรือ Levi&39;s RedWire DLX มีทั้งรุ่นสำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย คาดว่าจะวางตลาดในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยกางเกงดังกล่าวจะเจาะกระเป๋าเพื่อฝังที่สำหรับวางไอพ็อดโดยเฉพาะ และจะมาพร้อมกับเฮดโฟนที่สามารถยืดและพับหดได้ ยังไม่มีรายงานราคาของกางเกงยีนส์รุ่นพิเศษดังกล่าวแต่อย่างใด

ไอพ็อดจากแอปเปิลเป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งในตลาด โดยแอปเปิลอ้างว่ายอดขายของไอพ็อดเพิ่มขึ้นราว 63% หรือประมาณ 42 ล้านเครื่องในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา

แม้ลีวายส์ไม่ใช่บริษัทแรกที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องนุ่งห่มสำหรับรองรับการใช้งานไอพ็อดโดยเฉพาะ แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยปรากฏกางเกงยีนส์ไอพ็อดแก่สายตาสาธารณะชนมาก่อนหน้านี้

อย่างเช่นห้องเสื้อชื่อดังอย่าง Haute หรืออย่าง Gucci และ Versace ที่เคยออกแบบกระเป๋าสำหรับใส่ไอพ้อดโดยเฉพาะมาแล้ว หลังจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไอพ็อดอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2001

หรืออย่างร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬากลางแจ้ง Burton Snowboards ได้เปิดตัวเสื้อแจ็คเก็ตกันนำเพื่อให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงจากไอพ็อดขณะเล่นสโนว์บอร์ด โดยเปิดตัวเมื่อปี 2003 ที่ผ่านมา

กระทั่งล่าสุดเมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา บริษัท Kenpo แห่งลอสเองเจอลิสได้เปิดตัวเสื้อแจ็กเก็ตสำหรับผู้ชาย ที่มีแผงควบคุมไอพ็อดฝังอยู่บริเวณแขนเสื้อ สนนราคาราว 275 และ 350 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดภาพผลิตภัณฑ์ หรือรายละเอียดการใช้งานอื่นๆแต่อย่างใด

ขอบคุณ ข่าวจาก ผู้จัดการ

แอปเปิ้ลเปิดตัว MacBook Pro คอมพิวเตอร์พกพารุ่นล่าสุดกับชิพ Intel

Thu, 2006-01-12 - 09:09

แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์์ เปิดตัวคอมพิวเตอร์พกพารุ่นใหม่เมื่อวันอังคาร (10 ม.ค.) ที่ผ่านมา โดยไม่ได้ใช้ชื่อเดิม (PowerBook) แต่ได้ใช้ชื่อสำหรับรุ่นใหม่นี้ว่า MacBook Pro โดยในการกล่าวของ Steve Jobs ในงาน Macworld Expo SF 2006 ได้บอกว่านี่เป็นคอมพิวเตอร์ laptop ตัวแรกของ Apple ที่ใช้ชิพ Intel และยังเป็น Intel Duo Core อีกด้วย

แอปเปิ้ลอ้างว่า MacBook Pro สามารถทำงานได้เร็วกว่า PowerBook G4 ได้มากถึง 4 เท่า โดยมีน้ำหนักเพียง 5.6 ปอนด์ วัสดุตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียม ขนาดหน้าจอ LCD กว้าง 15.4 นิ้วที่มีความสว่างมากกว่า PowerBook ถึง 67%

โดยในครั้งนี้มีตัวเลือกด้วยกัน 2 รุ่นคือ MacBook Pro - 1.67GHz Intel Core Duo และ 1.83GHz Intel Core Duo โดย iMac ที่เปิดตัวพร้อมกันในงานนี้ก็ใช้ชิพจาก Intel ระบบสถาปัตยกรรมภายในของ MacBook Pro นั้นมาพร้อมกัน 667MHz frontsize bus เร็วกว่า PowerBook G4 ถึง 4 เท่า หน่วยความจำแบบ DDR2 Ram เร็วกว่าเดิม 2 เท่า โดยในรุ่น 1.67GHz มาพร้อมแรมขนาด 512MB ส่วนรุ่น 1.83GHz มาพร้อมกับแรมขนาด 1GB และยังสามารถอัพเกรดแรมได้อีกถึง 2GB

MacBook Pro มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง iSight กล้องสำหรับใช้งานร่วมกับ iChat AV iLife &39;06 รีโมทคอนโทรลและ Front Row สุดยอดโปรแกรมสำหรับความคุมความบันเทิง

คอมพิวเตอร์พกพารุ่นล่าสุดนี้ยังมาพร้อมกับสายชาร์ตติดแม่เหล็ก MagSafe โดยได้มีการออกแบบมาเพื่อคอมพิวเตอร์แบบพกพาโดยเฉพาะ สายชาร์ตแบบ MagSafe นี้ช่วยให้การชาร์ตไฟให้กับคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องง่าย แถมยังหลุดออกได้สะดวกเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน

โดยในเครื่อง MacBook Pro ทุกรุ่นปกติจะติดตั้งการแสดงผลแบบ PCI Expres ATI Mobility Radeon X1600 128MB หรือ 256MB พร้อมทั้งติดตั้ง Bluetooth 2.0+EDR (Enhanced Data Rate), AirPort Extream 54Mbps 802.11g พร้อมเชื่อต่อกับ WiFi wireless network, scrolling TrackPad และ Apple&39;s Sudden Motion Senser technology ป้องกันฮาร์ตดิสจากการหล่น

โดยในครั้งนี้ Apple วางกำหนดให้เครื่อง Macintosh ทุกรุ่นใช้ชิพ Intel ทั้งหมดภายในปี 2006 นี้ ส่วน PowerBook G4 ยังคงมีรุ่น 12, 15 และ 17 นิ้วเช่นเดิม และยังคงซื้อได้จาก Apple online store

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

แอปเปิ้ลอัพเดทรวด iTunes, Mac OS X, QuickTime

Thu, 2006-01-12 - 09:08

ในจังหวะที่มีการประกาศเรื่องการอัพเดทชุดซอร์ฟแวร์ทั้ง iLife และ IWork แอปเปิ้ลก็ได้ทำการปล่อยตัวอัพเดทสำหรับ iTunes และ Mac OS X อีกด้วย

ใน Mac OS X 10.4.4 ได้แก้ปัญหาต่างๆในส่วนของ SMB/CIFS and NFS network file services; Bluetooth wireless access; Core Graphics, Core Audio, Core Image, RAW camera support, including updated ATI and NVIDIA graphics drivers; Spotlight indexing and searching; AppleScript, iChat, DVD Player, and Safari applications; Dashboard widgets Calendar and Stocks; รวมทั้ง Software Update และ Sync Services. โดยยังแก้ปัญหาในบางจุดสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB และ FireWire ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บเพจ Apple update)

และใน Mac OS X 10.4.4 ยังได้ร่วม widget ใหม่เข้ามาเพิ่มอีกด้วย เช่น Google search, ข่าวกีฬาจาก ESPN, สมุดหน้าขาว (ค้นหาเบอร์บุคคล), เช็คสภาพหิมะสำหรับเล่นสกี รวมทั้งอัพเดทหน้าตาของ widget ปฏิทิน และ widget Address Book

สำหรับ iTunes 6.0.2 แอปเปิ้ลกล่าวว่า "มีความเสถียรและความสามารถมากกว่า iTunes 6.0.1" โดยเวอร์ชั่นนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ Macintosh ที่ใช้ชิพ Intel ได้อย่างไม่มีปัญหา และความสามารถเด่นก็คือสามารถแสดงร้านของเพลง (iTunes Music Store) แบบย่อหรือที่เรียกว่า MiniStore (ดูภาพประกอบ) และสามารถกลับไปยังหน้าหลักของ iTMS ได้โดยคลิกที่หัวข้อ Music Store ได้เช่นเดียวกัน

ระหว่างที่มีการเปลี่ยนแปลงในชุด iLife &39;06 iTunes ก็กลายเป็นโปรแกรมสำหรับดาวน์โหลดได้ฟรีสำหรับทั้งผู้ที่ใช้ Mac และ Windows

ในวันเดียวกัน Apple ก็ได้ทำการปล่อยตัวอัพเดท QuickTime 7.0.4 ออกมาพร้อมๆกันเลย โดยแก้ปัญหา bug ของการเข้ารหัสแบบ H.264 ให้ดียิ่งขึ้น

ขอบคุณ ข่าวจากMacWorld

iMac ใหม่ มาพร้อมชิพ Intel เร็วขึ้นสองเท่า

Thu, 2006-01-12 - 09:07

แอปเปิ้ลประกาศว่า iMac รุ่นใหม่ ที่ใช้ชิพ Intel Core Duo มีความเร็วขึ้นเป็นสองเท่า โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ iMac ยังคงลักษณะภายนอกเอาไว้เช่นเดิม เหมือนกับตอนใช้ชิพ PowerPC G5 และยังคงตั้งราคาไว้เท่าเดิมอีกด้วย คือ 1,299 เหรียญสหรัฐ

iMac ใหม่ พร้อมที่จะจำหน่ายทันที โดยเป็นคอมพิวเตอร์ แมคอินทอช ของ Apple ตัวแรกที่ใช้ CPU จาก Intel โดยก่อนหน้านี้ Apple ใช้บริการชิพ PowerPC จาก IBM ในทุกรุ่น

โดยภายนอกดูแล้วไม่แตกต่างจาก iMac รุ่นก่อนหน้า คือ all-in-one design ด้วยขนาดหน้าจอ LCD 17 และ 20 นิ้ว แต่ความเร็วในการทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม

ความสามารถสำหรับ iMac รุ่นนี้มาพร้อมด้วย SuperDrive 8x, iSight, แรม 512MB DDR2 SDRAM 667MHz ฮาร์ตดิสสามารถรองรับได้สูงสุดถึง 500GB กราฟิกการ์ด ATI Radeon X1600 PCI Express-based 128MB แถมด้วย remote control ที่ใช้ควบคุมการทำงานของ Front Row ที่มาพร้อมกับเครื่อง iMac

มีระบบการส่งข้อมูลแบบ Ethernet ด้วยความเร็ว 10/100/1000baseT, AirPort Extream 802.11g wireless networking และ Bluetooth 2.0+EDR (Enhanced Data Rate) สำหรับรองรับการใช้งานร่วมกับ PDF, smartphone, printer หรืออุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ ช่องเสียบ USB 2.0 3 ช่อง (และอีก 2 ช่องที่คีย์บอรด์) ช่องสำหรับ FireWire 400 อีก 2 ช่อง

และยังมีช่องสำหรับสัญญาณภาพแบบ mini-DVI ที่ช่วยให้ต่อจอ Apple Cenima HD 23 นิ้ว ได้อีกด้วย โดย iMac สามารถเชื่อมต่อแบบจอคู่ได้โดยเลือก "extended desktop mode" โดยสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 จอต่อเนื่องกัน

โดย iMac รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับชุดโปรแกรม iLife &39;06 ที่รวมโปรแกรมการใช้งานเช่น iTunes, iPhoto, iDVD, iMovie, GarageBand และโปรแกรมน้องใหม่อย่าง iWeb โปรแกรมสำหรับสร้างเว็บไซต์ที่เข้าใจง่าย แถมยังสามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นในชุด iLife ได้อย่างเต็มที่

iMac รุ่นใหม่ที่ใช้ชิพ Intel นี้จะมาพร้อมกับ Mac OS X 10.4.4 ที่สามารถทำงานบน Intel processoer ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จำหน่ายพร้อมกับ Apple&39;s Mighty Mouse และ Keyboard

ราคาของทั้งสองรุ่น 17 นิ้ว 1.83 Intel Core Duo ฮาร์ตดิส 160GB และ 20 นิ้ว 2.0GHz อาร์ตดิส 250GB คือ 1,299 และ 1,699 เหรียญสหรัฐตามลำดับ

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

iLife06 มาพร้อมกับโปรแกรมสร้างเว็บสำเร็จรูป

Thu, 2006-01-12 - 09:05

แอปเปิ้ลได้ทำการเปิดตัว การอัพเกรดชุดโปรแกรม iLife ที่ประกอบด้วย iPhoto, iMovie, iDVD, GarageBand และโปรแกรมใหม่ล่าสุด iWeb

"This is the most exciting iLife upgrand ever," สตีฟ จ๊อปส์ CEO ของ Apple กล่าว

iWeb เป็นโปรแกรมสำหรับสร้างเว็บแบบง่ายที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานให้สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นแบบเว็บอัลลัมภาพ เว็บบล็อก โดยผู้ที่ใช้ iWeb นั้นไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับ HTML เลย iLife media browser เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการไฟล์ต่างๆ

iWeb รองรับการทำงานแบบ one-click ในการแสดงผลหน้าเว็บไซต์ในบริการ .Mac ในเครื่องมือของ iWeb ได้มาพร้อมกับ templates designed โดยแอปเปิ้ล และยังรองรับ RSS อีกด้วย

iPhoto 6 ได้อัพเกรดความสามารถขึ้นไปอีกโดยเพิ่มจำนวนการเก็บภาพเพิ่มขึ้นได้มากถึง 250,000 ภาพ สามารถใช้คำสั่งปรับสีภาพพร้อมกับแสดงภาพแบบเต็มหน้าจอได้อีกด้วย

ความสามารถ Photocasting สำหรับเว็บอัลบัม สามารถอัพเดทไฟล์จาก iPhoto เพื่อให้ผู้ที่สนใจสมัครรับ published photo album เข้าสู่ iPhoto 6 หรือเครื่อง PC ได้แบบอัตโนมัติ

iPhoto 6 ยังสามารถสร้างการ์ด หรือปฏิทินโดยใช้ภาพของเราเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบ และยังมีความสามารถใหม่ๆ เกี่ยวกับ photobook อีกด้วย

iMovie มีการอัพเดทหลายจุด เช่น การสร้าง animated themes, real-time effect และ titles เครื่องมือเกี่ยวกับเสียง iMovie HD 6 ได้เพิ่ม themes Hollywood-style เพิ่มขึ้น

iDVD 6 รองรับการทำงานร่วมกับ HDV และกล้องแบบ widescreen DV มีคำสั่ง widescreen สร้าง slideshows ที่มีความละเอีดยสูง มี themes ใหม่เพิ่มขึ้นอีก 10 ชุด รองรับการทำงานทั้งรูปแบบ widescreen (16:9) และแบบมาตราฐาน (4:3) และที่สำคัญ iDVD รองรับการทำงานร่วมกับเครื่องบันทึกของผู้ผลิตรายอื่นมากขึ้น

GarageBand 3 มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหลายจุด ทั้งความสามารถในการสร้าง podcast ที่สามารถใส่ภาพ artwork ได้ทันที พร้อมด้วย 200 effects 100 jingles ที่มาพร้อมกับโปรแกรม แถมยังสามารถใช้ iChat สำหรับอัดเสียงระหว่างสนทนาเพื่อทำ podcast ได้ในโปรแกรม GarageBand ด้วย สำหรับ podcast ที่สร้างใน GarageBand 3 สามารถนำไปใช้กับ .Mac โดยผ่านโปรแกรม iTunes และ iWeb ได้ทันที

iLife &39;06 ถูกตั้งราคาไว้ที่ 79 เหรียญฯ และ 99 เหรียญฯ สำหรับชุดครอบครัวที่ใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง โดยในเวอร์ชั่นใหม่นี้จะแถมมาพร้อมกับผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์ Mac ใหม่ รวมทั้ง Duo Core iMac และ MacBook Pro

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

รีโมทพร้อมตัวรับสัญญาณวิทยุสำหรับ iPod

Thu, 2006-01-12 - 09:03

Apple ได้ประกาศว่าทำการจำหน่าย remote control และ FM tuner สำหรับ iPod แล้ว โดยเรียกกันว่าเป็น iPod Radio Remote ในงาน Macworld Expo SF 2006 เมื่อวันอังคาร (10 ม.ค.) ทีผ่านมา

iPod Radio Remote นี้ได้ออกแบบมาให้สามารถรับสัญญาวิทยุ FM ได้ แถมยังสามารถใช้ควบคุมการทำงานของ iPod ได้ด้วย โดยสามารถใช้ได้กับ iPod nano และ iPod with video เท่านั้น โดยการเชื่อมต่อจะต้องต่อจากช่องเสียบ Dock ด้านล่างของตัวเครื่อง โดยราคาที่ตั้งไว้อยู่ที่ 49 เหรียญสหรัฐ

ขอบคุณข่าวจาก MacWorld

อุ่นเครื่องงานแมคเวิลด์ นักวิเคราะห์แห่เก็งหวยสินค้าใหม่จากแอปเปิล

Tue, 2006-01-10 - 17:26

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักระดมความเห็นเพื่อคาดเดาว่า แอปเปิลจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ใดในงานแมคเวิลด์เอ็กซ์โป ที่แอปเปิลจะจัดขึ้นในวันอังคารนี้ มีทั้ง "แมคอินเทล" หรือสินค้าใหม่อย่างหน้าจอพลาสมาฝังเครื่องแมคอินทอชในตัว รวมถึงซอฟต์แวร์และบริการอื่นๆที่น่าจับตามอง

จุดสังเกตหนึ่งที่เห็นได้ชัดในงาน CES 2006 ที่เพิ่งจบไปเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา คือการไร้แววบูธแสดงเทคโนโลยีของบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ยักษ์ใหญ่วงการไอทียอดนิยม ซึ่งนักวิเคราะห์ฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า การที่แอปเปิลไม่ตั้งบูธใดๆในงานดังกล่าว เป็นตัวบ่มกระแสงานแมคเวิลด์ให้ร้อนแรงขึ้นทันตาเห็น

สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer Inc.) พูดอยู่ตลอดเวลาว่า เขาต้องการเป็นดาวเด่นเฉพาะในงานที่แอปเปิลเป็นผู้จัดขึ้นเท่านั้น ซึ่งวันอังคารที่ 10 มกราคมนี้ตามเวลาในสหรัฐฯ คือกำหนดการเปิดงาน "แมคเวิลด์เอ็กซ์โป (Macworld Expo)" ที่ซานฟรานซิสโก งานใหญ่ประจำปีงานเดียวที่รู้กันว่า จ็อปส์จะต้องขึ้นกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของแอปเปิล พร้อมกับเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดอย่างแน่นอน

อย่างเช่นปีที่แล้ว จ็อปส์ใช้เวทีดังกล่าวเป็นที่เปิดตัวไอพ็อด ชัฟเฟิล (iPod shuffle) เครื่องเล่นเพลง MP3 พร้อมแฟลชเมมโมรี่ในตัวรุ่นแรกของค่าย และแมคมินิ (Mac mini) คอมพิวเตอร์แมคอินทอชฉบับกระเป๋าที่จ็อปส์ตั้งใจส่งมาแทรกแซงตลาดคอมพิวเตอร์พีซี

เช่นเดียวกันกับทุกปี บรรดานักวิเคราะห์ต่างออกมาคาดการณ์ว่า ปีนี้จ็อปส์จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ใดในงานนี้

หลายกระแสฟันธงว่าน่าจะหนีไม่พ้นเรื่องการประกาศรายละเอียดการแปรพรรคหันไปคบค้ากับอินเทล (Intel Corp.) ที่แอปเปิลเคยเปิดเผยว่า จะเลือกใช้ชิปจากอินเทลในคอมพิวเตอร์แมคอินทอชแทนชิปจากไอบีเอ็ม เมื่อครั้งมีการแถลงข่าวการเซ็นสัญญาระหว่างแอปเปิลและอินเทลเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยนักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่า แอปเปิลจะอาศัยเวทีดังกล่าวในการเปิดตัวเครื่องแมคอินทอชต้นแบบที่ใช้ชิปจากอินเทล แม้ว่าจะเร็วกว่ากำหนดการที่ทั้งสองเคยแถลงไว้ถึง 6 เดือนก็ตาม

บ้างก็มองว่า อาจจะมีการเปิดตัวแลปทอปแมคอินทอช หรือคอมพิวเตอร์แมคอินทอชฉบับโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่มประสิทธิภาพด้านมัลติมีเดียให้มากกว่าเดิม ทั้งฟังก์ชันด้านเพลง ภาพ ภาพวีดีโอ หรือทีวี เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้เป็นคอมพิวเตอร์สำหรับความบันเทิงสำหรับห้องนั่งเล่นของบ้านได้

บางสำนักคาดว่า งานนี้แอปเปิลน่าจะเปิดตัวชุดอัปเดทล่าสุดของโปรแกรม iLife ที่รู้จักกันในนาม iWeb โปรแกรมสำหรับการสร้างสรรค์เว็บคอนเทนท์ที่แอปเปิลจะส่งมาเขย่าตลาด ตามการรายงานของสำนักข่าวเอพี

กระแสว่าแอปเปิลจะเปิดตัวฟังก์ชันใหม่ของบริการดอทแมค (.Mac) บริการสำหรับสมาชิกบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจากแอปเปิลก็มีน้ำหนักไม่ใช่เล่น เนื่องจากมีการอ้างถึงคำชี้แจงในเว็บไซต์ของแอปเปิลที่ว่า "บริการ .Mac จะมีการปิดปรับปรุงช่วงเวลา 7.00 - 12.00 น.ของวันที่ 10 มกราคม ทุกบริการ .Mac จะได้รับผลกระทบทั้งหมด เราขออภัยในความไม่สะดวก" ตามการรางานของซีเน็ต

ด้านหนังสือเทคโนโลยีรายสัปดาห์อย่างพาวเวอร์เพจ (Powerpage) ให้ความเห็นว่า แอปเปิลน่าจะเปิดตัวโทรทัศน์พลาสมาประสิทธิภาพสูง 2 รุ่น ได้แก่รุ่นขนาด 42 นิ้วและ 50 นิ้ว เป็นโทรทัศน์ฝังคอมพิวเตอร์แมคอินทอชในตัว มาพร้อมรีโมทคอนโทรล์ 12 ปุ่มเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน

คงต้องรอดูต่อไปว่า ปีนี้หวยแอปเปิลจะออกอะไร

ขอบคุณ ข่าวจากmanager.co.th, ภาพจาก macnn.com

ผู้ออกแบบไอพ็อดให้แอปเปิล รับยศจากราชินีอังกฤษ

Fri, 2006-01-06 - 16:02

หัวหน้าทีมผู้ออกแบบไอพ็อด เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลยอดฮิตของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ได้รับการประกาศชื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นที่ 2 จากสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ

หัวหน้าทีมผู้ออกแบบไอพ็อดมีชื่อว่า Jonathan Ive เป็นคนลอนดอนโดยกำเนิด ขณะนี้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายออกแบบของแอปเปิล (Apple) ซึ่งตั้งอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ล่าสุดเขาในวัย 38 ปีถูกประกาศชื่อเพื่อให้เข้ารับพระราชทานยศชั้น Commander of the Most Excellent Order of the British Empire (CBE) หรือเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นที่ 2 จากสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2

คุณงามความดีของ Ive ปรากฏชัดในวงการอุตสาหกรรมการออกแบบ โดยเขาเป็นผู้นำทีมการผลิตสินค้ายอดฮิตของแอปเปิลส่วนใหญ่ ทั้งเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลพกพาไอพ็อด (iPod) คอมพิวเตอร์แมคอินทอชไอแมค (iMac) รวมถึงคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอย่างไอบุ๊ก (iBook) และพาวเวอร์บุ๊ก (Powerbook) ทั้งหมดนี้คือผลงานที่ Ive สร้างสรรค์ระหว่างที่ทำงานกับแอปเปิลมาตลอด 13 ปี

สำหรับประวัติของ Ive นั้น เขาจบการศึกษาด้านศิลปการออกแบบมาจากสถาบัน Newcastle Polytechnic ในอังกฤษ กระทั่งปี 1989 จึงได้เริ่มเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่ปรึกษางานออกแบบชื่อ Tangerine ในกรุงลอนดอน ที่นี่เขารับงานออกแบบผลิตภัณฑ์หลากหลายตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าจนถึงอ่างทำความสะอาดเอนกประสงค์ หลังจากนั้นจึงเริ่มเข้ามาทำงานกับแอปเปิลในปี 1992 และสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมออกแบบได้สำเร็จในปี 1996

Ive และทีมงานได้รับรางวัลมากมายจากสถาบันการออกแบบที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่นกลุ่มสมาคมธุรกิจโฆษณาของอังกฤษ D&AD, พิพิธภัณฑ์และศูนย์รวบรวมงานออกแบบของประเทศเยอรมันอย่าง Red Dot และ iF, สมาคมอุตสาหกรรมนักออกแบบของสหรัฐฯหรือ Industrial Designers Society of America และสมาคมศิลปแห่งชาติอังกฤษหรือ (U.K.) Royal Society of Arts ผลงานของเขาถูกนำไปแสดงทั่วโลก และถูกจัดแสดงถาวรในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งเช่นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปสมัยใหม่ Museum of Modern Art ที่นิวยอร์ก และพิพิธภัณฑ์ Center Pompidou ในปารีส

เครื่องอิสริยาภรณ์ CBE เป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ในกลุ่มอัศวินที่มีความสำคัญลำดับที่ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ ถูกริเริ่มโดยกษัตริย์จอร์จที่ 5 สำหรับพระราชทานให้กับขุนนางที่ไม่ได้เข้าร่วมในสมรภูมิรบ แต่มีส่วนช่วยเหลือประเทศอังกฤษให้สามารถยืนหยัดท่ามกลางสงครามโลกครั้งที่ 1 ในช่วงปี 1917 ได้ โดย 2 ลำดับสูงสุดถูกสงวนไว้ให้สำหรับผู้ที่เป็นอัศวินเท่านั้น

ขอบคุณ ข่าวจาก manager online

บทสัมภาษณ์ Jonathan Ive โดย telegraph.co.uk แปลและเรียบเรียงในเว็บไซต์ 9digits.com

สรุปความน่าสนใจ Apple ปี 2005

Sun, 2006-01-01 - 23:48

สำหรับในช่วงปี 2005 ที่ผ่านมา Apple ได้ทำเรื่องที่เป็นที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น ผลกำไรของบริษัท การเปิดตัว Mac OS X Tiger การประกาศจะย้ายไปใช้ hardware จากค่าย Intel เปิดตัว iPod รุ่นใหม่ รวมทั้ง Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ออกมาเกือบตลอดทั้งปี

สถิติกำไรสูงสุด

Apple เริ่มต้นปี 2005 ด้วยผลกำไร 295 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลกำไรที่สูงมากจากผลประกอบการที่ผ่านมา ด้วยไตรมาสแรก Apple ได้จำหน่าย เครื่อง Macintosh มากถึง 1,046,000 เครื่อง และ iPod กว่า 4,580,000 เครื่อง โดยเป็นยอดการจำหน่าย iPod สูงกว่าปีก่อนถึง 525 เปอร์เซ็นต์

Apple ยังคงเดินหน้าทำกำไรจากการจำหน่ายคอมพิวเตอร์ Macintosh อีกกว่า 1,070,000 เครื่องกับ iPod อีก 5,311,000 เครื่อง โดยผลกำไรในไตรมาสสองสูงถึง 290 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการขยายตัวของการจำหน่ายคอมพิวเตอร์ถึง 43 เปอร์เซ็นต์ และ iPod อีก 558 เปอร์เซ็นต์

และในไตรมาสที่ 3 และ 4 กำไรของ Apple ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ 320 และ 430 ล้านเหรียญตามลำดับ โดยรวมแล้วทั้งปี Apple สามารถจำหน่ายคอมพิวเตอร์ได้ถึง 1.2 ล้านเครื่อง และ iPod อีกกว่า 6.5 ล้านเครื่อง

iPod

iPod กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผลอย่างมากในตลาดเครื่องเล่น MP3 และ Video จาก iPos shuffle, iPod video ไปจนถึง iPod nano ทำให้ iPod หลายเป็นสัญลักษณ์ไปแล้ว

Software

เริ่มต้นปีในเดือนมกราคม 2005 ด้วย Steve Jobs ได้กล่าวว่า "year of HD video editing" จ๊อบส์ได้เปิดตัวโปรแกรมสำหรับตัดต่อสำหรับบริษัท Final Cut Express และสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป iMovie ซึ่งได้รวมมาในชุดโปรแกรม iLife &39;05

หลังจากนั้นไม่นาน 29 เมษรายน Apple เปิดตัวระบบปฏิบัติการระดับมืออาชีพ Mac OS X 10.4 Tiger โดย Apple ได้ออกแบบฐานรากของระบบให้เป็นแบบ UNIX เต็มรูปแบบมากขึ้น โดยมีความสามารถใหม่เข้ามา Spotlight, Automator และ Safari เวอร์ชั่นใหม่

และอีกหนึ่งโปรแกรมที่ Apple ได้เปิดตัวในช่วงปลายปี Aperture โปรแกรมสำหรับช่างภาพมืออาชีพ โดย Apple ออกตัวว่าโปรแกรมของเขานี้ไม่ใช่คู่แข่งของ Adobe Photoshop

Hardware

เรื่องที่เป็นที่ช็อคที่สุดเรื่องหนึ่งในงาน Apple&39;s Worldwide Develop Conference คือ Apple ได้ประกาศหันไปใช้ Intel processors แทน PowerPC processors โดย Jobs กล่าวว่าจะได้เห็น Intel-based Macintosh ตัวแรกภายในปีนั้นด้วย

Jobs กล่าวว่า Apple มีผลิตภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ยอดเยี่ยม และทาง Intel ก็มีแนวทางที่ชัดเจน พร้อมกันนี้ Adobe และ Microsoft บริษัทซอร์ฟแวร์ขนาดใหญ่ก็ขึ้นไปกล่าวยืนยันว่าจะออกแบบโปรแกรมให้รองรับกับ precessors ตัวใหม่นี้ด้วย

หลังจากแจ้งการเปลี่ยน processors ในอนาคต ก็ได้มีการจัดทำ Intel-based Macintosh ให้กับนักพัฒนาในชื่อ Intel kit เพื่อทำการทดสอบ Intel-based Macintosh

Apple เปิดตัวคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กราคาถูก Mac mini โดยหวังเข้าครองใจผู้ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ Macintosh รุ่นเล็กที่ราคาไม่สูงนัก

โดย Mac mini ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปบุกตลอด Home Theater โดย Apple ยังออกแบบให้สามารถใช้งานรวมกับโทรทัศน์ได้อีกด้วย

และช่วงปลายปีก็ได้เปิดตัว Front Row โปรแกรมสำหรับควบคุมสื่อเพื่อความบันเทิงครบวงจร โดยออกแบบมาให้ใช้ได้กับเครื่อง iMac รุ่นใหม่

Apple ปิดท้ายปีด้วยการเปิดตัว Power Mac G5 dual-core PowerPC CPSs และสถาปัตยกรรม PCI Express โดยมีในการออกมาครั้งนี้เป็นเหมือนการบอกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ Apple รุ่น high-end จะไม่ใช่รุ่นแรกที่ได้รับการเปลี่นยเป็น Intel

ส่วนแบ่งตลาด

หากเปรียบเทียบไตรมาสที่ 4 ของปี 2004 กับปี 2005 จะพลว่า Apple มียาดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 15.08 เปอร์เซ็นต์ และในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 13.79 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Dell พบว่ามียอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 6.51 เปอร์เซ็นต์ และในตลาดสหรัฐ เพิ่มเพียง 3.84 เปอร์เซ็นต์

ขอบคุณ บทความ(บางส่วน)จาก The Year in Review: Apple - MacWorld

นักวิเคราะห์ชี้กระแสแอปเปิ้ล "เปลี่ยนทิศ"

Mon, 2005-12-26 - 01:07

นักวิเคราะห์คาดอนาคตแอปเปิ้ลจะตีตัวออกห่างจากผลิตภัณฑ์แมคอินทอช และหันไปสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่มากขึ้นเหมือนที่เคยสร้าง "ไอพ็อด" นั่นเอง

เดวิด เบรียลเลย์ นักวิเคราะห์จากโกลด์แมนแซค วิเคราะห์ภาพของความแข็งแกร่งในแบรนด์ไอพ็อด และทำนายว่าแอปเปิ้ลจะต้องเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องออกมาอีกแน่นอนในปี 2006 อีกทั้งในช่วงเทศกาลส่งท้ายปลายปี ไอพ็อดขึ้นแท่นสินค้าขายดีในหลาย ๆ ชาร์ต ทำให้เป็นที่จับตามองของนักวิเคราะห์จากหลายสำนัก

จากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ทิศทางของแอปเปิ้ลหันไปสู่โลกของความบันเทิงดิจิตอลแทนการเป็นผู้นำในโลกแมคอินทอชเหมือนที่ผ่านมา

นอกจากนั้น จากความร่วมมือของค่ายยักษ์ใหญ่หลายค่าย ทำให้เทรนด์ดังกล่าวได้รับความสนใจมากขึ้นในปี 2005 ไม่ว่าจะเป็น ไมโครซอฟท์ ที่เปิดตัววินโดวส์เอ็กซ์พี เวอร์ชัน มีเดียเซ็นเตอร์ หรือค่ายเอชพี ที่เปิดตัวอุปกรณ์มีเดียเซ็นเตอร์ และดูเหมือนจะมีอีกหลายค่ายที่สนใจในเทรนด์ดังกล่าวมากขึ้น

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนก็ยังเชื่อว่า แอปเปิ้ลจะไม่เดินออกจากตลาดเดิมที่เคยสร้างชื่อให้มานานแสนนานอย่างการผลิตเครื่องแมคอินทอช และพัฒนาซอฟต์แวร์ เนื่องจากแอปเปิ้ลยังมีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ตระกูลแมคอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชิปมาใช้ชิปของอินเทล หรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

"ผลิตภัณฑ์หลักของแอปเปิ้ลจะยังคงเป็นการพัฒนาฮาร์ดแวร์อยู่อย่างแน่นอน" เท็ด สคลาดเลอร์ นักวิเคราะห์จากฟอเรสเตอร์กล่าว

ขอบคุณ ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

แอปเปิ้ลขายเพลงในยุโรปได้ทะลุ 100 ล้านเพลง

Tue, 2005-12-13 - 00:09

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา Apple ฉลองยอดขายเพลงจาก European iTunes Music Store ได้ทะลุ 100 ล้านครั้ง (100 millionth song downloaded)

คนที่ถูกดาวน์โหลดเพลงเป็นครั้งที่ 100 ล้านคือ Ken Reist จาก Steenokkerzeel, Belgium ด้วยเพลง Die Zauberflote ของ Mozart และรางวัลที่ได้รับก็คือ iMac G5 17 นิ้ว iPod 30 GB หนึ่งเครื่องพร้อมทั้งบัตรของขวัญดาวน์โหลดเพลง 10,000 เพลงและบัตรคอนเสิร์ท Robbie Williams อีก 2 ใบ

แอปเปิ้ลได้เปิดให้บริการดาวน์โหลดเพลงในยุโรป (European iTunes Music Store) โดยเริ่มต้นจากประเทศ UK, France และ Germany ในเดือน มิ.ย. 2004 และในเดือน ตุลาคมปีเดียวกันนี้ก็ได้ขยายไปอีก 10 ประเทศทั่วยุโรป ในวันทที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้ประกาศว่า European Store นั้นสามารถขายเพลงได้มากกว่า 50 ล้านครั้งกับการให้บริการในปีแรก

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

แอปเปิ้ล แถลงความร่วมมือกับ NBC จับ TV show ลง iTunes

Mon, 2005-12-12 - 23:55

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา NBC Universal และ Apple ได้ร่วมแถลงเกี่ยวกับข้อตกลงที่จะนำ TV show จาก NBC television มาให้บริการใน iTunes Music Store ซึ่งปัจจุบัน iTunes มี TV show พร้อมให้บริการถึง 16 รายการกว่า 300 ตอน

แอปเปิ้ลยังกล่าวอีกว่านับจากเปิดให้บริการซื้อ video ใน iTunes Music Store มาตั้งแต่เดือนตุลาคม มีการใช้บริการมากกว่า 3 ล้านครั้ง

และเช่นเดียวกับรายการอื่นๆ รายการจากทาง NBC จะยังให้บริการดาวน์โหลดครั้งละ 1.99 เหรียญ โดยรายการใหม่จากทาง NBC จะอัพโหลดพร้อมให้บริการใน iTunes หลังจากฉายทางทีวีเพียงหนึ่งวันเท่านั้น

รายการที่ NBC TV ใส่ให้กับ iTunes ได้แก่ Law & Order, The Office, Surface, The Tonight Show with Jay Leno, Late Night with Conan O&39;Brien, Monk, the Sci-Fi Channel&39;s production of Battlestar Galactica, รวมทั้ง Alfred Hitchcock Present, Dragnet, Adam 12 และ Knight Rider

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

Apple iPod Updater 2005-11-17

Sun, 2005-12-04 - 21:38

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมาแอปเปิ้ลได้ปล่อยตัว update สำหรับเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล iPod โดยได้เพิ่ม Software รุ่นใหม่ 1.1.3 สำหรับ iPod shuffle โดย iPod Updater 2005-11-17 นั้นมีส่วนอื่นๆ เหมือนกับ iPod Updater เวอร์ชั่นก่อน 2005-10-12

หมายเหตุ : iTunes เวอร์ชั่นที่ต่ำกว่า 4.7.1 ไม่รองรับการทำงานร่วมกับ iPod shuffle

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง: • iPod Updater 2005-11-17

ขอบคุณ ข่าวจาก Apple.com

Apple เตรียมเปิด retail store ใน Rome, Italy

Mon, 2005-11-28 - 08:02

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ (Apple Computer) ประกาศรับสมัครงานเพื่อประจำร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (retail store) ประจำสาขา Rome, Italy ซึ่งจะเป็นสาขาแรกในภูมิภาคยุโรป

โดยมีประกาศโฆษณาเป็นภาษาอิตาลีแบบเต็มหน้า ในส่วนของ company"s recruitment pages โดยระบุตำแหน่ง creative, Mac Genius และทีมงาน Mac specialist

จากข้อมูลที่มีการเปิดเผย Apple Store ใน Rome จะเปิดให้บริการในปี 2006

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld - UK

โมโตโรลาเตรียมรุก Rokr รุ่นใหม่ปี 2006

Mon, 2005-11-21 - 09:02

โมโตโรลาประกาศกำหนดการคลอด "Rokr" โทรศัพท์สมญานาม "ไอจูนส์มิวสิคโฟน" เวอร์ชันใหม่ โดยระบุว่า Rokr ซึ่งมาพร้อมซอฟต์แวร์ดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ไอจูนส์ (iTunes) ของแอปเปิลคอมพิวเตอร์รุ่นต่อไปมีหมายลงตลาดช่วงต้นปีหน้า ชูปรับเพิ่มฟีเจอร์และดีไซน์หลังรับบทเรียนจาก Rokr E1 รุ่นแรกที่เสียงตอบรับในกลับตลาดต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

รอน แกร์ริคส์ (Ron Garriques) ประธานฝ่ายธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโมโตโรลาประกาศกลางงานประชุม UBS Global Communications Conference ว่าโมโตโรลามีแผนเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ในตระกูล Rokr ราวช่วงไตรมาสแรกของปี 2006 ก่อนจะส่ง Rokr รุ่นอื่นๆตามออกมาโดยมีฟีเจอร์เด่นเป็นความสามารถในการดาวน์โหลดเพลงแบบไร้สายราวกลางปี

อย่างไรก็ตาม แม้ฟีเจอร์ฟังเพลงจะเป็นฟีเจอร์ที่ร้อนแรงในโทรศัพท์มือถือ แต่หลังจากที่ Rokr รุ่นแรกเริ่มวางตลาดในชื่อ Rokr E1 เสียงตอบรับจากผู้บริโภคกลับไม่ฮือฮาอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ อาจเป็นเพราะดีไซน์ที่ไม่เก๋ไก๋เหมือนผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์ของทั้งโมโตโรลาและแอปเปิล อย่างโทรศัพท์ตระกูล Razr หรือเครื่องเล่นเพลง MP3 ไอพ็อด (iPod) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐฯขณะนี้

แกร์ริคส์กล่าวว่า โมโตโรลาจะปรับปรุงโทรศัพท์ตามบทเรียนที่ได้จากการเงียบหงอยของ Rokr E1 โดยอาจเป็นไปได้ว่า Rokr เวอร์ชันต่อไปอาจจะไม่ได้จำกัดจุดขายอยู่ที่ซอฟต์แวร์ไอจูนส์ของแอปเปิลเท่านั้น ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรม ตามการรายงานของสำนักข่าวซีเน็ต

งานนี้แกร์ริคส์ได้กล่าวถึง Rokr เวอร์ชันหน้าโดยแสดงรูปโทรศัพท์ดีไซน์บางเฉียบลักษณะคล้ายกับ Razr มากกว่า Rokr E1 รุ่นแรกที่เปิดตัวออกมา พร้อมระบุว่าจะเพิมฟีเจอร์พิเศษอย่างกล้องดิจิตอลความละเอียดหลักล้านพิกเซล หรือเฮดโฟนระบบเสียงสเตอริโอลงไปเพื่อกระตุ้นตลาด

โมโตโรลานั้นมองว่าโนเกียเป็นเพียงคู่แข่งรายเดียวในตลาดขณะนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าโทรศัพท์มือถือตระกูล Razr นั้นเป็นไม้เด็ดที่จะทำให้โมโตโรลาสามารถต่อกรกับโนเกียได้สูสีด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดนใจ จุดนี้แกร์ริคส์เสริมว่ายอดขายของ Razr จะขยายตัวขึ้นและจะถึงจุดอิ่มตัวในราวปี 2007

แกร์ริคส์นั้นให้ความเห็นเรื่องการซื้อบริษัท Intellisync บริษัทผลิตโซลูชันอีเมลเคลื่อนที่ด้วยเงินจำนวน 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐของโนเกียว่า เขารู้มาก่อนว่าบริษัทนี้จะถูกขาย แต่ไม่รู้ว่าถูกซื้อไปด้วยจำนวนเงินมหาศาลเช่นนี้ โดยแกร์ริคส์ย้ำว่าแม้ Rokr รุ่นใหม่พร้อมฟีเจอร์ดาวน์โหลดเพลงแบบไร้สายจะมีคิววางตลาดราวกลางปี แต่โมโตโรลายังไม่มีแผนจะร่วมมือกับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใดในขณะนี้ เพื่อผลักดันเรื่องความร่วมมือด้านเทคโนโลยีไร้สายต่อไปในวงกว้าง

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการอนนไลน์

Spotlight ของแอปเปิ้ล ได้รับคำยกย่องจาก Popular Science

Mon, 2005-11-21 - 08:54

โปรแกรมค้นหาข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh ของ Apple ได้รับการยอมรับจากนิตยสาร Popular Science

หัวข้อสำหรับ spotlight: system-level search ของ Apple คือ "Best of what&39;s new in 2005" โดยได้รับการการเสนอชื่อจากการโหวดในหัวข้อ product and technologies

"Spotlight เป็นเครื่องมือช่วยค้นหา ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัตการใหม่ Mac OS X v10.4 Tiger ของ Apple สามารถค้นหาได้ทุกอย่าง เพราะเป็นแกนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ" ผู้สื่อข่าวกล่าว

ขอบคุณ MacWorld - UK

100 symphony loop ใหม่ใน .Mac

Mon, 2005-11-21 - 08:40

สำหรับสมาชิก .Mac หนึ่งในบริการของแอปเปิ้ล คงได้เฮเพราะเมื่อคืนนี้(17 พ.ย.) ได้รับ 100 symphony loops สำหรับโปรแกรม GarageBand ฟรี

โดยสมาชิกสามารถดาวน์โหลดจาก โฟลเดอร์ "Members-Only" โดย loops ชุดนี้มาจากชุด Jam Pack 4 ซึ่งเป็นชุดล่าสุดที่ใช้กับ GarageBand: Symphony Orchestra โดยในนั้นได้รวมเสียงเครื่องดนตรีคลาสิก เช่นเสียงของ brass sections, percussion, strings และ woodwind

โดยก่อนหน้านี้แอปเปิ้ลเปิดให้สมาชิกได้ดาวน์โหลด loop มาแล้วกว่า 300 จากชุด Jam Pack โดยแบ่งมาชุดละ 100 loop จาก Jam Pack 1: Instruments, Loops และ Effects, Jam Pack 2: Remix Tools และ Jam Pack 3: Rhythm Section

โดย loop เหล่านี้สามารรถไปใช้ในเป็นเสียงประกอบใน iMovie หรือมัลติมีเดียวอื่นๆ ได้ หรือจะนำไปผสมกันในโปรแกรมแต่งเพลง GarageBand

สำหรับ Jam Pack แบบเต็มๆ สามารถซื้อได้ในราคาชุดละ 65 ปอนด์ (99 เหรียญ)

ขอบคุณ MacWorld - UK

Apple updates Front Row

Mon, 2005-11-21 - 08:39

แอปเปิ้ลได้ทำการปล่อยตัวอัพเดทตัวแรกสำหรับ Front Row ซึ่งเป็นโปรแกรมควบคุมการทำงานของมัลติมีเดียในเครื่อง iMac G5 เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา

Front Row 1.0.1 อัพเดทเพิ่มความเสถียรซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการอัพเดทในครั้งนี้ โดยทางแอปเปิ้ลได้แจ้งไว้ดังนี้ "The Front Row Update delivers overall improved reliability and compatibility for browsing music, photos, and videos on your iMac."

โดยตัวอัพเดทนี้สามารถใช้ได้กับ iMac G5 รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับ อินฟา-เรด ที่มาพร้อมกับ Apple Remote Control

ไฟล์อัพเดทมีขนาด 4MB สามารดาวน์โหลดได้จากทาง Software Update หรือผ่านทางเว็บไซต์แอปเปิ้ลได้โดยตรง

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld - UK

แอปเปิ้ลใน 500 อันดับ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์

Mon, 2005-11-14 - 19:58

คอมพิวเตอร์แมคอินทอช Xserve-powered มีชื่ออยู่ใน 20 อันดับแรกของการจัดอันดับ 500 ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ของเว็บไซต์ TOP 500 SuperComputer Sites

System X ที่ใช้ Xserve-based ของ Viginia Tech ที่เคยอยู่ในอันดับที่ 14 ในการจัดอันดับครั้งก่อน (มิ.ย.) ตกมาอยู่ในอันดับที่ 20 ในการจัดอันดับล่าสุด โดย System X เป็นการรวมคอมพิวเตอร์ dual 2.3GHz เข้าได้กันถึง 1,100 เครื่อง

ในอันดับที่ 15 The Mach 5 Xserve-based ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้งานในสถาบันวิจัยและพัฒนาของ กองทัพสหรัฐและองค์การ NASA

นี่เป็นครั้งที่สาม จากการจัดอันดับปีละสองครั้ง ที่ IBM ยังสามารถเกาะกลุ่มผู้นำซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ด้วย BlueGene/L system ที่ US Department of Energy&39;s (DOE&39;s) Lawrence Livermore National Laboratories

โพรเซสเซอร์ IBM power 5 ติดอันดับ Top 10 ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของโลก อย่างไรก็ตามจากทั้งหมด 500 มีมากกว่า 2 ใน 3 ที่เป็นคอมพิวเตอร์จากค่าย Intel

นอกจากนั้นอันดับ 303 ของ University of California, (LA, USA) ก็ใช้ Xserve-based cluster และ อันดับ 308 Xseed อยู่ที่ Bowie State Universiry (USA)

โดยมีซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ 41 ชุดจาก 500 ชุดที่อยู่ในประเทศอังกฤษ

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld-UK

ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone ของแอปเปิ้ล (อีกครั้ง)

Mon, 2005-11-14 - 19:53

มีการวิเคราะห์ว่าแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์จะทำการผลิตโทรศัพท์มือถือ (mobile phone handset) เป็นของตัวเอง

Gene Munster นักวิเคราะห์ของ Piper Jaffray ออกมากล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ผลตอบแทนที่ดีของแอปเปิ้ลในหุ้นของแอปเปิ้ลมาจาก "ผลกำไรของ iPod และ คอมพิวเตอร์ Mac และอาจเป็นไปได้ว่าจะมี iPhone ออกมาในอีก 12 ถึง 18 เดือนต่อจากนี้" เขากล่าวกับ Forbes

เขามองว่าการทำนายของเขามาจากขอสันนิฐานจากสิ่งที่ยังขาดอยู่ของแอปเปิ้ล

"เราเชื่อว่าแอปเปิ้ลกำลังปูทางไปสู่ความเป็นศูนย์กลางของผู้บริโภคสำหรับ digital media" เขากล่าว

แถมยังคาดการณ์ว่า iPhone จะมีราคาราว 68 เหรียญสหรัฐฯ

ขอบคณ ข่าวจาก MacWorld-UK

ฟ้องไอพ็อดนาโน ขยายวงข้ามชาติ

Thu, 2005-11-10 - 21:07

แอปเปิลคอมพิวเตอร์กำลังถูกลูกค้าในแม็กซีโกและอังกฤษร่วมกันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในขณะนี้ โดยทนายผู้ดำเนินการฟ้องร้องระบุว่าผู้ใช้ไอพ็อดไม่พอใจเรื่องปัญหาหน้าจอเกิดรอยขีดข่วนง่ายของเครื่องเล่นไอพ็อดนาโน

กลุ่มลูกค้าในประเทศแม็กซีโกและอังกฤษร่วมกันฟ้องร้องต่อศาลสูงรัฐแคลิฟอร์เนีย เรียกค่าเสียหายจากแอปเปิลคอมพิวเตอร์ด้วยข้อหาหาหน้าจอไอพ็อดนาโนไร้คุณภาพ หลังจากที่มีการร้องเรียนปัญหาเดียวกันนี้ในสหรัฐฯเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

สตีฟ เบอร์แมน (Steve Berman) ทนายความผู้ร่างคำฟ้องคดีนี้ระบุว่า แอปเปิลคอมพิวเตอร์นั้นละเลยต่อปัญหาการออกแบบหน้าจอไอพ็อดนาโน เพื่อเร่งรัดวางจำหน่ายไอพ็อดนาโนตามความต้องการของตลาด ทั้งที่แอปเปิลรู้อยู่เต็มอกว่าปัญหานี้ยังมีอยู่

เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้ซื้อไอพ็อดนาโนหลายรายในสหรัฐฯร้องเรียนกับแอปเปิลถึงปัญหานี้เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากการเปิดตัวไอพ็อดนาโน ทันทีที่แอปเปิลทราบถึงปัญหานี้ แอปเปิลเสนอวิธีการแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ทันที แต่ในขณะที่ไอพ็อดนาโนถูกส่งไปจำหน่ายทั่วโลกเช่นนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆจากแอปเปิล

ครั้งนั้นโฆษกของแอปเปิลออกมาแถลงว่า ผู้บริโภคที่ซื้อไอพ็อดนาโนไป และมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าจอ สามารถติดต่อศูนย์บริการแอปเปิ้ล (Apple Care) เพื่อขอเปลี่ยนสินค้าใหม่ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

การเคลื่อนไหวของแอปเปิ้ลในครั้งนั้นถูกมองว่าเป็นความต้องการรักษาระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อแบรนด์ไอพ็อดให้มากที่สุด เพราะยอดขายของเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดในปัจจุบันกลายเป็นรายได้สัดส่วน 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมดของแอปเปิล

"ขนมสำหรับกัดของสุนัขผมยังมีรอยขีดข่วนน้อยกว่าไอพ็อดนาโนที่ผมเอาใส่ในกระเป๋าเพียงแค่ 3 ชั่วโมง" สำนวนเปรียบเทียบอันร้อนแรงของจาราด สปาโตลา (Jarad Spatola) ที่เขียนวิพากษ์วิจารณ์ไว้บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีทั้งผู้ใช้ไอพ็อดจากหลากประเทศทั่วโลกเช่น จีน รวมถึงประเทศอังกฤษและแม็กซีโกที่ดำเนินการฟ้องร้องอยู่ในขณะนี้

ไอพ็อดนาโน เป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลดีไซน์บางเฉียบ มาพร้อมหน่วยความจำแบบแฟลชขนาด 2 และ 4 กิกะไบต์ ซึ่งมีหน้าจอแสดงผลแบบสี ความละเอียดสูง และปุ่ม Click Wheel เพื่อคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ไอพ็อดจากแอปเปิ้ล โดยไอพ็อดนาโนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องเล่นตระกูลไอพ็อด ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 รุ่นได้แก่ ไอพ็อด, ไอพ็อดนาโน และไอพ็อดชัฟเฟิล

ขอบคุณข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

แอปเปิลฟุ้ง ยอดโหลดไอจูนส์วีดีโอ 19 วันทะลุ 1 ล้านครั้ง

Thu, 2005-11-10 - 21:06

แอปเปิลคอมพิวเตอร์ประกาศ (2 พ.ย.) ยอดขายบริการดาวน์โหลดไฟล์วีดีโอบนร้านขายเพลงออนไลน์ ไอจูนส์ มิวสิคสโตร์ ของตัวเองว่ามีจำนวนมากกว่า 1 ล้านครั้งแล้ว สถิติสุดยอดนี้แอปเปิลสามารถทำได้ในเวลาเพียง 19 วันตั้งแต่การเปิดตัวบริการครั้งแรกเมื่อกลางเดือนตุลาคม

"สถิติยอดจำหน่ายไฟล์วีดีโอ 1 ล้านครั้งในเวลาไม่เกิน 20 วันนี้เป็นตัวชี้ให้เห็นว่า นี่คือตลาดที่ยินดีดาวน์โหลดไฟล์วีดีโอแบบถูกกฎหมาย" สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของแอปเปิลกล่าว

บริการดาวน์โหลดไฟล์วีดีโอของแอปเปิลคอมพิวเตอร์นั้นเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับการวางจำหน่าย ‘วีดีโอไอพ็อด (Video iPod)’ ไอพ็อดเวอร์ชันใหม่ที่บวกเอาความสามารถในการเล่นไฟล์วีดีโอเพิ่มลงไป ตามหลังการเปิดตัว ‘ไอพ็อดโฟโต้ (iPod Photo)’ ที่เพิ่มความสามารถในการแสดงภาพสีลงไป จากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องเล่นเฉพาะเพลง MP3 อย่างเดียวในอดีต

เจ้าของวีดีโอไอพ็อดสามารถซื้อมิวสิควีดีโอหรือภาพยนตร์ประกอบเพลงได้มากกว่า 2,000 เพลง สามารถซื้อหนังสั้นจากยักษ์ใหญ่แห่งโลกแอนิเมชันอย่างพิกซ่าแอนิเมชันสตูดิโอส์ (Pixar Animation Studios) หรือรายการทีวียอดนิยมของสหรัฐฯอย่าง "Desperate Housewives" และ "Lost" ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัทวอลล์ดีสนีย์ (Walt Disney Co.) เพื่อเล่นทั้งบนคอมพิวเตอร์พีซีและเครื่องเล่นไอพ็อด

ไฟล์วีดีโอรายการทีวีเหล่านี้ แอปเปิลเปิดให้ดาวน์โหลดทุกตอนที่ฉายออกอากาศไปแล้ว รวมถึงตอนล่าสุดที่เพิ่งฉายไป ซึ่งตั้งแต่เปิดตัว ฟีเจอร์เล่นไฟล์วีดีโอของไอพ็อดนี้ถูกมองว่าจะโดนใจแฟนรายการโทรทัศน์ที่พลาดรายการ หรือไม่ต้องการเกาะติดขอบจอทีวี

"เป้าหมายต่อไปของเราคือการขยายวงคอนเทนท์เพื่อให้บริการกับผู้บริโภคให้กว้างขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้สามารถเล่นไฟล์วีดีโอที่หลากหลายขึ้น" จ็อบส์กล่าวในงานแถลงข่าว

มิวสิควีดีโอที่แอปเปิลเปิดให้บริการในไอจูนส์ (iTunes) ขณะนี้ได้แก่มิวสิคของศิลปินยอดนิยมอย่าง Madonna, U2, Eurythmics, Coldplay และ Kanye West

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ถูกมองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญในกลยุทธ์การดำเนินงานของแอปเปิล โดยเป็นตัวแสดงให้เห็นว่าแอปเปิลนั้นไม่ได้มุ่งที่การพัฒนาสินค้าในเชิงเทคนิคหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะควบทั้งส่วนของการพัฒนาคอนเทนท์ (เนื้อหา) ด้วย ซึ่งส่งให้แอปเปิลสามารถสร้างรายได้จากการเป็นช่องทางการเผยแพร่คอนเทนท์เหล่านี้ได้อีกทางหนึ่ง

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

Apple อัพเดทระบบปฏิบัติการ Tiger 10.4.3

Thu, 2005-11-10 - 21:05

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้ปล่อยตัวอัพเดทสำหรับระบบปฏิบัติการ Mac OS X, v10.4.3 "Tiger" ทั้งเวอร์ชั่นของ User และ Server โดยในการอัพเดทครั้งนี้แอปเปิ้ลแจ้งว่ามีการอัพเดทการทำงานของ Safari, Mail, iChat รวมทั้งระบบการค้นหาข้อมูล Apple&39;s desktop searching tool และ Spotlight ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยสำหรับ Safari โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ของแอปเปิ้ลได้ผ่านการยอมรับจาก The Web Standards Project และรองรับการทำงานร่วมกับ webcam ได้หลายหลายรวมทั้งสามารถทำงานกับ Macromedia Shockwave 3D ได้ดียิ่งขึ้น

ในการติดต่อสื่อสาร แอปเปิ้ลได้ปรับแต่งให้สามารถทำงานระบบเครือข่ายร่วมกับ SMB ได้ดียิ่งขึ้น

และในส่วนอื่นๆ สามารถอ่านเพิ่งเติมได้จากเว็บไซต์ www.apple.com และสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของแอปเปิ้ลเช่นกัน หรือจะอัพเดทผ่านทาง Software Update ก็ได้

Apple releases Mac OS X 10.4.3

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

แอปเปิ้ลอัพเดท iTunes 6.0.1

Sun, 2005-10-23 - 20:40

หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ก่อน แอปเปิ้ลเปิดตัวโปรแกรมเล่นเพลงดิจิตอลในเวอร์ชั่นใหม่ iTunes 6

แต่มาสัปดาห์นี้แอปเปิ้ลได้ทำการอัพเดทเวอร์ชั่นอีกครั้ง เป็น iTunes 6.0.1 โดยเปิดให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดได้ผ่านทาง Software Update หรือสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของแอปเปิ้ลได้โดยตรง (www.apple.com) ไฟล์ดาวน์โหลดมีขนาด 12.8MB

สำหรับการอัพเดทแบบรวดเร็วจากแอปเปิ้ลในครั้งนี้ พวกเขาให้ความเห็นว่า "iTunes 6.0.1 ออกมาเพื่อปรับปรุงเรื่องความเสถียรในหลายๆ จุดสำหรับ iTunes 6"

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

Apple อัพเกรด PowerMac, PowerBook พร้อมเปิดตัวโปรแกรม Aperture

Sat, 2005-10-22 - 01:10

เมื่อวันพุธ (18 ต.ค.) ที่ผ่านมาแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ แมคอินทอช ได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและแบบพกพารุ่นใหญ่ และเปิดตัวโปรแกรมจัดการภาพถ่ายสำหรับมืออาชีพ

แอปเปิ้ลได้อัพเกรด PowerMac G5 รุ่นใหม่เพิ่มรุ่น CPU รุ่น dual-core PowerPC และเพิ่มช่องสำหรับ PCI Express โดยในรุ่น 2.0 และ 2.3 GHz พร้อมจำหน่ายแล้ว และสำหรับ 2.5 GHz หรือรุ่น "Quad" ที่จะออกจำหน่ายในช่วงสิ้นเดือน ช่วงราคาของ PowerMac G5 รุ่นใหม่อยู่ที่ 1,999 ถึง 3,299 เหรียญฯ

PowerMac G5 ใหม่มาพร้อมกับช่องใส่ PCI Express มาถึง 4 ช่อง โดยในรุ่นใหม่นี้ได้ติดตั้ง PowerPC processor ในสถาปัตยกรรมแบบ dual-core และในการอัพเกรดครั้งนี้มีรุ่น Dual 2, 2.3 และ 2.5GHz โดยสองรุ่นแรกจะเป็นแบบ dual-core หนี่งชิพ และรุ่นใหญ่เป็นแบบ dual-core สองชิพ (หมายถึง processor ถึง 4 ตัว) หน่วยความจำพื้นฐาน 512MB ฮาร์ตดิส 160 และ 250GB และติดตั้งมาพร้อมไดร์ฟเขียนดีวีดีความเร็ว 16x รองรับสื่อบันทึกได้หลายรูปแบบ (ทั้ง DVD+R DL/DVD?RW/CD-RW)

และ PowerBook G4 รุ่นใหม่ได้อัพเกรดอุปกรณ์พื้นฐานเพิ่มเติม ในรุ่นต่างๆ คือ PowerPC G4 12 นิ้ว ความเร็ว 1.5GHz และ 15, 17 นิ้ว ความเร็ว 1.67GHz มาพร้อมกับหน่วยความจำมาตรฐาน 512MB ความจุฮาร์ดดิส 80 และ 120GB และไดร์ฟเขียนดีวีดี 8x โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,499 ถึง 2,499 เหรียญฯ

และในคราวเดียวกันนี้ Apple ได้เปิดตัวโปรแกรมจัดการสำหรับมืออาชีพ Aperture โดยฟังก์ชั่นที่น่าสนใจของโปรแกรมนี้คือสามารถทำงานทั้งหมดรองรับรูปแบบไฟล์ RAW, บริหารจัดการกลุ่มของภาพถ่าย ตกแต่งแจะนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Aperture รองรับไฟล์ชนิด RAW จากกล้องดิจิตอล และยังรองรับชนิด JPEG และ TIFF รวมทั้งไฟล์ทุกชนิดที่ Adobe&39;s DNG รองรับ

โดย Aperture เหมาะสำหรั้บคอมพิวเตอร์ 15นิ้ว PowerBook G4 ความเร็ว 1.25GHz หรือมากกว่า 17นิ้ว iMac G5 ความเร็ว 1.8GHz หรือ PowerMac G5 ความเร็ว 1.8GHz หรือมากกว่า และต้องใช้หน่วยความจำ 1GHz พื้นที่ในฮาร์ดดิส 5GB DVD ไดร์ฟ การ์ดแสดงผลแบบ ATI Radeon Mobility 9600 หรือ Nvidia GeForce 8600 Ultra DDL หรือการ์ดประมวลผลสามมิติที่ดีกว่า

ทั้งหมดสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ Apple.com

สรุปข่าวจาก: MacWorld

แอปเปิ้ลยุติแผนซื้อหุ้นซัมซุง

Wed, 2005-10-19 - 09:09

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ เจ้าของคอมพิวเตอร์แมคอินทอชและไอพ็อดยุติแผนร่วมลงขันธุรกิจผลิตชิปหน่วยความจำแบบแฟลชของซัมซุงแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แอปเปิ้ลได้ให้ความสนอกสนใจซัมซุงอย่างออกนอกหน้า และต้องการลงทุนร่วมกับซัมซุงในการผลิตแฟลชเมมโมรี่ ทั้งหมดนี้ ทั้งคู่มีการเจรจากันไปแล้วบางส่วนด้วย

"ตามแผน แอปเปิ้ลได้เสนอเงินลงทุนจำนวน 4 ล้านล้านวอนให้กับซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิตของชิปหน่วยความจำแบบแฟลชที่ใช้ในเครื่องเล่นเอ็มพีสาม แต่อยู่ ๆ ก็ยกเลิกแผนนี้ จึงทำให้เชื่อว่าการยกเลิกความร่วมมือในครั้งนี้ของแอปเปิ้ลมีความไม่ชอบมาพากล และคาดว่าต้องมีเบื้องหลังอย่างแน่นอน โดยอาจเป็นเรื่องทางการเมืองก็เป็นได้" เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซัมซุงคนหนึ่งกล่าว

ตามรายงานข่าวจากสื่อแดนโสมพบว่า ตอนนี้แอปเปิ้ลเริ่มเจรจากับผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายอื่นแล้ว และเป็นบริษัทผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกาเสียด้วย ขณะที่ผู้บริหารของทั้งซัมซุงและแอปเปิ้ลไม่ออกมาให้ความเห็นใด ๆ

ตามแผนเดิมของแอปเปิ้ลนั้น ต้องการร่วมลงทุนกับซัมซุงด้วยการซื้อหุ้นบริษัทจำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแอปเปิ้ลจะได้ประโยชน์จากการเจรจาครั้งนี้มาก เพราะซัมซุงเป็นผู้ผลิตชิปเมมโมรี่รายใหญ่ของโลก และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลอย่างไอพ็อดของทางค่ายก็ต้องใช้แฟลชเมมโมรี่เป็นที่เก็บข้อมูลอยู่แล้ว ขณะที่ซัมซุงเองก็ฝันหวานถึงเงินก้อนใหญ่ที่จะมาช่วยรองรับฐานะทางการเงินของบริษัท หลังจากในปีนี้ประสบภาวะยอดขายตกต่ำ สินค้าไม่โดนใจผู้บริโภค อีกทั้งราคาแฟลชเมมโมรี่ยังดิ่งเหว ทำให้กำไรของบริษัทลดลงไปประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว การยกเลิกแผนครั้งนี้จึงสร้างความอึ้งให้กับทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมไอทีเลยทีเดียว

นอกจากนั้น ยังมีข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยุติซื้อหุ้นในครั้งนี้ว่ามาจากสาเหตุเรื่องปัญหาด้านคอรัปชันของซัมซุงอีกด้วย

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

แอปเปิลจับฟีเจอร์วีดีโอลง iPod ลุยเปิดโหลดรายการทีวีใน iTunes

Thu, 2005-10-13 - 22:35

สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของแอปเปิลเปิดตัวฟีเจอร์เล่นไฟล์วีดีโอ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในเครื่องเล่นไอพ็อด เพื่อผลักดันให้ไอพ็อดเป็นเครื่องเล่นมัลติมีเดียพกพาครบวงจร

แอปเปิลคอมพิวเตอร์เขย่าวงการอีกครั้งด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของไอพ็อด คราวนี้แอปเปิลจับฟีเจอร์เล่นไฟล์วีดีโอภาพเคลื่อนไหวลงในไอพ็อด เพิ่มเติมจากการดูภาพนิ่งและการฟังเพลง ผันไอพ็อดให้กลายเป็นเครื่องเล่นมัลติมีเดียเต็มขั้นที่สามารถรองรับมิวสิควีดีโอหรือรายการทีวี พร้อมเปิดไอแมคลงตลาดอีก 2 รุ่น มาพร้อมซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดและรีโมทคอนโทรล์สำหรับอำนวยความสะดวกในการเรียกใช้ไฟล์มัลติมีเดีย

การเปิดตัวฟีเจอร์วีดีโอในไอพ็อด (iPod) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในไอจูนส์มิวสิคสโตร์ (iTunes) ร้านขายเพลงออนไลน์ของแอปเปิล (Apple) นั่นคือแอปเปิลจะเริ่มวางขายไฟล์วีดีโอควบคู่กับเพลงในไอจูนส์ทันทีที่วางจำหน่ายไอพ็อดเวอร์ชันใหม่ ตามการรายงานของสำนักข่าวเอพี

ไอจูนส์จำหน่ายรายการทีวี

สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของแอปเปิลกล่าวว่า บริการดาวน์โหลดวีดีโอในไอจูนส์เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์เอบีซีเทเลวิชันกรุ๊ป (ABC Television Group) ในเครือวอล์ทดีสนีย์ (Walt Disney Co.) โดยระยะแรกจะเริ่มเปิดให้บริการดาวนโหลดรายการทีวียอดนิยมในสหรัฐฯอย่าง "Desperate Housewives" และ "Lost" อัตราค่าบริการคือ 1.99 เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งตอน (ประมาณ 80 บาท) ไฟล์วีดีโอจะเริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดหลังจากทางเอบีซีออกอากาศแล้วหนึ่งวัน เท่ากับว่าผู้ที่พลาดชมรายการในวันออกอากาศจะสามารถรับชมรายการได้อย่างสะดวกสบาย

ไฟล์วีดีโอที่ถูกซื้อไปสามารถนำไปเล่นบนคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงผลทางหน้าจอมอนิเตอร์หรือจะดาวน์โหลดลงไอพ็อดหน้าจอขนาด 2.5 นิ้ว สำหรับชมในทุกที่ทุกเวลาก็ได้

โดยแอปเปิลจะใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันการคัดลอกไฟล์กับคอนเทนท์วีดีโอทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี ภาพยนตร์ และมิวสิควีดีโอ เช่นเดียวกับที่ทำกับไฟล์เพลง โดยผู้ดาวน์โหลดไฟล์วีดีโอจะสามารถนำไฟล์ไปเก็บในเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 5 เครื่องและไอพ็อด แต่จะไม่สามารถเบิร์นไฟล์วีดีโอลงในซีดี จุดนี้เป็นจุดเดียวที่ต่างจากบริการดาวน์โหลดไฟล์วีดีโอ

ด้านซูซาน เควอร์เคียน (Susan Kevorkian) นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยไอดีซีให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเอพีว่า เป็นไปได้ที่แอปเปิลจะเพิ่มขนาดหน้าจอในไอพ็อดรุ่นต่อๆไปในอนาคต

"นี่ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่ช่วยขยายช่องทางการนำเสนอคอนเทนท์ความบันเทิงใหม่ๆไปสู่ผู้บริโภค" ซีอีโอของดีสนีย์ โรเบิร์ต อีเกอร์ (Robert Iger) กล่าว "มันเป็นการรวมกันของคอนเทนท์และเทคโนโลยีที่ลงตัว" ตามการรายงานของรอยเตอร์ส์

กำหนดการวางจำหน่ายไอพ็อดเวอร์ชันใหม่อยู่ที่สัปดาห์หน้า โดยจะเริ่มวางจำหน่ายแทนรุ่น 20GB และ 60GB โดยเวอร์ชันใหม่จะลงตลาด 2 สี 2 รุ่นขาวและดำ ได้แก่ 30GB ในราคา 299 เหรียญ (12,240 บาท) และ 60GB ราคา 399 เหรียญ (16,330 บาท)

ตามข้อมูลจากแอปเปิลระบุว่า ความจุ 30GB จะสามารถจุเพลงราว 7,500 เพลงโดยประมาณ สามารถจุรูปภาพนิ่ง 25,000 ภาพ หรือไฟล์วีดีโอความยาว 75 ชั่วโมง รองรับ podcasts หรือสถานีวิทยุออนไลน์พร้อมภาพและเสียง อายุการใช้งานแบทเตอรี่ต่อเนื่องยาวนาน รุ่น 30GB สามารถใช้งานต่อเนื่อง 14 ชั่วโมง รุ่น 60GB ประมาณ 20 ชั่วโมง มีฟังก์ชันพื้นฐานอื่นๆเช่นนาฬิกาจับเวลาและปฏิทิน แสดงผลวีดีโอด้วยมาตรฐาน MPEG-4

ลุยวงการจอเงินจอแก้ว

แอปเปิลถูกมองว่ากำลังพยายามสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ หลังจากประสบความสำเร็จกับวงการเพลงมาแล้ว ภาระกิจสำคัญคือการลบความกังวลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์บริการใหม่ที่จะต้องยืดเอาความสะดวกสบาย การถูกกฎหมายของดิจิตอลคอนเทนท์เหล่านั้นเป็นหลัก และที่สำคัญคือราคาสบายกระเป๋าที่ผู้บริโภคยอมรับได้

"นี่เป็นครั้งแรก ที่คุณจะสามารถซื้อรายการทีวีที่ชื่นชอบย้อนหลังทางอินเทอร์เน็ต" จ็อปส์กล่าว โดยผลงานภาพยนตร์จากบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชันชื่อดังอย่างพิกซ่า (Pixar Animation Studios Inc.) ก็จะถูกวางจำหน่ายในไอจูนส์ด้วย ในฐานะที่พิกซ่าเป็นพันธมิตรกับวอล์ทดีสนีย์มานาน

จ็อปส์กล่าวถ่อมตัวว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแอปเปิลเท่านั้น แม้ว่าแอปเปิลจะประสบความสำเร็จจากบริการดาวน์โหลดเพลงอย่างถล่มทลาย ขณะนี้จำนวนรายการเพลงสำหรับดาวน์โหลดของไอจูนส์อยู่ที่ 2 ล้านเพลงแล้ว จากเดิม 200,000 เพลงในช่วงเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2003 โดยสถิติยอดการดาวน์โหลดล่าสุดอยู่ที่ 600 ล้านครั้ง

"ตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมาเราสั่งสมความสำเร็จจากธุรกิจดาวน์โหลดเพลงจำนวนมากมาก" เอ็ดดี้ คู (Eddy Cue) รองประธานฝ่ายแอปพลิเคชันของแอปเปิลกล่าว "และนี่เรากำลังพยายามถอดแบบความสำเร็จมายังธุรกิจดาวน์โหลดไฟล์วีดีโอ"

สถิติล่าสุดเมื่อไตรมาสที่ผ่านมา แอปเปิลจำหน่ายไอพ็อดไปทั้งหมด 6.5 ล้านเครื่อง ถือเป็นหนึ่งในสามของรายได้ทั้งหมดในกระเป๋าแอปเปิล ขณะที่คอมพิวเตอร์แมคอินทอช (Macintosh) ซึ่งเคยเป็นผลิตภัณฑ์หลักของแอปเปิลในอดีต มีสัดส่วนรายได้เป็น 44 เปอร์เซ็นต์ ราว 1.2 ล้านเครื่อง

ไอแมคใหม่พร้อมรีโมทคอนโทรล์

การแถลงข่าวเปิดตัวฟีเจอร์วีดีโอในไอพ็อด แอปเปิลยังได้ส่งเครื่องแมคอินทอช 2 รุ่นใหม่ หนึ่งเป็น iMac G5 ขนาด 17 นิ้ว ราคาขาย 1,299 เหรียญ (ประมาณ 53,160 บาท) อีกหนึ่งเป็น iMac G5 ขนาด 20 นิ้ว สนนราคา 1,699 เหรียญ (69,530 บาท) ฝังกล้องเว็บแคมขนาดเล็กไว้ในตัว มาพร้อมรีโมทคอนโทรว์ 6 ปุ่มขนาดบางเฉียบเท่าห่อหมากฝรั่ง

iMac G5 รุ่นใหม่จะใช้ซอฟต์แวร์ "Front Row" ซึ่งทำให้สามารถใช้งานรีโมทคอนโทรว์กับเครื่องได้ รีโมทนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูไฟล์เพลงเพื่อเปิดใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ทั้งไฟล์เพลง ภาพ และวีดีโอ แม้จะอยู่ห่างจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ระยะทำการของรีโมทอยู่ที่ 30 ฟุต ตามข้อมูลจากแอปเปิล

iMac รุ่นใหม่ยังมีซอฟต์แวร์ใหม่ชื่อ "Photo Booth" ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับให้ผู้ใช้ถ่ายรูปและส่งทางอีเมลได้โดยสะดวกรวดเร็ว

เหล่านี้ล้วนชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายของแอปเปิลอย่างชัดเจนว่า แอปเปิลกำลังมุ่งสร้างคอมพิวเตอร์ที่เป็นแหล่งรวมดิจิตอลมัลติมีเดีย โดยมีไอพ็อดเป็นกลุ่มอุปกรณ์สำหรับตลาดขนาดพกพา อย่างไรก็ดีคาดว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคสื่อมัลติมีเดียในอนาคต

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์ และภาพประกอบจาก apple.com

แอปเปิลฯ ปิดไตรมาสสวย กำไรพุ่ง 300%

Thu, 2005-10-13 - 02:20

แอปเปิลฯ ปิดไตรมาสสุดท้ายของปีภาษีได้สวย ด้วยตัวเลขรายได้ 3.68 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 150,659 ล้านบาท) กับกำไรสุทธิ 430 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 17,604 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์แอปเปิลฯ กระนั้นนักวิเคราะห์และผู้ถือหุ้นก็ยังไม่พอใจ ระบุตัวเลขต่ำกว่าที่คิด ส่งผลราคาหุ้นติดลบ 10% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple) เจ้าของแบรนด์คอมพิวเตอร์และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลชื่อดัง รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 4 ปีภาษี 2005 สิ้นสุดวันที่ 24 กันยายน 2005 ออกมาเมื่อวันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2005 ปรากฏว่า ในไตรมาสที่ผ่านมา แอปเปิลฯทำยอดขายได้ 3.68 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 150,659 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 56.6% จาก 2.35 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 96,209 ล้านบาท) ของปี 2004

ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 430 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 17,604 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 300% จาก 106 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,339 ล้านบาท) ของปี 2004

สำหรับยอดรวมตลอดทั้งปีภาษี แอปเปิลฯทำยอดขายได้ 13.93 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 570,294 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 68% กับกำไรสุทธิ 1.335 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 54,654 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 384% จากปีที่แล้ว

"เราตื่นเต้นมากกับตัวเลขที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์แอปเปิลฯ" สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ประธานคณะผู้บริหารบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ กล่าวและว่า "ทั้งหมดเป็นผลจากนโยบายที่ถูกต้องของเราที่มุ่งเรื่องนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ และเรายิ่งตื่นเต้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะออกมาในปีหน้า"

ในไตรมาสที่ผ่านมา แอปเปิลฯจำหน่ายเครื่องแมคอินทอชได้ 1,236,000 เครื่อง เครื่องไอพ็อด 6,451,000 เครื่อง หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 48% และ 220% ตามลำดับ

"เราพอใจกับตัวเลขการเติบโต 48% สำหรับแมคอินทอชและ 220% สำหรับไอพ็อด" ปีเตอร์ ออปเพนเฮเมอร์ (Peter Oppenheimer) ประธานฝ่ายการเงิน บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ กล่าว

ไม่พอใจ

แม้แอปเปิลฯจะทำตัวเลขผลประกอบการออกมาได้สวย แต่นักวิเคราะห์และผู้ถือหุ้นก็ยังไม่พอใจ พวกเขาคาดว่าแอปเปิลฯจะขายไอพ็อดได้ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ผ่านมา

"ครั้งแรกเราคิดว่าแอปเปิลฯจะทำได้ดีและดีกว่า แต่ผลที่ออกมาปรากฏว่าต่ำกว่าที่คาด" จิม ฟิชเชอร์ (Jim Fisher) ผู้จัดการกองทุนยูนิเวสต์เวลธ์แมเนจเมนต์ (Univest Wealth Management) กล่าว

นักวิเคราะห์คาดว่าแอปเปิลฯจะทำยอดขายได้ประมาณ 3.74 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 153,115 ล้านบาท) แต่ตัวเลขออกมาเป็น 3.68 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1.6%

เอ็นพีดีกรุ๊ป (NPD Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยระบุว่า แอปเปิลฯครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ 75% ในตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล และเมื่อเดือนที่แล้วก็พึ่งเปิดตัว "ไอพ็อดนาโน" ออกมาเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งออกมาทำตลาดแทนไอพ็อดรุ่นมินิ

"มีโอกาสมากสำหรับนาโน แต่แอปเปิลฯกลับทำไม่ได้" ชอว์ วู (Shaw Wu) นักวิเคราะห์จากอเมริกันเทคโนโลยีรีเสิร์ช (American Technology Research) กล่าว

วูคาดว่าแอปเปิลฯจะขายไอพ็อดได้ 8 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ เดวิด เบเลย์ (David Bailey) นักวิเคราะห์จากโกลแมนซาชส์ (Goldman Sachs) คาดหวังไว้ที่ 7.8 ล้านเครื่อง

สำหรับไตรมาสแรกของปีภาษี 2006 หรือไตรมาาสปัจจุบัน แอปเปิลฯคาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 192,418 ล้านบาท)

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

แอปเปิ้ลเปลี่ยนให้ฟรี หลังพบ นาโน มีปัญหา

Fri, 2005-09-30 - 02:05

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ยืดอกยอมรับไอพ็อดนาโนมี "ปัญหา" จริง หลังพบว่ามีผู้ใช้จำนวนมากร้องเรียนเข้ามาด้วยปัญหาการเกิดรอยขีดข่วนบนหน้าจอ และตัวเครื่องได้ง่ายมากขณะพกพา แม้ว่าจะใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋ากางเกงก็ตาม ทั้ง ๆ ที่ในงานวันเปิดตัวไอพ็อดนาโน สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิ้ลได้ใส่ไอพ็อดนาโนเอาไว้ในกางเกงของเขาด้วยเช่นกัน ขณะที่ทางค่ายแอปเปิ้ลตอบรับเสียงตำหนิทันควัน ด้วยการเปิดศูนย์แอปเปิ้ลแคร์ให้ผู้ที่มีปัญหาสามารถนำเครื่องมาเปลี่ยน รับเครื่องใหม่ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ไอพ็อดนาโน อุปกรณ์เพื่อการฟังเพลงสำหรับโลกยุคดิจิตอลที่เข้ามาแทนไอพ็อดมินิ เริ่มได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ซื้อไปใช้งานแล้ว นอกจากนั้น เสียงตำหนิดังกล่าวยังทำให้หุ้นของแอปเปิ้ลร่วงหล่นลงมา 4.4 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 51.08 เหรียญสหรัฐด้วย

"การจัดการความพึงพอใจของผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ยาก เมื่อความรู้สึกนั้นเสียไปอาจต้องใช้เวลาในการสร้างขึ้นมาใหม่" ริชาร์ด ฟาร์เมอร์ นักวิเคราะห์จากเมอร์ลิน ลินช์กล่าว และคาดว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อยอดขายของไอพ็อดนาโนในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ด้วย

ขณะเดียวกัน ทางโฆษกของแอปเปิ้ลได้ออกมาแถลงว่า ผู้บริโภคที่ซื้อไอพ็อดนาโนไป และมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าจอ สามารถติดต่อศูนย์บริการแอปเปิ้ล (Apple Care) เพื่อขอเปลี่ยนสินค้าใหม่ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งการเคลื่อนไหวของแอปเปิ้ลในครั้งดูเหมือนต้องการรักษาระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อแบรนด์ดังกล่าวให้มากที่สุด เนื่องจากปัจจุบัน ยอดขายของเครื่องเล่นเพลงไอพ็อด เฉพาะในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนของปีนี้ มันสามารถขายได้ถึง 6.2 ล้านเครื่องเลยทีเดียว และรายได้จากการขายไอพ็อดคิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทด้วย

ซึ่งผู้บริโภคส่วนมากรู้สึกพึงพอใจกับการกระโดดออกมารับลูกแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างทันควัน

"ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการออกแบบที่ผิดพลาด และเชื่อว่ามีเพียงส่วนน้อยมาก" Tom Neumayr จากแอปเปิ้ลกล่าว

ไอพ็อดนาโน เป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลดีไซน์บางเฉียบ มาพร้อมหน่วยความจำแบบแฟลชขนาด 2 และ 4 กิกะไบต์ ซึ่งมีหน้าจอแสดงผลแบบสี ความละเอียดสูง และปุ่ม Click Wheel เพื่อคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ไอพ็อดจากแอปเปิ้ล โดยไอพ็อดนาโนจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องเล่นตระกูลไอพ็อด ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 รุ่นได้แก่ ไอพ็อด, ไอพ็อดนาโน และไอพ็อดชัฟเฟิล

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

คาดแอปเปิลกว้านซื้อผลิตภัณฑ์แฟลชเมมโมรี่ของซัมซุงราว 40%

Sun, 2005-09-25 - 21:58

บริษัทวิจั ยตลาดวิเคราะห์ว่าแอปเปิลจะซื้อชิ้นส่วนแนนแฟลชเมมโมรี่คิดเป็นราว 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ผลิตได้ทั้งหมด ระบุเป็นลูกค้ารายใหญ่และได้รับส่วนลดจำนวนมากจากซัมซุง คาดส่งผลเปลี่ยนแปลงสองเด้งทั้งในตลาดแฟลชเมมโมรี่ชิปและตลาดเครื่องเล่น MP3

แอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple) ผู้จัดจำหน่ายไอพ็อด ชัฟเฟิล (iPod Shuffle) เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่ใช้ชิปหน่วยความจำหรือแฟลชเมมโมรี่ชิปในตัวถูกคาด การณ์ว่า ระยะเวลาโดยรวมตลอดครึ่งปีหลังของปีนี้ แอปเปิลจะดำเนินการสั่งซื้อชิ้นส่วนแนนแฟลชเมมโมรี่ (NAND flash memory) ทั้งหมดราว 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics Co.) ผลิตได้ทั้งหมด

การคาดการณ์นี้เป็นฝีปากของบริษัทไอซัปพลาย (iSuppli Corp.) วิจัยตลาดของสหรัฐฯ โดยไอซัปพลายชี้ว่าการคาดการณ์เช่นนี้ย่อมแสดงถึงความท้าทายในการจัดหาแฟลชเ มมโมรี่ชิปให้เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มคู่แข่งของแอปเปิล

ไอซัปพลายนั้นระบุว่าส่วนหนึ่งของความสำเร็จล่าสุด ในการเปิดตัวเครื่องเล่นไอพ็อดนาโน (iPod nano) ซึ่งเป็นเครื่องเล่นรุ่นแรกที่มีการใช้แฟลชเมมโมรี่ชิปในการเก็บข้อมูลของแอ ปเปิล ส่วนหนึ่งอาศัยความดีจากซัมซุง โดยซัมซุงนั้นมีฐานะเป็นผู้ผลิตแนนแฟลชเมมโมรี่ชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก

น ักวิเคราะห์ของไอซัปพลายให้ข้อมูลเจาะลึกว่า ราคาแฟลชเมมโมรี่ชิปที่ซัมซุงส่งให้แอปเปิลนั้นอยู่ที่เพียง 54 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2,200 บาท) ถือเป็นราคาที่ซัมซุงลดให้แอปเปิลเป็นพิเศษจนสามารถกำนดราคาเครื่องเล่นไอพ็ อดนาโนขนาดความจุ 2 กิกาไบต์ให้มีราคาอยู่ที่ 199 ดอลลาร์ (ราว 8,000 บาท) ได้ ตามการรายงานของสำนักข่าวเอเชียพลัส

"การเปลี่ยนแปลงจากฮาร์ดไดร์ฟมาเป็นแฟลชเมมโมรี่ชิปในไอพ็อดรุ่นใหม่ แอปเปิลสร้างความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบกับทั้งตลาดชิ้นส่วนหน่วยความจำและตล าดเครื่องเล่น MP3" คริส ครอตตี้ (Chris Crotty) นักวิเคราะห์ตลาดซีอีหรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคอาวุโสของไอซั ปพลายกล่าว โดยวิเคราะห์ว่าหากผู้ผลิตเครื่องเล่น MP3 รายอื่นต้องการจะจัดหาแฟลชเมมโมรี่ชิปให้เพียงพอต่อความต้องการของตัวเอง ก็ต้องพยายามซื้อชิปในจำนวนมากๆเพื่อให้ได้ส่วนลดเท่าๆกับที่ซัมซุงให้กับแอปเปิล

จุดนี้กลุ่มผู้จำหน่ายแฟลชเมมโมรี่ชิปเองก็จะได้รับผลกระทบในแง่ของราคาขายและกำไรที่จะได้รับ ส่งผลกระทบสองต่อจากความเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวของแอปเปิล

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์ "logo

สตีฟ จ็อบส์แดกดันค่ายเพลงเริ่มละโมบ หลังดอดเจรจาขอขึ้นค่าดาวน์โหลด

Wed, 2005-09-21 - 20:40

สตีฟ จ็อบส์ปฏิเสธข่าวเตรียมเพิ่มราคาค่าดาวน์โหลดเพลงจากไอจูนส์ พร้อมชี้แจงให้ค่ายเพลงเข้าใจสาเหตุว่า 0.99 เหรียญสหรัฐเป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภค ระบุ "ความโลภ" ของพ่อค้าเพลงเป็นต้นตอปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

คำกล่าวในครั้งนี้ของสตีฟ จ็อบส์เกิดขึ้นก่อนการเปิดงาน "แอปเปิ้ล เอ็กซ์โป 2005 ที่กรุงปารีส สืบเนื่องมาจากมีค่ายเพลงที่เปิดให้ดาวน์โหลดเพลงบนไอจูนส์เรียกร้องให้แอปเปิ้ลพิจารณาขึ้นราคาค่าดาวน์โหลดเพลงจากเดิมที่ตั้งไว้เพียง 0.99 เหรียญสหรัฐ เพียงเพื่อหวังได้รับส่วนแบ่งเพิ่ม โดยสตีฟ จ็อบส์ให้ความเห็นว่า ค่ายเพลงเหล่านั้นได้รับประโยชน์ร่วมกันกับไอจูนส์ โดยไอจูนส์ก็ได้เพลงมาเปิดให้ดาวน์โหลด ขณะที่ค่ายเพลงก็ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต และค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาดมากกว่าการขายในรูปแบบซีดี

"การที่พวกเขาต้องการให้เพิ่มราคา ก็อาจหมายความว่าพวกเขาเริ่มจะโลภเสียแล้ว" สตีฟ จ็อบส์กล่าวและมองว่าการที่ค่ายเพลงมีความละโมบเกินเหตุนั้นเป็นต้นตอของปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลงที่เคยสร้างความเสียหายให้วงการเพลงอย่างหนัก ซึ่งทำให้พวกเขาต้องตามแก้และเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเสียอีก

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า ค่ายเพลงต่าง ๆ พยายามหาทางแก้ไขสัญญาที่ทำไว้กับแอปเปิ้ลและไอจูนส์ โดยต้องการเพิ่มส่วนแบ่งที่ค่ายเพลงควรจะได้รับจากการขายเพลงออนไลน์ให้สูงขึ้นกว่านี้ด้วย

สำหรับข่าวดังกล่าว ทางค่ายวอร์เนอร์, ยูนิเวอร์แซลปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ เช่นเดียวกับโซนี่ บีเอ็มจี และอีเอ็มไอกรุ๊ป

จ็อบส์กล่าวว่า ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ผู้บริโภคคิดว่าเหมาะสมแล้ว

"เราพยายามต่อสู้กับขบวนการละเมิดลิขสิทธิ์โดยการกระตุ้นให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ขณะเดียวกัน เราก็ต้องสร้างทางเลือกใหม่ ๆ ในการซื้อเพลงด้วยราคาที่ยุติธรรมขึ้นด้วย ซึ่งถ้าหากราคาขายเพลงสูงเกินไป นั่นอาจทำให้ผู้บริโภคหันกลับไปหาสิ่งผิดกฎหมายอีกครั้ง และไม่มีฝ่ายใดได้ประโยชน์ นอกจากพ่อค้าของเถื่อน"

ในช่วงเริ่มแรกของการเปิดตัวเว็บไซต์ไอจูนส์นั้น ค่ายเพลงจำนวนมากต่างให้ความสนใจ เนื่องจากตอนนั้นตลาดเพลงซบเซาอย่างหนักจากปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งจากแนปสเตอร์, Kazaa ฯลฯ การเข้าร่วมกับไอจูนส์เป็นฟางอีกเส้นของการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเพลง แต่กลับกลายเป็นว่าด้วยระยะเวลาเพียงไม่นาน เว็บไซต์ไอจูนส์ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคจำนวนมาก ทำให้ค่ายเพลงส่วนมากเริ่มกลับคืนสู่ตำแหน่งพ่อค้า และทวงถามถึงสิทธิในรายได้ที่มากขึ้น

ฟิลิปส์ เลจ นักวิเคราะห์จาก Inside Digital Media กล่าวว่า "การที่ค่ายเพลงต้องการให้ผู้บริโภคซื้อซีดีเพลงหนึ่งแผ่นซึ่งอาจมีเพลงเพราะ ๆ แค่ 3-4 เพลงดูไม่เป็นธรรมนัก ขณะที่ตอนนี้ผู้บริโภคมีทางเลือก เขาสามารถเลือกซื้อเพลงเฉพาะที่เขาต้องการได้แล้ว ค่ายเพลงกลับรู้สึกไม่พอใจ เนื่องจากกลัวว่ารายได้จะลดลง"

"อย่างไรก็ดี ตลาดดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ตกอยู่ในมือของสตีฟ จ็อบส์อย่างสมบูรณ์แล้ว ค่ายเพลงคงจะเมินหนีไอจูนส์ไปไม่ได้ แม้จะไม่พอใจนักก็ตาม" เลจกล่าว

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

The Man Behind Apple&39;s Success #3

Tue, 2005-09-20 - 08:43

ตัวตน และความคิด "สตีฟ จอบส์"

ใครที่เคยได้ฟังปาฐกถาของ "สตีฟ จอบส์" มามาก แต่นั่นไม่ทำให้คุณรู้จัก "ตัวตน" และ "ความคิด" ได้เท่ากับที่จอบส์ไปบรรยายพิเศษให้บัณฑิตจบใหม่ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา

วันนั้น จอบส์ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาใน 3 แง่มุม ตั้งแต่ปูมหลังเทือกเถาเหล่ากอ การตัดสินใจเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองรัก จนถึงแง่คิดของเขาเกี่ยวกับความตาย ซึ่งทุกเรื่องราวล้วนมีส่วนกับความเป็น สตีฟ จอบส์ ในวันนี้ เป็นแรงผลักดัน และแรงบันดาลใจให้เขาก้าวสู่ความสำเร็จ ปฏิวัติโลกเทคโนโลยีจนดังเป็นพลุแตก และความล้มเหลวจนต้องไปตั้งต้นใหม่

จอบส์เล่าปูมหลังว่า เขาเกิดจากมารดาวัยรุ่นที่เกิดตั้งครรภ์ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย จนต้องตัดสินใจยกลูกให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น แต่โชคชะตาก็เหมือนเล่นตลก บิดามารดาตามกฎหมายของจอบส์ กลับเป็นแค่ชนชั้นคนแรงงานที่จบการศึกษาไม่สูง

ในช่วงแรกๆ ของชีวิต จอบส์มีโอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจหยุดเรียนกลางคัน เพราะคิดว่าไม่เหมาะกับสาขาที่เรียน ซึ่งใน ระหว่างนั้นก็ได้ไปลงเรียนในบางวิชาที่สนใจ อาทิ ศิลปะการคัดลายมือ และลายเส้นตัวอักษร ที่ทำให้เรียนรู้เรื่องจำนวนช่องว่างระหว่างตัวอย่างที่นำมาผสมกัน ซึ่งนั่นเป็นที่มาของคอมพิวเตอร์แมคอิน ทอชตัวแรกในอีก 10 ปีถัดมา ร่วมกับ สตีเฟน วอซแนค เพื่อนที่ทำงานให้กับฮิวเลตต์-แพ็คการ์ด ด้วยกันในช่วงฤดูร้อน

ด้วยวัยเพียง 21 ปี จอบส์ทำให้โลกรู้จักเขาในฐานะผู้ปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้คนในวงการได้รู้จักกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่มีชื่อเรียกในช่วงนั้นว่า the Apple เปลี่ยนมุมมองของคนที่มีต่อ "คอมพิวเตอร์" จากเครื่องใหญ่โตมีองค์ประกอบหลายชิ้น ที่ใช้กันเฉพาะในภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐบาล มาเป็นแค่คอมพิวเตอร์ขนาดเท่ากล่องใบเล็ก ที่ใครๆ ก็สามารถใช้ได้

จากเรื่องราวแรก สู่เรื่องราวที่สอง ความสำเร็จที่มาจากการค้นพบสิ่งที่ตัวเองรักที่จะทำ จอบส์บอกว่า เขาโชคดีที่ค้นพบว่าตัวเองรักที่จะทำอะไรแต่เนิ่นๆ นั่นคือ เหตุผลที่เขาตัดสินใจลงมือทำงานกับเพื่อนโดยใช้โรงรถของพ่อแม่เป็นออฟฟิศ และเป็นที่มาของบริษัท ที่มีมูลค่ากิจการกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ และมีพนักงานมากถึง 4,000 คน

น่าเสียดายว่า จิตวิญญาณนักนวัตกรรมของเขาไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ทำเงิน ในยามที่อุตสาหกรรมเริ่มมีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ได้กลายเป็นจุดหักเหที่ทำให้เขาต้องพ้นจากบริษัทที่ตัวเองสร้างมา

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นตัวตนของจอบส์ วาทะทองที่ถูกถ่ายทอดออกมาระหว่างบรรยายพิเศษ คือ ตราบใดที่ยังรักในสิ่งที่ทำ จงแทนที่ความหนักหนาของความสำเร็จ มาเป็นความเบิกบานใจที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่

จอบส์บอกว่า การตัดสินใจเช่นนั้นได้ปลดปล่อยเขาให้เข้าสู่ช่วงเวลาที่สร้างสรรค์มากที่สุดในชีวิตเขา เพราะในช่วง 5 ปีถัดมา เขาได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ 2 แห่ง คือ เน็กซต์ (NeXT) และ พิซาร์ แอนิเมชั่น ซึ่งบริษัทหลังได้นำพาเขาสู่ความสำเร็จจากการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องแรกของโลกที่ทำเงินถล่มทะลาย "ทอย สตอรี่"

ในมุมมองของสตีฟ จอบส์ สิ่งที่ทำให้เขายังก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา คือ "เขารักในสิ่งที่ทำ และเชื่อมั่นในสิ่งนั้น"

แต่ที่น่าสนใจ และเป็นเรื่องเล่าสุดท้ายในคำบรรยายของเขา คือ แง่คิดจากความตาย ขณะที่จอบส์ย่างเข้าสู่วัย 33 ปี เขามองกระจกแล้วถามตัวเองว่า หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เขายังต้องการจะทำอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไหม" หลังจากถามตัวเองอยู่หลายวัน คำตอบที่เขาได้ทุกครั้งยังคงเป็น ไม่ นั่นทำให้เขารู้ว่าเขายังต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่างอยู่

จอบส์ได้ฝากแง่คิดของเขาไว้ว่า การคิดว่าตัวเองจะตายในไม่ช้า เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดที่ช่วยให้เขาตัดสินใจครั้งสำคัญมาแล้วหลายครั้งในชีวิต ไม่ว่าตัดสินใจไปแล้วจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว

แต่จอบส์มองตัวเอง อาจจะไม่กระจ่าง และมองไม่เห็นรอบด้านเท่าที่ให้คนอื่นมองให้

หลายคนมองเห็นด้านบวกและด้านลบในตัวจอบส์ ในความยิ่งใหญ่ของการเป็นนักฝัน จอบส์มีความถือดี และเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก แทบจะไม่ฟังใครเลย และกล้าเสี่ยง แต่ด้วยบุคลิกดังกล่าวกลับสร้างเสน่ห์ และสามารถกระตุ้นให้ขุมกำลังของแอปเปิลเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า อนาคตอยู่ในมือพวกเขา และทำให้พวกเขาสามารถผลิตงานที่สร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ท่าทีและหลักคิดของจอบส์ สามารถนำพาธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตมาได้หลายต่อหลายครั้ง แต่ในมุมมองของฝ่ายบริหาร กรอบที่จอบส์ใช้เดินอาจจะไม่ถูกต้องนัก และยากจะไปกันได้ในยามที่ "ตัวเลข" ที่เรียกว่า การสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น กำไร และรายได้ กลายเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายบริหารและนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตแรงๆ ได้หลายครั้ง ที่สำคัญ จุดอ่อนดังกล่าวจะยิ่งมองเห็นได้ชัดในยามที่วิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว

หลายคนจับตามองการคืนรัง (แอปเปิล) รอบสองของเขา และกลยุทธ์ "ดิจิทัลฮับ" ของเขา เป็นด่านทดสอบสำคัญที่จะหนุนส่งให้สตีฟ จอบส์ ติดลมบน หรือเป็นจุดเริ่มของการเดินจากไปเป็นครั้งที่ 3

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ (ฉบับวันที่ 12,15,19 กันยายน 2548)

The Man Behind Apple&39;s Success #2

Tue, 2005-09-20 - 08:26

วิถีแห่งแอปเปิล สู่ "ดิจิทัลฮับ"

ยิ่ง iTunes Phone ดังกระหึ่มมากเท่าไร "สตีฟ จอบส์" ยิ่งเป็นที่สนใจมากขึ้นเป็นเท่าตัว

จอบส์เป็นที่รู้จักของคนในแวดวงมานานพอๆ กับที่บริษัทเล็กๆ ของแอปเปิลถือกำเนิด แต่ทุกคนก็สนใจในการเคลื่อนไหวของเขาตลอด สนใจอยากจะฟังสิ่งที่เขาพูดในงานนัดสำคัญๆ ของ แอปเปิล

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะซีอีโอวัย 40 ต้นๆ ของค่ายแอปเปิล เป็นหนึ่งในจำนวนผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีไม่กี่คน ซึ่งมีบทบาทในการกำหนดทิศทางของโลกไฮเทคที่กำลังจะเป็นไปในอนาคตอันใกล้

ย้อนหลังไป 2 ปีก่อน จอบส์เขย่าวงการเพลงดิจิทัลด้วย iPod และเทคโนโลยีดาวน์โหลดเพลง iTunes จนสร้างการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ หรือ paradigm shift ขึ้นในอุตสาหกรรม เป็นที่กล่าวขวัญถึงของนักวิเคราะห์ และคำยกย่องชื่นชม

แต่น่าสนใจว่า "จอบส์" สนองตอบต่อกระแสตอบรับเหล่านั้นอย่างถ่อมตน เห็นได้จากคำให้สัมภาษณ์ของเขาในนิตยสาร บิสซิเนส วีก ฉบับ 18 สิงหาคม 2548 จอบส์บอกว่า iPod เป็นเพียงสินค้าชนิดใหม่ในอุตสาหกรรมเพลง ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่อายุกว่า 2,000 ปี และจะคงอยู่ต่อไปตราบใดที่ยังมีมนุษย์อยู่บนโลกนี้

"เราเพียงแค่เข้าสู่ตลาดที่ใหญ่โตเพื่อดึงเข้าสู่โลกดิจิทัล ซึ่งการทำเช่นนั้น ต้องมีฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และพรสวรรค์ ที่ทำให้ง่ายต่อการใช้งานที่แอปเปิลเข้ามาช่วย"

จากความคิดดังกล่าว นำมาซึ่งดีลเขย่าวงการ เมื่อจอบส์สามารถโน้มน้าวให้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ 5 แห่งยอมร่วมมือกับเขา และนำเพลงยอดฮิตมาขายทางออนไลน์ โดยผ่าน iTunes Music Store ของแอปเปิล เมื่อปี 2544

ในฐานะซีอีโอของแอปเปิล บทบาทที่โดดเด่นของเขาคือ สร้างวิสัยทัศน์ที่มีชีวิตให้กับแอปเปิล กระตุ้นบุคลากรของบริษัทให้ใช้พรสวรรค์อย่างเต็มที่เพื่อพัฒนานวัตกรรมออกมา เพื่อค้นหาโอกาส แม้ช่วงนั้นจะเป็นภาวะขาลงของอุตสาหกรรม

นี่คือเหตุผลที่หลายๆ ครั้ง จอบส์เลือกทำในสิ่งที่คนไม่ทำ ดังเช่นในช่วงที่เป็นขาลงของวงการไฮเทค บริษัทโดยทั่วไปเลือกที่จะลดค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนา และลดขนาดองค์กร แต่จอบส์เลือกทำตรงกันข้าม โดยเชื่อว่าหากยังสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์อันสุดยอดให้แก่ผู้บริโภค พวกเขาก็ยังพร้อมที่จะจ่าย

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่จอบส์ได้รับการยกย่องให้เป็น CEO of The Year ในทำเนียบของ The Chronicle 200 เมื่อปี 2547 เพราะในฐานะซีอีโอ ของทั้ง แอปเปิล และ พิซาร์ แอนิเมชั่น สตูดิโอ เพราะภายใต้วิสัยทัศน์ของเขา ทั้งสองบริษัทสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นในอุตสาหกรรมเพลงและภาพยนตร์

Toy story, A Bug"s Life, Toy Story 2, Monsters Inc และ Finding Nemo กลายเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นทำเงินให้บริษัท ตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปี 2546 พิซาร์มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 30% รวมกว่า 260 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม บนความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ จนบางครั้งนักวิจารณ์ถึงออกปากว่า แอปเปิลจะเดินไปได้อย่างไรหากไร้ซึ่งวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และสตีฟ จอบส์ ครั้งหนึ่งวิสัยทัศน์ของเขาทำให้ แอปเปิลซวนเซไม่เป็นขบวน เมื่อ "แอปเปิล II" ผลิตภัณฑ์ทำเงินของบริษัทเผชิญกับคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างไอบีเอ็ม ขณะที่ "ลิซ่า" นวัตกรรมใหม่ ก็กลายเป็นบทเรียนความล้มเหลวราคาแพง

นั่นเป็นต้นตอหนึ่งที่ทำให้จอบส์ต้องเดินออกจากบริษัทที่ตัวเองร่วมปั้นมากับมือ เมื่อปี 1986 หลังจากเกิดศึกชิงอำนาจขึ้นภายในบริษัทกับ "จอห์น สกูลเลย์" ซีอีโอที่จอบส์ดึงมาทำงานด้วย แม้ว่าคอมพิวเตอร์แมคอินทอชของเขาจะกู้ชื่อเสียงแอปเปิลคืนมาได้

แต่ชื่อของจอบส์กลับไม่หายไปจากวงการเลยแม้แต่น้อย เขาโด่งดังเป็นพลุแตก เพราะภาพยนตร์แอนิเมชั่น ของพิซาร์ แอนิเมชั้น บริษัทใหม่ที่จอบส์ก่อตั้งขึ้น จากการซื้อต่อธุรกิจ แอนิเมชั่นจากลูคัสฟิล์ม

กระทั่งปี 1996 จอบส์กลับมาสู่อ้อมอก แอปเปิลอีกครั้ง พร้อมกับเทคโนโลยี NeXT ที่ใช้เป็นรากฐานในการพัฒนาระบบ Mac OS รุ่นใหม่ และปี 2540 แอปเปิลก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับไมโครซอฟท์ พร้อมกับการเปิดตัว iMac คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสีสันสะดุดตา และเด่นด้วยดีไซน์

หลังจากนั้น ยุคใหม่ของแอปเปิลก็เริ่มกลับมา บริษัทประสบความสำเร็จกับการออกระบบปฏิบัติการแมคอินทอชตัวใหม่

พลังสร้างสรรค์ของจอบส์เริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อเขาวางเดิมพันอนาคตของแอปเปิลด้วยกลยุทธ์ "Digital Hub" โดยใช้ระบบปฏิบัติการแมคอินทอชเป็นตัวกลางในการประสานการทำงานและการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ และเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลระบบ MP 3 ซึ่งนั่นเป็นที่มาของ iPod และ iTunes

ครึกโครมและน่าทึ่ง เพราะไม่เคยมีใครเห็นสิ่งนี้มาก่อน แต่ท่ามกลางเสียงตอบรับผลิตภัณฑ์ใหม่กลับไม่มีใครรู้ดีเท่ากับสตีฟ จอบส์ ว่า ทำไมแอปเปิลต้องเข้าสู่โลกดิจิทัลเต็มตัว

สตีฟ จอบส์ ไม่มีทางเลือกอื่น 90% ของตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะถูกผูกขาดแบบเบ็ดเสร็จไว้ด้วยระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ของไมโครซอฟท์ ขณะที่ธุรกิจคอมพิว เตอร์แม้จะยังทำเงินได้อยู่ แต่หลายปีที่ผ่านมาส่วนแบ่งของแอปเปิลแทบจะไม่เปลี่ยน แปลงเลย

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ (ฉบับวันที่ 12,15,19 กันยายน 2548)

The Man Behind Apple&39;s Success #1

Tue, 2005-09-20 - 08:14

"สตีฟ จ็อบส์" กับเดิมพันครั้งใหม่

ในแวดวงธุรกิจความสำเร็จหรือความล้มเหลวของบริษัทใดบริษัทหนึ่งจะอยู่ที่ฝีมือของ "ซีอีโอ" เป็นสำคัญ จึงเป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้หลายองค์กรยอมจ่ายเงินแพงๆ เพื่อค้นหาผู้บริหารมือดีมาช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาไม่หยุดนิ่ง แต่น่าสนใจว่า ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของบริษัทในโลกเทคโนโลยี "ซีอีโอ" ที่ถือเป็นตำนานของวงการ กลับเป็นกลุ่มคนที่มากด้วยพรสวรรค์ชนิดที่ไม่สามารถค้นหาได้จากตลาดผู้บริหารอันดาษดื่น และมีปูมหลังที่น่าศึกษา

และนี่คือเหตุผลที่ "ประชาชาติธุรกิจ" จัดทำรายงานพิเศษเรื่อง "3 คน-3 คม แห่งยุคดิจิทัล" โดยเลือกนำเสนอคมความคิดของสตีฟ จ็อบส์, อีริก ชมิดต์ และ บิล เกตส์ 3 ซีอีโอที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งของแอปเปิล, กูเกิล และไมโครซอฟท์

ทุกครั้งที่แอปเปิลขยับตัว จะดึงความสนใจของสื่อมวลชน นักวิเคราะห์ และคนในแวดวงไฮเทคได้มากมายมหาศาล ครั้งนี้ก็เช่นกัน ก่อนจะถึงวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ก็มีทั้งข่าวลือ ข่าวรั่ว และกระแสคาดคะเนอย่างท่วมท้น หลังจากทำให้แฟนพันธุ์แท้แอปเปิลผิดหวังลึกๆ ที่ "สตีฟ จ็อบส์" ขอยกเลิกการปาฐกถาพิเศษใน Apple Expo Paris อย่างกะทันหัน โดยไม่ทราบสาเหตุ

ข่าวลือข่าวปล่อยที่สะพัดว่ายวนอยู่กับประเด็นที่ว่า แอปเปิลกำลังจะเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ที่อาจจะเป็น the next big thing ของวงการไฮเทค โดยเฉพาะในตลาดโมบาย มิวสิก ที่มี "มือถือ" เป็นเดิมพันสำคัญ

ที่สุด "the next big thing" ของแอปเปิล ก็เผยโฉมออกมาในการแถลงข่าวที่ซานฟรานซิสโก โดยครั้งนี้ สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอคนดัง มาพร้อมกับ "Motorola ROKR" และ "iPod nano" สินค้าใหม่ที่เชื่อว่าจะทำให้แอปเปิลยึดครองตลาดเพลงดิจิทัลไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ก่อนที่ค่ายคู่แข่งจะไล่ตีตื้นได้ทัน

หากย้อนกลับไปช่วงก่อนเปิดตัว "Motorola ROKR" และ "iPod nano" มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันถึงบทวิจัยของไพเพอร์ แจฟเฟรย์ แอนด์ โค ที่เผยผลสำรวจผู้บริโภคที่ทำให้แอปเปิลได้ยินแล้วชื่นใจ นั่นคือ ถึงแม้มือถือรุ่นใหม่จะสามารถเล่นและดาวน์โหลดเพลงได้ แต่ผู้บริโภคในวัยระหว่าง 22-55 ปี ยังให้ความสนใจกับมือถือใหม่ของแอปเปิล ที่จะเปิดตัวในวันที่ 7 กันยายน คิดเป็น 18% ของกลุ่มตัวอย่าง

"Motorola ROKR" เป็นภาพสะท้อนความคาดหวังอันเปิดเผยของ สตีฟ จ็อบส์ และผู้บริหารของค่ายแอปเปิลว่า หากคิดจะอยู่ยงและยาวนานในตลาดเพลงดิจิทัล จะต้องประคองกระแส iPod ให้อยู่ได้นาน ควบคู่ไปกับการทำให้ iTunes เป็นปลายทางของการดาวน์โหลดเพลงที่ทุกคนอยากเข้าถึง โดยทำให้ "Motorola ROKR" เป็นทั้งมือถือที่ติดตั้งระบบ iPod และสามารถดาวน์โหลดจาก iTunes ได้

ไม่หยุดนิ่ง เป็นลักษณะเฉพาะของแอปเปิล อยู่แล้ว เพียงแต่ทำอย่างไรให้ความไม่หยุดนิ่ง ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของพัฒนาการทางนวัตกรรมเพียงด้านเดียว

คำสารภาพของสตีฟ จ็อบส์ เมื่อถูกถามถึงสาเหตุแห่งความล้มเหลวในอดีต เขาบอกว่า มาจากการทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมมากเกินไป ซึ่งคำกล่าวของจ็อบส์ไม่ได้เกินจริง และแบบอย่างของความล้มเหลวเพราะนวัตกรรม ไม่ได้มีแค่แอปเปิล แต่ยังรวมถึงซีรอกซ์ โพลารอยด์ และอีกหลายค่าย

พลังแห่งการสร้างสรรค์ของมันสมองใน แอปเปิล ไม่ช่วยให้ผลประกอบการออกมาสวยงามถูกใจนักวิเคราะห์ ผู้ถือหุ้น และสื่อมวลชน นับจากก่อตั้งในช่วงทศวรรษ 1970 แอปเปิลมีการคิดค้นนวัตกรรมและจดสิทธิบัตร มากกว่า 1,300 สิทธิบัตร ซึ่งมากกว่าไมโครซอฟท์ถึงครึ่งหนึ่ง แต่น่าเสียดายว่า คู่แข่งของแอปเปิลกลับทำเงินได้มากกว่าถึง 140-150 เท่าตัว

จุดเปลี่ยนของแอปเปิลมาพร้อมกับ iTunes และ iPod ในช่วงปี 2546 ซึ่งยอดดาวน์โหลดเพลงที่สูงถึงกว่า 20 ล้านเพลง นับถึงสิ้นปี 2546 ซึ่งความแรงดังกล่าว ทำให้นิตยสารไทมส์ยกย่องว่า เป็นสุดยอดสิ่งประดิษฐ์แห่งปี หรือ Coolest Invention of 2003 เนื่องจากมองว่า นวัตกรรมทั้งสอง โดยเฉพาะ iTunes เป็นเสมือนการปฏิวัติครั้งหนึ่งในวงการเทคโนโลยี และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางรูปแบบขึ้นในตลาด

แต่ความสำเร็จทางนวัตกรรมและดีไซน์ของ iTunes และ iPod เมื่อปิดงบการเงินปี 2546 แอปเปิลรายงานว่า มีรายได้รวม 6.2 พันล้านดอลลาร์ แต่ 3 ใน 4 มาจากยอดขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

จนกระทั่งต่อมาแอปเปิลได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดมากยิ่งขึ้น เสียงตอบรับของผลิตภัณฑ์ทั้งสองเริ่มดีขึ้น ในปี 2548 แอปเปิลขาย iPod ไปแล้วเกือบ 10 ล้านเครื่อง เฉพาะไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว ทำยอดขายได้ถึง 5.3 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า ในช่วงเดียวกันของปี 2547 โดยมีผลกำไรสูงถึง 290 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 46 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และล่าสุดมีรายงานจากอังกฤษว่า iTunes ครองตลาดดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้น หากเดิมพันครั้งใหม่ของสตีฟ จ็อบส์ ถูกต้อง โดยที่ทั้ง iTunes phone และ iPod ของแอปเปิล สามารถครองความโดดเด่นต่อไปได้จริง บทเรียนในประวัติศาสตร์ของจ็อบส์และแอปเปิลก็ยากจะเดินซ้ำรอยตัวเอง

ในปีนี้บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ดาต้า คอร์ป คาดว่าจะมีการผลิตโทรศัพท์มือถือออกขายประมาณ 775 ล้านเครื่อง ดังนั้นหากโทรศัพท์มือถือพันธุ์ใหม่ของแอปเปิลสามารถครองส่วนแบ่งได้สัก 18% ของทั้งหมด ดังที่ผลสำรวจของ ไพเพอร์ เจฟเฟรย์ได้สรุปไว้ว่า แค่นี้ก็เกินพอสำหรับแอปเปิล เพราะเป้าหมายแท้จริงของการจับมือกับโมโตโรล่า เพื่อพัฒนา Motorola ROKR ออกมา ก็เนื่องจากโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่ทยอยเปิดตัวออกมา สามารถเป็นคู่แข่งที่คุกคาม iPod ได้ทุกเมื่อ เพราะนอกจากโทรศัพท์มือถือจะมีฟังก์ชันการทำงานมากกว่าแล้ว ยังมีฟังก์ชันในการดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ที่ให้บริการออนไลน์ได้ทั้งนั้น

การออก Motorola ROKR คือ ทางเลือกที่ดีที่สุดของแอปเปิล และนวัตกรรมยอดฮิตของบริษัท โดยเฉพาะหากมองจากการโยนไพ่ครั้งล่าสุดของไมโครซอฟท์ ที่เข้าไปจับมือกับออเร้นจ์ของอังกฤษเพื่อพัฒนามือถือใหม่รุ่น SPV C550 ออกมา โดยใช้วินโดวส์ มีเดีย เพลเยอร์เป็นซอฟต์แวร์หลักในการดาวน์โหลดเพลง

เพราะถึง สตีฟ จ็อบส์ จะชี้แจงระหว่างการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้งสองว่า iPod nano คือเดิมพันอนาคตที่สำคัญยิ่ง แต่ Motorola ROKR หรือ iTune phone กลับเป็นไพ่ใบสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจโมบายโฟนของแอป เปิลรักษาแชมป์ผู้นำตลาดไว้ในมือได้ต่อไป

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ (ฉบับวันที่ 12,15,19 กันยายน 2548)

แอปเปิ้ลเปิดเว็บไซต์รองรับการเปลี่ยนแปลงไปใช้ Intel

Thu, 2005-09-15 - 23:43

หลังจากที่แอปเปิ้ลได้ประกาศจะปรับเปลี่ยนไปใช้ processer Intel แทนของเดิมที่ใช้บริการ IBM โดยมีกำหนดเริ่มใช้งาน Intel ในปี 2006 ขณะนี้แอปเปิ้ลได้เปิดเว็บไซต์ให้ข้อมูลสำหรับนักพัฒนาในการเปลี่ยนไปใช้ processor Intel แล้ว (The Developer Transition Resource Center) แอปเปิ้ลแจ้งว่า "ในที่เดียวคุณสามารถหาข้อมูลและเครื่องมือในการสร้าง universal binaries สำหรับใช้กับชิพ PowerPC และ intel ใน Mac"

เอกสารข้อมูลและวิดีโอ Quicktime ในเว็บไซต์มีให้บริการอยู่ 4 หมวดด้วยกัน Universal Binaries, Xcode 2, Porting from CodeWarrior และ Optimization

The Developer Transition Resource Center

ขอบคุณ ข่าวจากMacWorld

iTunes phone จะเก็บเพลงได้ถึง 400 เพลงในปี 2006?

Tue, 2005-09-13 - 04:42

SanDisk ผู้ผลิตหน่วยความจำที่ใช้ใน iTunes phone, Motorola ROKR ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง Apple และ Motorola กล่าวว่าในปี 2006 จะสามารถทำหน่วยความจำขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 2GB

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา SanDisk ได้เปิดตัวหน่วยความจำ microSD ขนาดความจุ 512 MB ที่ใส่มาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ Motorola ROKR หรือ iTunes phone โดยความจุดังกล่าวสามารถบันทึกเพลงได้ประมาณ 120 เพลง

Music mobile มาแรง

"โทรศัพท์มือถือ ROKR เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมที่เปลี่ยนจากโทรศัพท์มือถือธรรมดาไปสู่อุปกรณ์เพื่อความบันเทิง" Nelson Chan รองประธานและผู้จัดการฝ่าย consumer และ handset ของ SanDisk กล่าว "เพลงเป็นส่ิงที่เหมาะสำหรับอุปกรณ์พกพาที่เป็นไปได้มากที่สุดในขนาดหน่วยความจำที่มีขนาดเล็กลง"

microSD Card นี้เป็นการร่วมมือทางเทคโนโลยี TransFlash ระหว่าง SanDisk และ Motorola โดย SanDisk เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า "หน่วยความจำ flash memory ที่เล็กที่สุดในโลก"

ในปี 2006 iTunes phone จะเป็น 2GB?

มีความเป็นไปได้ในอนาคตว่า บริษัทจะสามารถผลิด microSD card ขนาด 1GB ได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2005 และขนาด 2GB ในปี 2006

จะมีผลให้ในอนาคต iTunes phones สามารถรองรับปริมาณข้อมูลได้มากขึ้น และจะทำให้บันทึกเพลงได้มากขึ้นนั่นเอง

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld:UK

แอปเปิ้ลเปิดตัว iPod nano

Thu, 2005-09-08 - 05:48

เมื่อวันพุธ(8.ก.ย.)ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้ทำการเปิดตัว iPod รุ่นใหม่ iPod nano โดยจะออกมาแทนรุ่นก่อนหน้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอย่าง iPod mini โดย iPod nano มาพร้อมกับความจุ 2GB และ 4GB ราคา 199 และ 249 เหรียญตามลำดับ และยังมีให้เลือกถึงสองแบบคือสีดำและสีขาว

iPod nano มีน้ำหนักเพียง 1.5 ออนซ์ และหนาเท่ากับดินสอขนาดมาตรฐาน โดย CEO ของแอปเปิ้ล Steve Jobs ได้พูดไว้ว่า iPod nano ได้สร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ iPod mini โดยเฉพาะจอภาพสี แต่ยังคงใช้ Click Wheel ที่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนที่เคยใช้ iPod mini หรือคนที่สนใจ

ช่องสำหรับชาร์ตและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ นั้น iPod nano ได้ออกแบบมาให้เหมือนกับรุ่นของ iPod และ iPod mini ซึ่งสามารถใช้อุปกรณ์ต่อพวงกว่า 1,000 ชนิดได้อย่างไม่มีปัญหา และฟังก์ชั่น "Auto-Sync" จะทำให้ iPod nano สามารถอัพเดทเพลงใน library, podcast และ ภาพถ่าย จอภาพสีแสดงผลปกซีดี ภาพถ่าย และเล่นเกมที่มากับ iPod โดยแบตเตอรี่นั้นสามารถอยู่ได้นานถึง 14 ชม

ความสามารถอื่นใน iPod nano เช่น แสดงเวลา นาฬิกาจับเวลา ล๊อกหน้าจอ เป็นต้น ระบบปฏิบัติการที่ iPod nano สามารถทำงานได้ ต้องเป็น Mac OS X v10.3.4 ขึ้นไป iTunes 4.9 และยังรองรับผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ด้วย

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

Motorola ROKR โทรศัพท์มือถือ iTunes phone เครื่องแรก

Thu, 2005-09-08 - 05:45

Apple Motorola และ Cingular Wireless ได้เปิดตัว Motorola ROKR โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่มีโปรแกรมจัดการเพลง iTunes ของ Apple โทรศัพท์มือถือ Motorola รุ่นนี้ สามารถจุเพลงได้สูงถึง 100 เพลงโดยเชื่อมต่อผ่านทางสาย USB และโปรแกรม iTunes สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ เว็บไซต์ของ Cingular Wireless และจะเริ่มจัดจำหน่ายทั่วไปในวันพฤหัสนี้

Motorora ROKR มาพร้อมกับจอภาพสี ลำโพงแบบ sterio และชุดหูฟังและไมโครโฟน ROKR มีความสามารถพิเศษหยุดเล่นเพลงเมื่อมีสายเรียกเข้า

ในงานเปิดตัว Steve Jobs ได้กล่าวว่า "นี่คือ iPod shuffle ในโทรศัพท์มือถือ"

ROKR สามารถใช้งานได้กับทั้ง Macintosh และ PC คอมพิวเตอร์ เชื่อมต่อโดยใช้ USB โดยจะมองเห็นเครื่อง Motorola ROKR ผ่านทางโปรแกรม iTunes และยังสามารถตั้งค่าให้อัพเดทเพลงได้แบบอัตโนมัติได้ด้วย

Motorola ROKR ตั้งราคาไว้ที่ 249 เหรียญ และต้องมีสัญญากับทาง Cingular Wireless อีก 2 ปี โทรศัพทรุ่นนี้สามารถใช้กับระบบ Cingular โดยเฉพาะ

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

iTunes 5 หน้าตาดีขึ้น ความสามารถมากขึ้น

Thu, 2005-09-08 - 05:43

แอปเปิ้ลได้ทำการอัพเดทเวอร์ชั่นสำหรับโปรแกรม music jukebox ที่ได้รับความนิยมสูงทั้งใน Macintosh และ Windows

Steve Jobs CEO ของแอปเปิ้ลได้แนะนำ iTunes 5 ที่ San Francisco เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยในเวอร์ชั่นใหม่นี้หน้าตาของโปรแกรมเปลี่ยนไปในทางทีดีขึ้น มีช่อง Search ที่สามารถหาเพลงใน library หรือแม้แต่ใน iTunes Music Store, podcast และ audiobooks

ใน playlists เพิ่มสามารถจัดการเพลงแบบ "Smart Shuffle" คือกำหนดช่วงของการเล่นแบบสลับเพลงได้

ใน iTunes Music Store สามารถซื้อเพลงพร้อมเนื้อเพลงได้ด้วย แอปเปิ้ลยังกล่าวอีกว่าตอนนี้มีเพลงอยู่พร้อมให้ดาวน์โหลดมากวก่า 2 ล้านเพลง ซึ่งถือว่าเป็น Music Store ที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้

สำหรับผู้ที่ใช้ Windows สามารถอัพเดทปฏิทินและตารางนัดหมายระหว่าง PC กับ iPod ได้โดยผ่านทางโปรแกรม Microsoft&39;s Outlook หรือ Outlook Express

iTunes 5 พร้อมให้ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ของแอปเปิ้ล (apple.com) ระบบปฏิบัตการที่รองรับจะต้องเป็น Mac OS X v10.2.8 ขึ้นไป อย่างไรก็ตามควรจะเป็น Mac OS X v10.2.4 ดีที่สุด สำหรับ Windows ต้องเป็น 2000 หรือ XP และอัพเดท Service Pack ล่าสุด

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

Apple จัดทำอันดับเพลงฮิตทั่วโลก

Sat, 2005-09-03 - 02:43

Apple ได้เปิดตัว Top 10 เพลงฮิตแต่ละประเทศทั่วโลก(ที่ให้บริการ iTMS) ในที่เดียว

โดยได้จัดทำเว็บเพจจัดอันดับเพลงที่อ้างอิงกับการดาวโหลดใน iTunes 20 อันดับขึ้น (Top 10 เพลงฮิต/และ Top 10 อัลบัมฮิต)

โดยในชาร์ตนี้รวมได้รวมข้อมูลจาก iTunes Music Store ทั่วโลกดังนี้ สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น แคนาดา สวิสเซอแลนด์ อิตาลี ออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ค ฟินแลนด์ กรีซ ไอร์แลนด์ ลักแซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สเปน และสวีเดน

คลิกที่นี่เพื่อดู Ton 10 อันดับเพลง/และอัลบัมฮิต

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

iTunes phone ดึง Iggy Pop, Madonna เป็นพรีเซนเตอร์

Sat, 2005-09-03 - 02:41

โมโตโรล่าได้เซ็นสัญญากับ Madonna, Iggy Pop และอีกหลายศิลปินเพื่อเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาให้กับ iTunes phone

Brand Republic รายงานว่า "โมโตโรล่าได้มีการเซ็นสัญญากับศิลปินหลายราย เช่น Little Richard, Bootsy Collins, Lil&39; John, The White Stripes, Sleater-Kinney, Sum 41, Mya, Pussycat Dolls และ Billie Joe (นักร้องนำวง Green Day)"

"โฆษณาดังกล่างอาจจะปรากฎให้เห็นในช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นช่วงที่โทรศัพท์มือถือโมโตโรล่ารุ่นที่มีระบบเล่นเพลงเหมือน iPod เปิดตัว" แหล่งข่าวชี้แจง

และมีความชัดเจนมากขึ้นว่า โทรศัพท์รุ่นใหม่นี้มีชื่อเรียกว่า Motorola ROKR

เว็บไซต์ The Mobile Gazette ได้ทำการเปิดเผยภาพโทรศัพท์มือถือที่ยืนยันว่าได้มาจากเอกสารประชาสัมพันธ์ของ Motorola รัสเซีย (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่)

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

แอปเปิลเตรียมแถลงข่าว การวางจำหน่าย ไอจูนส์มิวสิคโฟน สัปดาห์หน้า

Wed, 2005-08-31 - 17:56

หลังจากการเลื่อนกำหนดการออกโทรศัพท์มือถือสำหรับบริการไอจูนส์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างแอปเปิลและโมโตโรลา ล่าสุดแอปเปิลออกมาเปิดเผยว่าจะมีการเปิดตัวเพื่อจำหน่ายจริงในสหรัฐฯราวสัปดาห์หน้า โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าจะเป็นการเปิดตัวผ่านบริการเครือข่ายของบริษัทซิงกูลาไวร์เลส

ตามข้อมูลก่อนหน้านี้ ไอจูนส์มิวสิคโฟนจะเป็นโทรศัพท์มือถือของโมโตโรล่า (Motorola Inc.) ที่มาพร้อมซอฟต์แวร์ดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ไอจูนส์ (iTunes) ของแอปเปิล (Apple Computer Inc.) เพื่อเข้าไปดาวน์โหลดเพลงจากเว็บไซต์ขายเพลงออนไลน์ไอจูนส์

โรเจอร์ เอ็ทเนอร์ (Roger Entner) นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย Ovum เป็นผู้กล่าวว่าไอจูนส์มิวสิคโฟนจะถูกเปิดตัวผ่านบริการเครือข่ายของบริษัทซิงกูลาไวร์เลส (Cingular Wireless) ตามการรายงานของสำนักข่าวเอพี

แต่เมื่อสอบถามไปยังแอปเปิล ซิงกูล่า และโมโตโรล่า ต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ โดยทั้งสามกล่าวเพียงว่าอาจจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ในงานประชุมอุตสาหกรรมที่จะจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ ช่วงสัปดาห์หน้า โดยแอปเปิลระบุว่าจะมีการจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 กันยายน ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าไอจูนส์มิวสิคโฟนจะสามารถดาวน์โหลดเพลงจากเว็บไซต์ไอจูนส์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้โดยตรง หรือจะต้องดาวน์โหลดลงเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนจะถ่ายโอนข้อมูลเพลงมาเก็บลงโทรศัพท์ เช่นเดียวกับไอพ็อด (iPod) เครื่องเล่นเพลงจากไอจูนส์พกพาเจ้าตำหรับยอดฮิตจากแอปเปิล

นี่ถือเป็นการปรับตัวเพื่อรับกับความเคลื่อนไหวที่กลุ่มผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือต่างสร้างสรรค์โทรศัพท์มือถือที่สามารถเล่นไฟล์ MP3 ได้ไม่ต่างจากไอพ็อด ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าไอจูนส์มิวสิคโฟนอาจจะส่งผลลบต่อยอดขายไอพ็อดได้

แต่เดิมนั้น โมโตโรล่าวางแผนเปิดตัวไอจูนส์มิวสิคโฟนไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็กลับเงียบหายไปโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ครั้งนั้นหลายกระแสมองว่าโมโตโรล่าได้รับใบสั่งสายฟ้าแลบจากแอปเปิลเนื่องจากกระบวนการรักษาความลับ ขณะที่อีกหลายเสียงมองว่าอาจเกิดปัญหาที่โอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการดาวน์โหลดเพลงลงเครื่องโทรศัพท์

"ทั้งสามบริษัทจะได้ประโยชน์" เอ็ทเนอร์กล่าว "แอปเปิลจะได้เข้าสู่ตลาดไร้สาย โมโตโรล่าจะสามารถสร้างแบรนด์และดึงความสนใจจากกลุ่มตลาดมาได้ ขณะที่ซิงกูล่าจะสามารถสวมบทบาทพันธมิตรบริษัทผู้ให้บริการเพลงที่เข้มแข็งได้"

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

Apple ยังคงใช้ PowerPC จนถึงปี 2008

Wed, 2005-08-31 - 17:55

แอปเปิลคอมพิวเตอร์ยังคงสั่งชิป PowerPC เพิ่มถึงปี 2008 ทั้งที่มีแผนเปลี่ยนไปใช้ชิปจากอินเทล ทำให้เชื่อได้ว่า กระบวนการปรับเปลี่ยนจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 3 ปี

สำนักข่าวซีเอ็มพี (CMP) รายงานเมื่อวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2005 ว่า บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) ตกลงเซ็นสัญญากับบริษัทฟรีสเกลเซมิคอนดักเตอร์ (Freescale Semiconductor) เพื่อสั่งซื้อโปรเซสเซอร์ PowerPC เพิ่มไปจนถึงปี 2008

อย่างไรก็ตาม แอปเปิลฯจะใช้ชิป PowerPC เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น ไม่เกี่ยวพันถึงผลิตภัณฑ์ที่จะออกมาในอนาคต

แอปเปิลฯประกาศเมื่อเดือนมิถุนายน 2005 ที่ผ่านมาว่า แอปเปิลฯจะเริ่มใช้ชิปจากบริษัทอินเทล (Intel) ในเครื่องแมคอินทอชแทนชิป PowerPC ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป และจะครบในทุกสายผลิตภัณฑ์ภายในปี 2007

การเซ็นสัญญากับฟรีสเกลฯแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในแผนของแอปเปิลฯ คือจากเดิมที่บอกว่าจะสิ้นสุดในปี 2007 ก็ขยายเพิ่มออกไปอีก 1 ปีเป็นปี 2008 นัยหนึ่งคือมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นในกระบวนการปรับเปลี่ยน และไม่ง่าย

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

แอปเปิ้ลแย้มไต๋ เปิดตัวไอพ็อดชัฟเฟิลใหม่กันยานี้

Wed, 2005-08-31 - 17:53

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์เตรียมยกขบวนผลิตภัณฑ์ใหม่ลงตลาด 7 กันยายนนี้ แย้มไต๋อาจได้เห็นไอพ็อดชัฟเฟิลเวอร์ชันอัปเดตใหม่ให้มีความจุมากกว่าเดิม

ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ เมื่อแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทหนึ่งที่เก็บความลับของผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างเหนียวแน่นจะยอมเผยความลับเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท โดยได้ประกาศว่าบริษัทมีแผนจะเพิ่มความจุให้กับไอพ็อดชัฟเฟิล จากเดิมเป็น 4 กิกะไบต์ ทำให้สามารถจุเพลงได้มากกว่า 1,000 เพลงเลยทีเดียว และหน่วยความจำชนิดที่ใช้ยังคงเป็น แฟลชเมมโมรี่ ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์แต่อย่างใด

บริษัทมีแผนจะจัดงานแถลงข่าวขึ้นในวันที่ 7 กันยายน เวลา 10.00 น. และเชื่อว่าภายในงานจะมีข้อมูลอื่น ๆ สำหรับสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้สื่อข่าวด้วย

ทิม บาจาริน นักวิเคราะห์จากบริษัทครีเอทีฟสแตรทเตจีส์ (Creative Strategies) กล่าวว่า "เพราะสตีฟ จ็อบส์คือคนที่ชอบสร้างเซอร์ไพรส์ เขาอาจจะเปิดเผยข้อมูลเด่น ๆ ให้เราทราบในงานเพิ่มเติมอีกก็ได้"

แอปเปิ้ลเปิดตัวเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบพกพาพร้อมฮาร์ดดิสก์ระดับกิกะไบต์เป็นครั้งแรกในปี 2001 ปัจจุบัน แอปเปิ้ลเลือกที่จะพัฒนาชัฟเฟิลที่ใช้หน่วยความจำแบบแฟลชในการเก็บข้อมูลแทน

นอกจากนั้น รายงานข่าวจากรอยเตอร์ยังได้ระบุว่า แอปเปิ้ลมีแผนจะซื้อหุ้นของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตหน่วยความจำแบบแฟลชยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ด้วย ซึ่งซัมซุงถือว่าเป็นผู้ผลิตที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกในอุตสาหกรรมดังกล่าวเลยทีเดียว

ปัจจุบัน ไอพ็อดมีทั้งสิ้นสามสายผลิตภัณฑ์ได้แก่ ไอพ็อดรุ่นต้นฉบับพร้อมหน่วยความจำ 60 กิกะไบต์ ไอพ็อดมินิ (4-6 กิกะไบต์) และไอพ็อดชัฟเฟิล โดยในไตรมาสที่ผ่านมาแอปเปิ้ลขายไอพ็อดได้แล้ว 6.2 ล้านเครื่อง

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

Apple อัพเดทโปรแกรม Safari ทั้ง Panther และ Tiger

Tue, 2005-08-30 - 12:24

Apple ได้ปล่อยตัวอัพเดทสำหรับ โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ Safari โดยสามารถอัพเดทได้ทั้ง Mac OS X v10.3 "Panther" และ Mac OS X v10.4 "Tiger" โดยผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดได้ทางระบบ Software Update หรือว่าจะดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของ Apple ก็ได้ (ดังนี้ Safari Update 1.3.1 (for Panther) และ Safari Update 2.0.1 (for Tiger))

โดยเป็นการปรับปรุงการแสดงผล เสถียรภาพในการทำงาน รองรับการทำงานของ 3rd party web applications

สำหรับคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำการอัพเดทได้จะต้องเป็น Mac OS X v10.4.2 และ Mac OS X v10.3.9 เท่านั้น โดยไฟล์อัพเดทมีขนาดเพียง 4.5 MB และ 3.8 MB สำหรับ Tiger และ Panther ตามลำดับ

ขอบคุณ ข่าวจากMacWorld

CNN ทดลองใช้ iChat AV

Thu, 2005-08-18 - 14:54

CNN ได้มีการทดลองใช้ iChat AV* ในการสัมภาษณ์ผู้ร่วมรายการ

โดยในรายการดังกล่าว มีความตั้งใจที่จะรวมรูปแบบรายการแบบเก่าเข้ากับ เทคโนโลยีออนไลน์สมัยใหม่ เช่นใช้ iChat AV

CNN กล่าวว่า "เป็นการพบกันทั้งหมดระหว่าง ผู้ดำเนินรายการ, นักข่าว และแขกรับเชิญ อย่างรวดเร็ว เป็นการทำงานแบบเดิมร่วมกับแนวคิดใหม่ ทำให้ผู้ชมได้เห็นเหตุการณ์และสถานที่ได้อย่างดียิ่งขึ้น"

โดยในการใช้งานครั้งแรก ได้สัมภาษณ์ Joichi Ito ในเรื่องเกี่ยวกับข้อเขียนในบล๊อกของเขานั่นเอง

Ito ได้กล่าวถึงการใช้งานเทคโนโลยีสมัยใหม่ ว่า "ในเทคโนโลยีอินเตอร์เนตที่ราคาถูก ก็สามารถใช้ติดต่อกับผู้คนทั่วโลก ด้วยเวลาอันสั้น"

อธิบายเพิ่มเติม: iChat AV = โปรแกรมสนทนาสด โดยสามารถต่อกล้องวิดีโอเพื่อสนทนาแบบเห็นหน้าได้ด้วย

อ้างอิง: CNN commits iChat AV experiment

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

ไอจูนส์เจ๋งจริง ขายเพลงในญี่ปุ่น 4 วันทะลุล้านเพลง

Thu, 2005-08-11 - 16:53

บริการดาวน์โหลดเพลง "ไอจูนส์" จากค่ายแอปเปิลไปได้สวยในญี่ปุ่น เพียง 4 วันหลังจากเปิดตัว ยอดขายทะลุหลักล้านเพลงแล้ว

ไอจูนส์มิวสิกสโตร์ ร้านขายเพลงออนไลน์สัญชาติแอปเปิลสร้างกระแสในญี่ปุ่นได้กระฉูดเกินคาด จำหน่ายเพลงผ่านระบบออนไลน์แล้วกว่า 1 ล้านเพลง ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวเว็บขายเพลงออนไลน์มา

เอ็ดดี้ คิว รองประธานบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ฝ่ายแอปพลิเคชันกล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีมากกับผลตอบรับ และถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่"

แอปเปิลเปิดตัวเว็บไซต์ไอจูนส์ในญี่ปุ่นเมื่อวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ที่ผ่านมา และ ณ ปัจจุบันนี้เว็บไซต์ดังกล่าวทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับหนึ่งของร้านค้าเพลงออนไลน์ในญี่ปุ่นไปแล้ว ซึ่งคิวกล่าวว่า ทางบริษัทมีแผนจะหาเพลงจากค่ายญี่ปุ่นมาเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เข้าชมเว็บ จากปัจจุบันที่มีเพลงจากบริษัทผู้ผลิตของญี่ปุ่นอยู่เพียง 15 ค่ายเพลงเท่านั้น

อย่างไรก็ดี แอปเปิลไม่ได้มีการเจรจากับโซนี่มิวสิกเพื่อขอนำเพลงของโซนี่มาขายบนเว็บของแอปเปิลแต่อย่างใด โดยคิวกล่าวแต่เพียงว่า ไอจูนส์หวังว่าโซนี่จะได้มาร่วมจอยกับทางเว็บในอีกไม่ช้า

โซนี่และแอปเปิลกลายเป็นสองคู่ฟัดหลักที่แข่งขันกันอย่างหนักในวงการขายเพลงออนไลน์ โดยก่อนหน้านี้โซนี่เน้นไปที่การขายเครื่องเล่นซีดีและมินิดิสก์เป็นหลัก แต่เมื่อยุคของเอ็มพีสามเฟื่องฟู โซนี่กลับไม่สามารถช่วงชิงตลาดเอาไว้ได้ และตกเป็นรองแอปเปิล-ไอพ็อดไปในที่สุด ดังจะเห็นได้จากกระแสความนิยมของไอจูนส์นั้นสูงกว่าเว็บไซต์ขายเพลงของโซนี่ ซึ่งปัจจุบันขายได้ประมาณเดือนละ 450,000 เพลงเท่านั้น อย่างไรก็ดีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายอาจมาจากราคาด้วย เนื่องจากแอปเปิลเลือกใช้กลยุทธ์ตัดราคาขายเพลงถูกกว่าทางโซนี่

แต่สำหรับผู้บริโภคของไอจูนส์ในภูมิภาคอื่นนั้น คิวกล่าวว่า แอปเปิลไม่มีนโยบายลดราคาให้แต่อย่างใด

ปัจจุบัน ตลาดขายเพลงออนไลน์แบบถูกกฎหมายในสหรัฐอเมริกาตกเป็นของไอจูนส์ถึง 82 เปอร์เซ็นต์ และแอปเปิลก็สามารถจำหน่ายเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดได้กว่า 21.8 ล้านเครื่องทั่วโลก โดยเว็บไซต์ดังกล่าวได้เปิดให้บริการใน 20 ประเทศทั่วโลก และครองส่วนแบ่งตลาดเพลงออนไลน์สากลแล้วถึง 85 เปอร์เซ็นต์

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

Apple เปิดตัวเมาส์ใหม่ Mighty Mouse

Thu, 2005-08-04 - 15:47

แอปเปิ้ลเปิดตัวเมาส์ชนิดใหม่สำหรับเครื่องแมคอินทอชแล้ว หลังจากพัฒนาส่วนอื่น ๆ ของแมคมาเป็นเวลานาน โดยเมาส์ชนิดใหม่มาพร้อมกับสกรอลบอลตัวเล็กจิ๋ว และเซนเซอร์จำนวน 4 ตัว เชื่อว่าสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้น

สำหรับชื่ออย่างเป็นทางการของเมาส์รุ่นใหม่นี้ แอปเปิ้ลระบุว่าให้ใช้ชื่อไมต์ตี้เมาส์ ซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยเป็นชื่อของตัวการ์ตูนยอดนิยมในยุค 1942

ความแตกต่างของเมาส์รุ่นแรกกับรุ่นใหม่ของแอปเปิ้ลคือ จากเดิมที่เมาส์แอปเปิ้ลจะมีปุ่มเพียงปุ่มเดียว แต่ว่าในรุ่นใหม่นี้มีเพิ่มขึ้นมากมาย โดยมีปุ่มด้านข้าง ซ้ายและขวา เมื่อบีบพร้อมกันจะเปิดโปรแกรม Dashboard ขึ้นได้ ขณะที่ส่วนของการคลิกจะอยู่ที่จุดเดิมคือที่ส่วนหัวของเมาส์

นอกจากนั้น มันยังพิเศษมากขึ้น เมาส์ทั่วไปจะสามารถเลื่อนหน้าจอได้เพียงขึ้นลงซ้ายขวาเท่านั้น แต่กับไมต์ตี้เมาส์ตัวนี้ มีจุดเด่นคือการที่มันสามารถเคลื่อนไหวได้ 360 องศา ซึ่งทำให้ผู้ใช้เคลื่อนเมาส์ไปยังจุดต่าง ๆ ของหน้าจอได้โดยไม่ต้องยกมือขึ้นจากโต๊ะเลยทีเดียว

นอกจากนั้น ไมตี้เมาส์รุ่นนี้ยังเป็นรุ่นที่ได้รับการออกแบบพิเศษให้ทำงานกับระบบปฏิบัติการแมค เวอร์ชัน 10 โค้ดเนม ไทเกอร์ด้วย ซึ่งผู้ใช้ระบบปฏิบัติการดังกล่าวจะสามารถตั้งโปรแกรมการทำงานของเมาส์รุ่นนี้ได้อีกด้วย

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

ข้อมูลเพิ่มเติม: เมาท์รุ่นใหม่นี้สามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ PC ได้ด้วยเช่นกัน แต่ต้องเป็น Windows 2000 หรือ Windows XP

แอปเปิลลั่นกลองรบ ส่งไอจูนส์ลุยญี่ปุ่น

Thu, 2005-08-04 - 15:33

ล่าสุดแอปเปิลประกาศเปิดบริการไอจูนส์ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ท่ามกลางการจับตาดูความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

แอปเปิลคอมพิวเตอร์เปิดศึกเพลงออนไลน์อีกครั้งด้วยการเปิดร้านขายเพลงออนไลน์ "ไอจูนส์มิวสิคสโตร์" สาขาใหม่ ถือโอกาสใช้ตำแหน่งเบอร์หนึ่งกรุยทางในตลาดเพลงออนไลน์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอย่างประเทศญี่ปุ่น งานนี้มีหวังเกิดศึกชนช้างระหว่างแอปเปิลกับเจ้าถิ่น

สองปีที่ผ่านมา แอปเปิลเติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดไอจูนส์มิวสิคสโตร์ (iTunes) แห่งแรกในสหรัฐฯ มีการขยายบริการของไอจูนส์จนครอบคลุมทั้งหมด 19 ประเทศ ให้บริการดาวน์โหลดเพลงลิขสิทธิ์ทั่วโลกกว่า 1 ล้านเพลง สถิติยอดจำหน่ายเพลงรวมขณะนี้อยู่ที่มากกว่า 650 ล้านครั้ง

สถิติจำหน่ายเพลงเมื่อเดือนที่ผ่านมาจากไอจูนส์ทั่วโลกอยู่ที่ 20 ล้านครั้ง

ตัวแทนของแอปเปิลเปิดเผยว่าค่าบริการของไอจูนส์ประเทศญี่ปุ่นจะแบ่งเป็น 2 ราคา หนึ่งคือ 150 เยน (ประมาณ 56 บาท) สำหรับเพลงส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด สองคือ 200 เยน (ราว 74 บาท) สำหรับเพลงอีก 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ถือเป็นการตัดราคากับเจ้าถิ่นตลาดเพลงปลาดิบอย่างโซนี่ ที่ส่งบริการเพลงออนไลน์ชื่อว่า Mora ซึ่งมีอัตราค่าบริการอยู่ที่ 210 เยน (ราว 78 บาท) ต่อการดาวน์โหลดหนึ่งครั้ง

อัตราค่าบริการดาวน์โหลดเพลงสำหรับบันทึกในเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีและโทรศัพท์มือถือของญี่ปุ่นเฉลี่ยอยู่ที่ราว 200 เยน

แอปเปิลระบุว่าได้รับความร่วมมือด้านคอนเทนท์จากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นกว่า 15 แห่งโดยเฉพาะกลุ่มบริษัท Avex Group Holdings Inc. ซึ่งจะทำให้ไอจูนส์ญี่ปุ่นมีเพลงสำหรับการดาวน์โหลดมากกว่า 1 ล้านเพลง

แอปเปิลนั้นประกาศอยู่ตลอดเวลาว่าไอจูนส์ไม่ได้เป็นตัวสร้างรายได้ให้กับแอปเปิลอย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่อย่างน้อยไอจูนส์สามารถเป็นแรงผลักดันยอดขายของไอพ็อด (iPod) เครื่องเล่นเพลง MP3 ยอดฮิตของแอปเปิลได้ ซึ่งความรุ่งเรืองของกระแสนิยมไอพ็อด ทำให้บริษัทวิจัยตลาดอย่าง In-Stat คาดการณ์ไว้ว่ายอดจำหน่ายของไอพ็อดจะสามารถเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่าตัว แตะระดับ 104 ล้านเครื่องได้ในปี 2009 ที่จะถึงนี้

นักวิเคราะห์นั้นมองว่าการเข้ามาเปิดตลาดเพลงออนไลน์ในประเทศญี่ปุ่นจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลายเสียงมองว่าการที่วอล์แมน (Walkman) ของโซนี่และเครื่องเล่นเพลงจากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นสามารถครองความนิยมติดต่อกันอย่างต่อเนื่องทั้งตลาดในและนอกประเทศญี่ปุ่น เป็นผลมาจากการไร้คู่แข่งในตลาด กระทั่งการปรากฏตัวของไอพ็อด ซึ่งสามารถสร้างสถิติใหม่เป็นผู้นำในตลาดโลกได้อย่างสง่างาม

หลายรายฟังธงว่าการไม่มีบริการเพลงออนไลน์ไอจูนส์สำหรับประเทศญี่ปุ่น เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โซนี่สามารถรักษาตำหน่งที่หนึ่งในตลาดเพลงออนไลน์ของญี่ปุ่นได้ โดยการสำรวจตลาดของญี่ปุ่นช่วงเดือนที่ผ่านมาพบว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่น MP3 แบบแฟลชเมมโมรี่จากโซนี่สามารถโกยยอดขายได้มากกว่าไอพ็อดชัฟเฟิล (iPod Shuffle)

"เราตื่นเต้นมากกับผลของการเกิดไอจูนส์ญี่ปุ่น" สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของแอปเปิลกล่าวเนื่องในโอกาสเปิดบริการไอจูนส์ที่กรุงโตเกียว "ดูเหมือนว่าอนาคตของไอพ็อดในญี่ปุ่นจะสดใสมากเป็นพิเศษ"

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

HP จะเลิกขาย iPod

Sat, 2005-07-30 - 16:42

HP จะเลิกขายผลิตภัณฑ์ iPod ของบริษัทแอปเปิ้ลตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ แต่ยังคงติดตั้ง iTunes ลงในเครื่อง PC ทั้งแบบตั้งโต๊ะและพกพาต่อไป

แอปเปิ้ลกล่าวว่า "HP ได้ตัดสินใจที่จะเลิกขายสินค้า iPod ในหมวด digital entertainment" โดยนับตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไปจะไม่มี iPod จาก HP

แอปเปิ้ลกับ HP ได้ตัดสินใจร่วมเป็นคู่ค้าครั้งแรกเมื่อ เดือน มกราคม 2004 โดยผลิตภัณฑ์ในตอนนั้นเริ่มจาก iPod 4G "Click Wheel" ต่อมาในช่วงฤดูร้อนปีเดียวกัน HP ได้เพิ่มหมวดสินค้าโดยได้นำ iPod mini ไปขายรวมทั้ง iPod shuffle ด้วย แต่ในเดือนกันยายนนี้ HP จะยุติการจำหน่าย iPod อย่างแน่นอน

ขอบคุณ ข่าวจาก Macworld & Playlist

ข้อมูลเพิ่มเติม ... HP to stop selling iPods

ระวังภัย iTunes-RealPlayer เป้าหมายภัยออนไลน์นอกจากวินโดวส์

Sat, 2005-07-30 - 10:43

การสำรวจเรื่องการรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์พบว่ามีภัยออนไลน์รูปแบบใหม่เพิ่มขึ้นถึง 400 รูปแบบในไตรมาสสองของปี 2005 (เมษายน-มิถุนายน 2005) ซึ่งใน 400 รูปแบบนี้เป็นการมุ่งใช้จุดอ่อนในโปรแกรมยอดนิยมอย่างเช่นไอจูนส์ของแอปเปิล และเรียลเพลเยอร์ของเรียลเน็ตเวิร์ก เป็นช่องทางในการโจมตีจำนวนมาก เป็นสัญญาณบอกว่าไม่ใช่เพียงไออีอย่างเดียวที่มีความเสี่ยงสูงอีกต่อไป

การสำรวจภัยออนไลน์ในไตรมาสสองนี้ดำเนินการโดยสถาบัน SANS ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ซีเคียวริตี้ในสหรัฐฯ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ผลการสำรวจชี้ให้เห็นตัวเลขภัยออนไลน์ระดับร้ายแรงรูปแบบใหม่กว่า 422 รายการ เพิ่มขึ้น 10.8 เปอร์เซ็นต์จากการสำรวจในไตรมาสที่แล้ว ขยายตัวจากไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมากว่า 20 เปอร์เซ็นต์

"จุดอ่อนที่อาจเกิดอันตรายร้ายแรงและการแพร่หลายของซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันจะถูกใช้เป็นช่องทางโจมตี ทั้งในบ้านเรือนและสำนักงาน" อลัน พอลเลอร์ (Alan Paller) ผู้อำนวยการงานวิจัยของสถาบัน SANS กล่าว

พอลเลอร์กล่าวว่าจะเริ่มมีการประชาสัมพันธ์เพื่อเตือนภัยชาวอเมริกันให้ระมัดระวังการใช้งานโปรแกรมยอดนิยมทั้งหลาย

"เรากำลังเผยแพร่รายชื่อแอปพลิเคชันความเสี่ยงสูงแก่องค์กรไอทีและชาวอเมริกันทั่วไป ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่ทราบถึงจุดอ่อนหรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และวางใจว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของพวกเขานั้นได้รับการป้องกันภัยอย่างดีแล้ว"

สาเหตุหลักของเรื่องนี้คือผลการสำรวจที่ชี้ว่าภัยออนไลน์นั้นไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows) ของไมโครซอฟท์อีกต่อไป แต่ขยายมายังกลุ่มแอปพลิเคชันยอดฮิตค่ายอื่นแล้วเรียบร้อย โดยเฉพาะแอปพลิเคชันสำหรับใช้กับไฟล์เพลง

การสำรวจระบุว่ากลุ่มผู้ใช้ตามบ้านจะมีความเสี่ยงสูงจากจุดอ่อนในซอฟต์แวร์อย่างไอจูนส์ (iTunes) และเรียลเพลเยอร์ (RealPlayer) เพิ่มจากโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ของไมโครซอฟท์ที่มีความเสี่ยงสูงตลอดกาลอย่าง Internet Explorer

การสำรวจครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นถึงการที่กลุ่มผู้ร้ายออนไลน์เริ่มหันไปหาโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์โอเพนซอร์สน้องใหม่ดาวรุ่งอย่างไฟร์ฟ็อกซ์ (Firefox) ฝีมือการผลิตของมอซิล่า (Mozilla Foundation) มากขึ้น

"สถิติจำนวนจุดอ่อนของแอปพลิเคชันโดยรวมในไตรมาสที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 11 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นเหตุผลที่เราต้องออกมาชี้แจงระวังภัยกับกลุ่มผู้ใช้ในไตรมาสนี้" เจอร์ฮาร์ด เอสเชลเบค (Gerhard Eschelbeck) ตัวแทนจากบริษัท Qualys หนึ่งในภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการสำรวจครั้งนี้

"ด้วยข้อมูลที่ทันเหตุการณ์ ผู้ที่ดำเนินธุรกิจการรักษาความปลอดภัยจะสามารถชี้จุดอ่อนที่อาจเกิดความเสี่ยงได้ในทันที"

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

Apple ขยับ 2 อันดับ แบรนด์ชั้นนำระดับโลก

Sun, 2005-07-24 - 21:01

Apple ขยับขึ้น 2 อันดับในการจัดอันดับ &39;Top 100 Global Brands&39; ที่จัดโดย Business Week/Interbrand

ล่าสุด Apple ถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับที่ 41 และเป็นแบรนด์ที่มีการขยับขึ้นตลอดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยการจัดโดย Business Week และ Interbrand

"Apple มีมูลค่าของแบรนด์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 16% และเคยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 24% ในการจัดอันดับเมื่อปีที่แล้ว โดยมาจากการที่ Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ราคาประหยัด (iPod shuffle และ Mac mini) และความสำเร็จของ iTunes" Interbrand กล่าว

โดยอันดับหนึ่งของแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดคือ Coca-Cola ซึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนมูลค่าไม่เปลี่ยนแปลง แต่อันดับ 2 และ 3 อย่าง Microsoft และ IBM มีมูลค่าลดลงอยู่ -2% และ -1% ตามลำดับ และหากมองไปถึงอันดับ 5 อย่าง Intel กลับมีมูลค่าของแบรนด์ เพิ่มขึ้นถึง 6% เลยทีเดียว

ส่วนแบรนด์ที่มีมูลค่าลงลงอย่างมากได้แก่ Sony, Morgan Stanley และ Volkswagen ลดลง -16%, -15% และ -12% ตามลำดับ

ดาวน์โหลด Business Week/Interbrand "Top 100 Global Brands" ในรูปแบบ PDF ไฟล์

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

อ้างอิง ... Apple brand is global leader BusinessWeek Online: Top 100 Global Brand

.Mac เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่มากขึ้น

Thu, 2005-07-21 - 14:28

สำหรับผู้ที่สมัครใช้งาน .Mac ในปัจจุบันในการโอนถ่ายข้อมูลเข้าสู่ .Mac ต่อเดือนนั้น จำกัดอยู่ที่ 3GB ต่อเดือน และถ้าหากต้องการใช้งานมากขึ้นก็ต้องชำระเงินเพิ่มเติม

ในการใช้งาน .Mac นั้นมีบริการพื้นที่เก็บข้อมูลจำนวนทั้งสิ้น 250MB (รวมพื้นอีเมล์และ iDisk) แต่ถ้าหากต้องการใช้งานมากขึ้น ก็สามารถทำการเพิ่มจำนวนพื้นที่เก็บข้อมูลได้ถึง 1024MB และขยายการโอนถ่ายข้อมูลเพิ่มเป็น 10GB ต่อเดือน ในราคา 49.95 เหรียญต่อปี (จากปกติปีละ 99.95 เหรียญ)

.Mac ได้เพิ่มบริการพิเศษนี้ให้กับผู้ที่ต้องการเก็บข้อมูลจำนวนมากใน iDisk โดยอาจจะใช้เป็นที่เก็บภาพยนตร์ รูปถ่าย เพลง เว็บไซต์ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ โดย iDisk นั้นยังคงจะใช้พื้นที่รวมกับอีเมล์ .Mac ด้วย

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo News!

รายงานระบุ แอปเปิลสนขายมิวสิควีดีโอออนไลน์ คาด “ไอพ็อดเล่นไฟล์วีดีโอ” เกิด

Wed, 2005-07-20 - 10:46

รายงานข่าวในหนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นอลรายงานถึงความเป็นไปได้ของการเกิดไอพ็อดเวอร์ชันใหม่ที่สามารถเล่นไฟล์วีดีโอได้ ว่าขณะนี้แอปเปิลกำลังเปิดเจรจาหาพันธมิตรเพื่อนำไปสู่บริการจำหน่ายมิวสิควีดีโอเพลงออนไลน์ แถมยังระบุว่าแอปเปิลวางกำหนดการส่งไอพ็อดเวอร์ชันใหม่ออกมาในเดือนกันยายนนี้

วอลสตรีทเจอร์นอล (Wall Street Journal) รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของแอปเปิล (Apple) ว่าขณะนี้แอปเปิลกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทค่ายเพลงรายหลักๆในอุตสาหกรรมหลายแห่ง เกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องลิขสิทธิ์มิวสิควีดีโอหรือภาพยนตร์ประกอบเพลงหากแอปเปิลจะเปิดวางจำหน่ายในไอจูนส์ มิวสิคสโตร์ (iTunes Music Store) เพิ่มเติมจากการจำหน่ายเพลงสำหรับการดาวน์โหลดลงในไอพ็อด (iPod) เครื่องเล่นเพลง MP3 ยอดฮิตของค่าย

วอลสตรีทเจอร์นอลนั้นอ้างว่าได้ข้อมูลมาจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงที่แอปเปิลกำลังเดินหน้าเจรจาอยู่ ซึ่งหากการเจรจาเป็นผลสำเร็จ แน่นอนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือไอพ็อดเวอร์ชันใหม่ที่สามารถเล่นไฟล์วีดีโอได้

รายงานยังระบุอีกด้วยว่า แอปเปิลให้คำมั่นกับผู้บริหารบริษัทค่ายเพลงบางรายว่าจะสามารถส่งไอพ็อดเวอร์ชันใหม่ออกสู่ตลาดได้ในเดือนกันยายนนี้

คาดว่าบริการดาวน์โหลดมิวสิควีดีโอของไอจูนส์จะอยู่ที่ 1.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 80 บาท) หรือประมาณ 2 เท่าของราคาจำหน่ายเพลงตามปกติ ตามการรายงานของวอลสตรีทเจอร์นอล ซึ่งมีการระบุว่าแอปเปิลนั้นต้องการแปรความสำเร็จในร้านขายเพลงดิจิตอลของตัวเองไปเป็นร้านแฟรนไชส์เอนเตอร์เทนเมนท์ขนาดใหญ่ ที่อาจจะช่วยลดการละเมิดลิขสิทธิ์คอนเทนท์มัลติมีเดียที่มักถูกลักลอบดาวน์โหลดแบบผิดกฎหมาย เช่นภาพยนตร์หรือรายการทีวี อย่างที่วงการเพลงกำลังได้รับผลพลอยได้จากแอปเปิลอยู่ในขณะนี้

สำหรับความเคลื่อนไหวเรื่องธุรกิจจำหน่ายมิวสิควีดีโอออนไลน์ของแอปเปิล แอปเปิลนั้นเริ่มอัดโปรโมชันแถมสิทธิ์ดาวน์โหลดมิวสิควีดีโอฟรี 1 เรื่องต่อการซื้อเพลงหนึ่งอัลบัมแล้ว ความร่วมมือจากโปรโมชันที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการจับมือเป็นพันธมิตรของแอปเปิลกับ 4 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่างวอร์เนอร์มิวสิค (Warner Music Group), อีเอ็มไอ (EMI), ยูนิเวอร์แซลมิวสิค (Universal Music Group) และโซนี บีเอ็มจี (Sony BMG) เพื่อให้ลิขสิทธิ์ถูกต้องแก่บริการดาวน์โหลดมิวสิควีดีโอบนไอจูนส์

รายงานของวอลสตรีทเจอร์นอลให้ข้อสังเกตว่า หากแอปเปิลสามารถตั้งบริการจำหน่ายมิวสิควีดีโอได้จริง มีความเป็นไปได้สูงมากที่แอปเปิลจะออกฮาร์ดแวร์สำหรับเล่นมัลติมีเดียแบบพกพาออกมาตีตลาด สาเหตุเพราะนักวิเคราะห์นั้นมองว่า ที่ผ่านมาบริการไอจูนส์สามารถทำเงินให้แอปเปิลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ฮาร์ดแวร์อย่างไอพ็อดกลับสวมบทบาทเป็นพระเอกโกยเงินเข้ากระเป๋าแอปเปิลอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ไอพ็อดเป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่ทำให้รายได้ของแอปเปิลในไตรมาสสองสามารถแตะระดับ 3.52 พันล้านเหรียญ (รายรับจากไอพ็อดคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3) เพิ่มขึ้น 75 เปอร์เซ็นต์ จาก 2.01 พันล้านเหรียญในปี 2004 โดยกำไรของแอปเปิลนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 320 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจาก 61 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ของไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ล่าสุดแอปเปิลออกมาประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่ายอดจำหน่ายเพลงออนไลน์ของไอจูนส์ ทะลุหลัก 500 ล้านครั้งไปเรียบร้อยแล้ว

"เพียงแค่ 2 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มเปิดขายเพลงออนไลน์ ถึงวันนี้เราสามารถขายเพลงได้กว่าครึ่งพันล้านครั้ง" สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) เจ้าพ่อแอปเปิลประกาศศักดาอย่างมั่นใจ "ซึ่งถ้าเราสามารถผ่านหลักไมล์นี้ไปได้ เราก็คงจะไม่ต้องลุ้นกับอนาคตของไอจูนส์และไอพ็อดอีกต่อไป"

ขอบคุณ ข่าวจากผจก.ออนไลน์

แอปเปิ้ลโชว์ตัวเลขยอดขาย “ดีที่สุด” เท่าที่เคยมีมา

Fri, 2005-07-15 - 12:09

สตีฟ จ็อปส์ฉลองตัวเลขยอดขายแอปเปิ้ล ชูความสำเร็จของไตรมาสที่สองของปี 2005 เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ด้วยยอดขายเพิ่มขึ้นถล่มทลาย 75 เปอร์เซ็นต์ และรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า

ในไตรมาสที่ 2 นี้ ผลประกอบการของแอปเปิ้ลมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 320 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 61 ล้านเหรียญสหรัฐของไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา และยอดขายสุทธิของแอปเปิ้ลก็เพิ่มขึ้น 75 เปอร์เซ็นต์เท่ากับ 3.52 พันล้านเหรียญสหรัฐ จาก 2.01 พันล้านเหรียญในปี 2004 ด้วย

ในไตรมาสนี้ บริษัทสามารถทำยอดขายเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอชได้ 1.2 ล้านชุด หรือเท่ากับ 35 เปอร์เซ็นต์ และขายเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดได้ 6.2 ล้านเครื่อง หรือเท่ากับ 6 เท่าเมื่อเทียบกับยอดขายของไอพ็อดในไตรมาสเดียวกันของปี 2004 โดยยอดขายจากต่างประเทศคิดเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในไตรมาสดังกล่าว

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินทอมสันคาดการณ์ว่า แอปเปิ้ลจะสามารถทำรายได้ได้สูงถึง 3.34 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือปันผล 31 เซนต์ต่อหุ้นได้

สำหรับตัวเลขในไตรมาสที่ 4 ปีเตอร์ ออปเพนไฮเมอร์ ผู้อำนวยการด้านการเงินของแอปเปิ้ลตั้งเป้ายอดรายได้เอาไว้ที่ 3.52 พันล้านเหรียญสหรัฐ และผลตอบแทน 32 เซนต์ต่อหุ้น

"การเปิดตัวระบบปฏิบัติการแมค เวอร์ชัน "ไทเกอร์" ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของแอปเปิ้ล ยอดขายและรายได้ในไตรมาสนี้ถือเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของแอปเปิ้ลเลยทีเดียว และเรายังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมายรออยู่" สตีฟ จ็อบส์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ผู้บริหารของแอปเปิ้ลก็ได้สร้างความแปลกใจให้กับนักวิเคราะห์โดยการคาดการณ์ว่าในไตรมาสต่อไป บริษัทอาจไม่สามารถทำยอดขายได้เท่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

ชอว์ วู นักวิเคราะห์จากอเมริกัน เทคโนโลยี รีเสิร์ชกล่าวว่า "มันน่าประหลาดใจมาก เพราะว่าในช่วงเดือนกันยายนเป็นช่วงเปิดเทอม หรือ Back-To-School ของนักเรียนเลยทีเดียว"

ขณะที่ออปเพนไฮเมอร์ระบุว่า แอปเปิ้ลยังไม่แน่ใจว่าผู้บริโภคจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อการเปลี่ยนโปรเซสเซอร์ของเครื่องแมคอินทอช จากไอบีเอ็ม เป็นอินเทล

นอกจากนั้น นักวิเคราะห์ได้ถามคำถามผู้บริหารแอปเปิ้ลเกี่ยวกับกรณีความนิยมของไอพ็อดที่ลดน้อยลง จนทำให้ไอพ็อดล้นสต็อก ซึ่งทางแอปเปิ้ลปฏิเสธที่จะให้ความเห็น แต่ระบุเพียงว่าความต้องการสั่งซื้อไอพ็อดยังอยู่ในเกณฑ์ดี

เป็นที่เข้าใจกันแล้วว่า ความนิยมในไอพ็อดได้ช่วยให้ผู้บริโภคสนใจในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของแอปเปิ้ลได้มากขึ้น แต่ก็มีข้อสงสัยเกิดขึ้นว่า กระแสของไอพ็อดนั้นจะช่วยแอปเปิ้ลได้นานสักเท่าใด เนื่องจากไอพ็อดเป็นสินค้าแฟชั่น มียุคที่โด่งดังสุดขีด และก็มีการเสื่อมถอยไม่แตกต่างกัน

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

Apple กับธุรกิจเพลง

Thu, 2005-07-14 - 21:07

ผม([email protected]) ไม่เคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ Apple ในด้านความเห็นส่วนตัวเลย วันนี้คงต้องขออนุญาตแสดงความเห็นในเรื่องราวของแอปเปิลในมุมมองส่วนตัวของผมสักครั้ง ในขณะที่ผมเขียนบทความนี้อยู่ที่เวบของ Apple ได้มีการนับถอยหลังการดาวน์โหลดเพลงจาก iTunes Music Store โดยตั้งเป้าไว้ที่ 500 ล้านเพลง ซึ่งขณะนี้อาจจะทะลุเป้าไปเรียบร้อยแล้ว โดยทางแอปเปิลได้มีการแจก iPod mini ทุกๆ 100,000 เพลง ถ้าถึงเป้าที่แอปเปิลกำหนดไว้ คิดเป็นเงินเท่าไรก็ลองเอา 41 บาท คูณเข้าไปดูครับ

iTunes Music Store เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกวันที่ 28 สิงหาคม 2546 โดยครั้งแรกเปิดให้บริการเฉพาะที่อเมริกาและแคนาดาเท่านั้น จนปัจจุบันนี้เปิดให้บริการ 19 ประเทศ ทำให้ยอดขายเพลงของ iTunes Music Store เป็นอันดับหนึ่งของโลกอยู่ตอนนี้ เช่นเดียวกับเครื่องเล่น MP3 ของ Apple ที่เรารู้จักกันในผลิตภัณฑ์ iPod ก็กลายมาเป็นเครื่องเล่น MP3 ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด พูดง่ายๆ ก็คือขายดีที่สุดนั่นเอง

มีหลายคนถามว่า iPod มีอะไรพิเศษกว่าผลิตภัณฑ์อื่นอย่างไร ฟังวิทยุก็ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม แล้วทำไมคนนิยมใช้ ผมก็คงต้องตอบว่านอกจาก iPod จะเป็นเครื่องเล่น MP3 ที่ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมแล้ว ที่สำคัญ iPod คือ iPod ครับ ความรู้สึกของคนใช้ หรือเจ้าของเครื่อง iPod ถูกครอบงำด้วยความเป็นวัฒนธรรมหูฟังสีขาว หรือความเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของแฟชั่นของคนมีระดับในสังคมโลกนี้ไปแล้ว

การพัฒนาการของ iPod ตอนนี้คือการเปลี่ยนจอแสดงภาพเป็นสีทั้งหมด หลายคนคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ แอปเปิลน่าจะใช้คุณสมบัติของ QuickTime 7 มาสร้างความสามารถใหม่ให้กับ iPod นั่นก็คือการทำให้ iPod ดูภาพเคลื่อนไหวได้ และ Apple จะทำอย่างนี้จริงหรือไม่ เราต้องมาจับตาดูกันต่อไปในความคิดของผม โอกาสนี้น่าจะเป็นไปได้ เพราะผมประมวลเอาจากการที่ iPod รุ่นใหม่ที่เป็นจอภาพสี สามารถต่อเข้ากับกล้องดิจิทัลได้โดยตรง และกล้องดิจิทัลทุกวันนี้ก็สามารถถ่ายเป็น Clip Video ได้อยู่แล้ว และตอนนี้ iPhoto ก็สามารถแสดง Clip Video นี้ผ่าน QuickTime ได้อยู่แล้ว

จากภาพรวมตรงนี้ผมคิดว่าการที่ Apple จะทำให้ iPod ดูภาพเคลื่อนไหวได้ คงไม่ยากเกินไปแน่ เผลอๆ ในมือสตีฟ จอปส์ ตอนนี้อาจจะมี iPod ที่ว่านี้แล้วก็ได้ ปัจจัยที่ทำให้ผมคิดว่าโอกาสที่ iPod จะดูภาพเคลื่อนไหวก็คือ การที่ iTunes สามารถดูไฟล์ Movie ได้จากตัวโปรแกรมเอง และสามารถดู มิวสิควิดีโอ ได้จากโปรแกรม iTunes เช่นกัน

อย่างนี้จะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือว่า อีกหน่อยการดาวน์โหลดไฟล์เพลง จะกลายเป็นการดาวน์โหลดเป็นมิวสิค วิดีโอ เลย ซึ่งโอกาสที่จะเกิดขึ้นด้วยเทคโนโลยีคงไม่มีปัญหา แต่เกี่ยวกับเรื่องการตลาด อันนี้เป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ครับ อย่างที่ผมบอกไปแต่ต้นนะครับว่า วันนี้ผมใช้ความเห็นส่วนตัวมาวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลในมุมมองของผมดู

โดย [email protected]

ขอบคุณ บทความ(บางส่วน)จาก กรุงเทพธุรกิจ

เหตุวางระเบิดในลอนดอนใกล้กับ Apple Store

Sat, 2005-07-09 - 02:32

เมื่อวันพฤหัส(7.กค.05) ที่ผ่านมาเกิดเหตุระเบิดระบบขนส่งภายในเมืองลอนดอนประเทศอังกฤษใกล้กับ Apple Store ในถนน Regent Street

แอปเปิ้ลได้แจ้งว่า "เพื่อความปลอดภัยให้กับลูกค้าและพนักงาน ทาง Apple Store ได้ทำการปิดร้านเป็นการชั่วคราวหนึ่งวัน หลังจากมีเหตุการณ์ระเบิดใจกลางเมืองลอนดอน"

มีีผู้เสียชีวิตมากกว่า 12 คนและมากขึ้นเรื่อยๆ จากเหตุการระเบิดระบบขนส่งในเมืองลอนดอนในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 7.กค.05 ในการระเบิดครั้งนี้เป็นการระเบิดพร้อมกันหลายจุดทั้งระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน และระเบิดรถเมล์สองชั้นอีกด้วย

Apple Store ที่ Regent Street เป็นสาขาแรกในประเทศอังกฤษ และต่อสาขาที่สองอยู่ที่ Bullring Shopping Center ในเมือง Birmingham และในเร็วนี้ (9.กค.05) แอปเปิ้ลจะทำการเปิด Apple Store ที่ Bluewater ในเมือง Kent อย่างเป็นทางการเป็นแห่งที่สาม หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ Apple Store UK.

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

เผยโฉม Firefox สำหรับ “แมคเทล” แม้ตอนนี้จะแค่ตัวทดลอง

Wed, 2005-07-06 - 20:21

แอปเปิลฯ จับมือกลุ่มมอซิลลาตั้งทีมศึกษาและพัฒนาเบราว์เซอร์ "ไฟร์ฟ็อกซ์" สำหรับแพลตฟอร์ม "แมคเทล" หรือแพลตฟอร์มแมคอินทอชที่ใช้โปรเซสเซอร์อินเทล เป็นโครงการนำร่องเพื่อศึกษาแนวทางสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลกในการปรับแก้ซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานบนแมคเทลแพลตฟอร์มได้

โจช์ แอส (Josh Aas) นักพัฒนาของกลุ่มมอซิลลา (Mozilla Foundation) เปิดเผยว่า ตอนนี้แอปเปิลฯ มีไฟร์ฟ็อกซ์เวอร์ชันสำหรับเครื่องแมคที่ใช้โปรเซสเซอร์อินเทลอยู่ในมือแล้ว ซึ่งไฟร์ฟ็อกซ์เวอร์ชันนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการทดสอบ เพื่อศึกษาปัญหาและค้นหากระบวนการที่จำเป็นสำหรับการพอร์ตแอปพลิเคชันไปยังแพลตฟอร์มใหม่ ตามรายงานจากสำนักข่าวนิวส์แฟ็กเตอร์ (News Factor)

แอปเปิลฯ เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่าจะเริ่มเปลี่ยนไปใช้ชิปอินเทลในปีหน้า และจะครบทุกสายผลิตภัณฑ์ในปี 2007

แอสกล่าวว่า แอปเปิลฯ ได้ส่งซอฟต์แวร์แพ็ตช์ (Patch) มาให้ "มันเป็นสิ่งจำเป็น" เพื่อให้นักพัฒนาไฟร์ฟ็อกซ์สามารถเดินไปได้ถูกทางและช่วยลดปริมาณงานลงได้มหาศาล

อย่างไรก็ตาม ไฟร์ฟ็อกซ์เวอร์ชันนี้ยังมีปัญหา โดยเฉพาะกับปลักอิน ที่ปัจจุบันรันได้กับ QuickTime เท่านั้น ส่วนปลักอินอื่นๆ ระบบล่ม "เราจะแก้ปัญหานี้โดยเร็วที่สุด" แอสกล่าว

เนต รูต (Nate Root) นักวิเคราะห์จากฟอร์เรสเตอร์รีเสิร์ช (Forrester Research) กล่าวว่า "ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของกลุ่มผู้พัฒนาไฟร์ฟ็อกซ์ ในการมุ่งสู่แพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งนับเป็นการแข่งขันกับไมโครซอฟท์ (Microsoft) โดยตรง”

ไมเคิล กูลด์ (Michael Goulde) นักวิเคราะห์อีกคนหนึ่งของฟอร์เรสเตอร์ กล่าวว่า "สิ่งสำคัญคือแอปเปิลฯ ต้องเปิดทางสะดวกให้กับกลุ่มนักพัฒนาในการแปลงไฟล์ ยิ่งง่ายยิ่งดี ต้องหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและจัดการแก้ไขให้เรียบร้อย"

เขากล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างไฟร์ฟ็อกซ์และแอปเปิลฯ ก็เพื่อภารกิจดังกล่าว "แสดงให้เห็นว่าโอเพนซอร์สกำลังกลายเป็นทางสายใหม่ของกลุ่มผู้พัฒนาแมคอินทอช"

อย่างไรก็ตาม "ยังอีกนานกว่าแพลตฟอร์มแมคเทลจะสมบูรณ์ และอินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์ของไมโครซอฟท์ก็ครองตลาดส่วนใหญ่ ทำให้เชื่อได้ว่าความเคลื่อนไหวของกลุ่มโอเพนซอร์สในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับไมโครซอฟท์มากนัก" กูลด์กล่าว

ขอบคุณ ข่าวจาก ผู้จัดการ

แอปเปิ้ลอัพเกรด iPod และ itunes

Sat, 2005-07-02 - 00:00

แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ ได้เปิดตัวซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ พร้อมชู podcast พร้อมทั้งอัพเกรดหน้าจอสีสำหรับ iPod

iTunes มาพร้อมกับรายการ podcast ที่พร้อมให้บริการฟรีกว่า 3,000 รายการ โดยสามารถเลือกให้ส่งรายการตอนใหม่ให้ฟังโดยอัตโนมัติ "Podcasting is the next generation of Radio" Steve Jobs CEO ของแอปเปิ้ลเคยกล่าวไว้

โดยซอฟต์แวร์ iTunes พร้อมให้บริการทั้งสองระบบ Mac และ Windows

ส่วน iPod นั้นได้อัพเกรด iPod ให้มีหน้าจอสี สามารถแสถงภาพและแสดง slideshows ได้ ในรุ่น 20GB ราคาอยู่ที่ 299 เหรียญสหรัฐฯ และรุ่น 60GB ตั้งราคาไว้ที่ 399 เหรียญฯ และในครั้งนี้ แอปเปิ้ลยังได้ลดราคา iPod shuffle ลงอีก 20 เหรียญฯ ทำให้ราคาปัจจุบันของ iPod shuffle 1GB อยู่ที่ 129 เหรียญฯ

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

HP เพิ่มรายการขาย iPod shuffle

Sat, 2005-07-02 - 00:00

เมื่อวันศุกร์(1มิ.ย.) ที่ผ่านมา HP ได้ประกาศนำ iPod shuffle เข้าสู่แผนการตลาดเครื่องเล่น mp3 ของ HP โดยก่อนหน้านี้ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ของ HP ได้นำ iPod และ iPod mini ไปขายแล้ว และครั้งนี้ Apple iPod shuffle + HP ตั้งราคาสำหรับ รุ่น 512MB และ 1GB ไว้ที่ 99 และ 129 เหรียญสหรัฐฯ

การจับมือกันระหว่าง Apple กับ HP นั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2004 โดยเริ่มจากที่ Apple ให้ HP นำ iPod มาขายให้ลูกค้าของ HP ได้โดยตรง และติดตั้ง iTunes ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์อีกด้วย

ขอบคุณ ข่าวจาก MacWorld

ไอพ็อดจะรักษาแชมป์ได้นานแค่ไหน

Mon, 2005-06-27 - 00:00

ยอดขายของเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลอันดับหนึ่งอย่างไอพ็อด กำลังอยู่ในสถานะป้องกันแชมป์อย่างยากลำบาก แม้จะครองส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากขึ้นมาแข่งขันกับไอพ็อด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์มือถือที่ใส่ฟีเจอร์เอ็มพีสามกันอย่างถ้วนหน้า ทุกค่าย ทุกยี่ห้อ

Barron หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์แห่งแวดวงการเงิน และการลงทุนของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าในปี 2006 จะมีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ ที่มาพร้อมหน่วยความจำและฟีเจอร์เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลเป็นจำนวนมาก และข้อดีของโทรศัพท์มือถือเหล่านั้นคือ มันสามารถดาวน์โหลดเพลงได้ทั้งจากคอมพิวเตอร์พีซี และดาวน์โหลดเพลงผ่าน "อากาศ" ได้นั่นเอง

อย่างไรก็ดี ทาง Barron ระบุว่าทางบริษัท แอปเปิ้ลไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องคู่แข่งพันธุ์ใหม่แต่อย่างใดแม้ว่าทางหนังสือพิมพ์จะพยายามติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวนานหลายสัปดาห์แล้วก็ตาม

ฟากนักวิเคราะห์แห่งวงการอุตสาหกรรมไอทีอิเล็กทรอนิกส์ก็เชื่อว่าแอปเปิ้ลจะขายไอพ็อดได้กว่า 45 ล้านเครื่องในปี 2006 โดยมีกลุ่มผู้ใช้งานตั้งแต่คนรุ่นหนุ่มสาว วัยรุ่นผู้นิยมสินค้าแฟชั่น ไปจนถึงระดับควีนอลิซาเบธที่สองแห่งประเทศอังกฤษด้วย

ราคาหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า โดยมีราคาอยู่ที่ 37.76 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น เปรียบเทียบกับช่วงที่แอปเปิ้ลเปิดตัวไอพ็อดใหม่ ๆ นั้น หุ้นมีราคาประมาณ 18.14 เหรียญสหรัฐ

ไอพ็อดเครื่องแรกเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2544 ในราคา 399 เหรียญสหรัฐ มาพร้อมฮาร์ดดิสก์ความจุ 5 กิกะไบต์ สามารถเก็บเพลงได้ 1,000 เพลง

สำหรับในไตรมาสแรกของปีนี้ แอปเปิ้ลสามารถขายไอพ็อดได้ 5.31 ล้านเครื่อง ถือเป็น 1 ใน 3 ของรายได้รวมทั้งบริษัท

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

eMac ก็เพียงพอสำหรับงานพิมพ์

Fri, 2005-06-24 - 00:00

ผม(kajorn)ไม่ได้เขียนถึงตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ของแอปเปิลโดยตรงมานานแล้ว และพอดีช่วงนี้ระหว่างเดินสายบรรยายก็มีผู้ที่สนใจเครื่องคอมพิวเตอร์ของแอปเปิลหลายท่านได้สอบถามผมว่า ถ้าคิดจะซื้อคอมพิวเตอร์ของแอปเปิลตอนนี้ควรจะซื้ออะไรดีที่น่าจะคุ้มที่สุดสำหรับการลงทุนไม่มากนัก

หลังจากที่ทาง Apple ได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์ตระกูล mac mini มาตอนต้นปี หลายท่านก็ถามว่าสามารถนำ mac mini มาทำงานออกแบบสิ่งพิมพ์ได้ไหม คำตอบก็คือได้ แต่ก็มีความสามารถระดับหนึ่งคือ เป็นงานออกแบบสิ่งพิมพ์ที่ไม่ใช่การทำงานตกแต่งภาพที่ใช้ขนาดไฟล์ใหญ่ๆ เพราะการแสดงผลหน้าจอมีข้อจำกัด และการซื้อ mac mini ก็ต้องมองหามอนิเตอร์ คีย์บอร์ด และเมาส์ เป็นการซื้อเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย โดยเฉพาะ port USB ที่มีมาให้จำกัด เมื่อต้องการใช้งานสิ่งพิมพ์เมื่อเราใช้คู่กับ TSP ที่เป็น USB Dongle ก็จะทำให้เสียช่องสำหรับต่อ USB Device ไปทันที

นอกจากเราซื้อมอนิเตอร์ หรือ Keyboard ของ Apple มาใช้งานถึงจะได้ USB port เพิ่มขึ้นมา เมื่อรวมราคาแล้วก็สูงพอสมควร แต่ในตระกูลเครื่องคอมพิวเตอร์ของแอปเปิลอีกตระกูลหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสามารถใช้งานด้านนี้เป็นอย่างดี ราคาก็ไม่สูงนัก นั่นก็คือ eMac ที่ทางแอปเปิลได้ทำการพัฒนารุ่นใหม่ออกมาอย่างเงียบๆ เมื่อกลางเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยเป็น eMac PowerMac G4 ความเร็ว 1.42 GHz สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ 1GB และใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุ 160 GB

eMac เป็นเครื่องคอมพิว์เตอร์ Mac แบบตั้งโต๊ะที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมสรรพในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่อง Mac ราคาประหยัด แต่มีประสิทธิภาพ และทนทาน ซึ่งเจ้า eMac รุ่นใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น และที่สำคัญมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Mac OS X 10.4 "Tiger" ที่ทำให้การใช้งานโปรแกรมต่างๆ มีเสถียรภาพ และมีความเร็วเพิ่มมากขึ้น

หลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า eMac ได้ถูกออกแบบมาโดยที่ทุกอย่างบรรจุอยู่ในตัวเครื่องตัวเดียว เริ่มตั้งแต่การใช้จอแบน CRT ขนาด 17 นิ้วที่มีลำโพงระบบสเตริโอ และไมโครโฟนในตัวติดตั้งมาเรียบร้อย สามารถเชื่อมต่อระบบผ่านพอร์ตอีเทอร์เน็ต ไฟร์ไวร์ 400 ยูเอสบี 2.0 และยังสามารถเลือกต่อระบบไร้สายบลูทูธ และแอร์พอร์ต เอ็กซ์ทรีมเป็นอุปกรณ์เสริมได้

สำหรับคีย์บอร์ดและเมาส์ของแอปเปิลก็มีให้มาพร้อมเครื่อง ไม่ต้องซื้อแยกต่างหากเหมือน mac mini ผู้ที่ทำงานออกแบบสิ่งพิมพ์ ที่ต้องการได้จอภาพแสดงผลได้ดีพอสมควร สามารถใช้งานที่ eMac ได้อย่างไม่มีปัญหา ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถดูสีหน้าจอได้เที่ยงตรงเท่ากับจอภาพระดับมืออาชีพ แต่ถ้าเราปรับแต่งหน้าจอได้ถูกต้องแล้ว สามารถที่จะใช้งานเป็นแนวทางการทำงานด้านสีได้

eMac ใช้จอภาพแบน CRT ขนาด 17 นิ้ว (พื้นที่แสดงภาพ 16 นิ้ว) โดยมีพื้นที่การทำงานมากกว่าจอภาพ 15 นิ้วถึง 40% รองรับความละเอียดตั้งแต่ 640 x 480 ไปจนถึง 1280 x 960 จุด สามารถแสดงภาพบนจอ eMac ออกไปยังจอภาพภายนอก โปรเจ็กเตอร์ หรือออกโทรทัศน์ด้วยการใช้อะแดปเตอร์ของแอปเปิล ในเรื่องการแสดงผลก็ใช้การ์ดกราฟฟิก ATI Radeon 9600 พร้อมหน่วยความจำ 64 เมกะไบต์ รองรับเอฟเฟคท์ 3 มิติได้ดีขึ้น

เมื่อเราดูจากรายละเอียดที่มีมาให้สำหรับเครื่อง eMac รุ่นนี้ ผมรับรองได้ว่าสามารถนำมาใช้งานกับโปรแกรมทางด้านกราฟฟิก ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมใหม่ล่าสุดของ Adobe อย่าง Adobe CS2 ได้อย่างสบาย ภายใต้ระบบปฏิบัติการ Mac OS 10.4

ก่อนจากกันในฉบับนี้ผมจะขอแนะนำโปรแกรมสำหรับวาดภาพที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี โดยไม่ต้องกลัวเรื่องลิขสิทธิ์ และเป็นโปรแกรมที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Mac OS X มีชื่อว่า ArtRage สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ www.ambientdesign.com เป็นโปรแกรมเล็กๆ แต่ก็มีประสิทธิภาพพอสมควร ยิ่งใครชอบวาดรูปสีน้ำ หรือสีน้ำมัน และไม่มีเวลาว่างพอที่จะไปหาอุปกรณ์ของจริง โปรแกรมนี้ช่วยคุณได้อย่างดี ยิ่งมี Wacom ใช้อยู่แล้ว รับรองว่าเขียนเพลินจนติดใจเลยครับ

โดย [email protected]

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

ไอจูนส์ฉลองยอดขาย 50 ล้านดาวน์โหลดในอียู - 430 ล้านทั่วโลก

Fri, 2005-06-24 - 00:00

ยุโรปขานรับกระแสไอจูนส์ บริการดาวน์โหลดเพลงออนไลน์จากค่ายแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ โดยจากเว็บไซต์สาขาที่เปิดให้บริการในนามของไอจูนส์สามารถทำยอดขายเพลงได้ถึง 50 ล้านเพลง ขณะที่ยอดดาวน์โหลดรวม 430 ล้านเพลงแล้ว

ความสำเร็จของไอจูนส์ที่โด่งดังเป็นพลุแตกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2004 ได้ขยายอาณาเขตไปยังสหภาพยุโรปแล้ว โดยในปัจจุบัน ไอจูนส์มีสาขาอยู่ในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, ฟินแลนด์, กรีซ, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, ฮอลแลนด์, นอร์เวย์, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน และสวิสเซอร์แลนด์ โดยยอดขายของเว็บไซต์ดาวน์โหลดเพลงดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทะลุหลักครึ่งร้อยล้านไปแล้ว ณ ขณะนี้

ทางบริษัท แอปเปิ้ล จึงได้มีการแถลงข่าวการประสบความสำเร็จในตลาดยุโรป แถมหยอดคำหวานขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนทุกคนมาด้วย

นอกจากนั้น ทางแอปเปิ้ลยังได้เพิ่มเพลงเข้าไปอีก 1 ล้านเพลง โดยได้รับการสนับสนุนจากค่ายเพลงกว่า 1,000 แห่ง

ตรงกันข้ามกับไอจูนส์ที่เปิดให้บริการในญี่ปุ่นที่ไม่โด่งดังตามคาด ยอดการดาวน์โหลดเพลงไม่น่าสนใจ ซึ่งอาจเป็นเพราะไลฟ์สไตล์ของประชากรญี่ปุ่นแตกต่างจากทางตะวันตก และไม่นิยมการซื้อเพลงแบบดาวน์โหลด อย่างไรก็ดี ทางบริษัทระบุว่า กำลังศึกษาตลาดในญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นให้ได้

จากตัวเลขของบริษัทแอปเปิ้ลที่เปิดเผยเกี่ยวกับยอดการดาวน์โหลดเพลงจนถึงปัจจุบันพบว่า มีผู้ใช้บริการดาวน์โหลดไปแล้วถึง 430 ล้านเพลง และถ้าสถิติทุกอย่างยังดำเนินต่อไปในลักษณะนี้ ในอนาคตอันใกล้ คาดว่าแอปเปิ้ลคงได้จัดงานฉลองยอดขายการดาวน์โหลด 500 ล้านเพลงอย่างแน่นอน

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

"แมคอินเทล" ดูอัล-บูต Mac OS X และ Windows?

Thu, 2005-06-23 - 00:00

ผู้ใช้แมคอินทอชที่ต้องรันแอปพลิเคชันสำหรับวินโดวส์เตรียมเฮที่จะได้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์บนเครื่องแมค เพราะไม่แน่ว่า "แมคอินเทล" อาจจะสามารถรัน Windows ได้ด้วย ขณะที่แอปเปิลประกาศชัดเจนไม่ยอมให้ Mac OS รันบนเครื่องอื่นที่ไม่ใช่เครื่องของแอปเปิล

การตัดสินใจหยุดการใช้ชิป IBM PowerPC เป็นหัวใจของเครื่องแมคอินทอชแบรนด์แอปเปิล แล้วเปลี่ยนเป็นชิปจากอินเทลแทนทำให้เกิดกระแสข่าวลือใหม่ๆมากมาย ล่าสุดมีการคาดการณ์ว่า เครื่องแมคอินทอชของแอปเปิลจะเป็นดูอัล-บูต ที่สามารถรันทั้งระบบปฏิบัติการ Mac OS X และ Windows

"แอปเปิลคงไม่ขัดขวางการรันวินโดวส์บนเครื่องแมค" ไมเคิล การ์เทนเบิร์ก (Michael Gartenberg) รองประธานและหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Jupiter Research แห่งนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กล่าว (โดยปัจจุบัน เครื่องแมคอินทอชสามารถใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ผ่านการจำลองสถาปัตยกรรม x86 ที่เรียกว่า Virtual PC)

ในงานประชุมนักพัฒนาทั่วโลกที่จัดขึ้นโดยแอปเปิลหรือ Apple Worldwide Developers Conference เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของแอปเปิลกล่าวว่าเครื่องแมคต้นแบบที่ใช้ชิปของอินเทลจะสามารถออกสู่สายตาประชาชนได้ในปีหน้า ก่อนจะเริ่มเดินสายพานการผลิตเต็มตัวในปลายปี 2007 โดยครั้งนั้นแอปเปิลไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าแอปเปิลหมายตาชิปของอินเทลรุ่นใด หรือว่ามีแผนจะวางจำหน่ายในพื้นที่ใดก่อน

ในจุดนี้ เชน เรา (Shane Rau) นักวิเคราะห์ธุรกิจพีซีชิปของบริษัทวิจัยไอดีซี ให้ข้อสังเกตว่าการที่ระบบปฏิบัติการ Mac OS X เป็นระบบปฏิบัติการระบบ 64 บิต แต่อินเทลยังไม่สามารถพัฒนาโมบายล์ชิปเทคโนโลยี 64 บิตได้สำเร็จ ทำให้เกิดความเป็นไปได้ว่า แอปเปิลอาจจะสร้างผลิตภัณฑ์เดสก์ท็อปอย่างเช่น IMac และ Mac Mini เป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบแรกที่มีการใช้ชิปจากอินเทล

ฟันธง

นักวิเคราะห์ออกมาฟันธงว่าผู้ใช้แมคอินทอชที่ต้องรันแอปพลิเคชันสำหรับวินโดวส์เตรียมดีใจที่จะได้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์บนเครื่องแมคได้เลย ในขณะที่หลายฝ่ายมองว่าการเปลี่ยนมาใช้ชิปอินเทลอาจจะเป็นหนทางอันตรายสำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้ที่มีความเกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชันสำหรับเครื่องแมคอินทอชเพียงอย่างเดียวในปัจจุบัน

เพราะนักพัฒนาจะต้องแปลงโปรแกรมที่เคยเขียนไว้สำหรับเครื่องแมคที่ใช้ชิป PowerPC เดิมใหม่ทั้งหมด และเมื่อแมคเวอร์ชันใหม่ออกสู่ตลาด ผู้ใช้แมคอินทอชซึ่งซื้อเครื่องแมคที่ใช้ชิปอินเทลเวอร์ชันใหม่ จะต้องใช้งานแอปพลิเคชันของเดิมที่เคยใช้อยู่ บนเทคโนโลยีจำลองสถาปัตยกรรมที่ชื่อว่า Rosetta ซึ่งจะเป็นตัวรันโค้ดที่สร้างมาสำหรับ PowerPC บนชิปของอินเทล จุดนี้จ็อปส์อธิบายในงานแถลงข่าวว่าจะไม่มีผลกับความเร็วในการทำงาน อย่างไรก็ตามทาง ด้านอโดบีซิสเต็มส์ ได้ออกมาประกาศเตรียมออก Adobe Photoshop เวอร์ชันสำหรับเครื่องแมคอินเทลในอนาคตแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความเห็นต่อกรณีความหวังว่าจะได้ใช้ Mac OS X บนเครื่องพีซีระบบปฏิบัติการ Windows นั้น นักวิเคราะห์ต่างเชื่อมั่นว่าคงไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะแอปเปิลออกมาประกาศชัดเจนว่า Mac OS จะสามารถใช้งานกับฮาร์ดแวร์สถาปัตยกรรมของแมคอินทอชเท่านั้น

หรือความหวังว่าจะมีซอฟต์แวร์สำหรับทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการถูกพัฒนาออกมามากขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเครื่องไปมาได้อย่างอิสระนั้นคงไม่มีทางเป็นไปได้เช่นกัน เพราะนักพัฒนาต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาไม่สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันที่รองรับทั้งเครื่องแมคและเครื่องพีซีได้เนื่องจากลักษณะของภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมนั้นต่างกันเกินไป ตามการรายงานของพีซีเวิร์ล

ทำไมต้องเปลี่ยน?

เรามองว่าเหตุผลที่แอปเปิลเลือกอินเทลคืออินเทลสามารถทำให้แอปเปิลมั่นใจว่าจะสามารถส่งชิปให้กับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของแอปเปิลได้ในทันที ทั้งส่วนของเดสก์ท็อป เซิร์ฟเวอร์ และโน้ตบุ๊ก

"ไม่ใช่เพียงแต่ซีพียู แต่รวมถึงชิปเซ็ต อุปกรณ์ไว-ไฟ และอื่นๆ" เรากล่าว เมื่อเทียบกับไอบีเอ็มที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของแอปเปิลได้ ซึ่งทั้งไอบีเอ็มและชิปซัพพลายเออร์รายอื่นๆของแอปเปิลอย่างเช่น Freescale ต่างก็มีโร้ดแมปที่สู้อินเทลไม่ได้ โดยเฉพาะไอบีเอ็มซึ่งยังไม่สามารถแก้ปัญหาความร้อนของ PowerPC ที่นำไปใช้ในโน้ตบุ๊ก PowerBook G5 รวมถึงไม่สามารถทำตามความต้องการของจ็อปส์เรื่องการเพิ่มความเร็วเป็น 3-GHz ได้อย่างที่สัญญาไว้

เรากล่าวว่าการเปลี่ยนไปใช้ชิปของอินเทลจะทำให้ราคาเครื่องแมคอินทอชถูกลง รวมถึงความเป็นไปได้ในการบูตสองระบบ Windows/Mac จะช่วยขยายมาร์เก็ตแชร์ของแอปเปิลในตลาดพีซี ที่ขณะนี้อยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลตัวเลขจากไอดีซี

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นักวิเคราะห์ทั้งหมดที่เชื่อว่าการตัดสัมพันธ์ไอบีเอ็มแล้วหันมาหาอินเทลจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

แกรี่ บาร์เน็ตต์ (Gary Barnett) แห่งบริษัทวิจัย Ovum Ltd. เคยเขียนบรรยายไว้ว่า "อินเทลไม่ใช่ผู้นำโดดเด่นรายเดียวในการออกแบบโปรเซสเซอร์ นั่นเป็นเรื่องนานมาแล้ว อินเทลต้องขับเคี่ยวกับเอเอ็มดีที่เป็นต่ออยู่ในเรื่องเทคโนโลยี 64 บิต และไอบีเอ็มที่มีแผนการเกี่ยวกับเทคโนโลยีมัลติคอร์ที่ยาวนานหนาแน่นกว่า"

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

ไอพ็อดผนึกเป๊ปซี่รุกแคมเปญระดับโลก

Wed, 2005-06-22 - 00:00

รายงานข่าวจากเวบไซต์โคเรียส์ เทเลคอม กล่าวว่า ผู้ผลิตเอ็มพี 3 และบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่ม กำลังให้ความสำคัญกับ การพัฒนาแคมเปญการตลาดร่วมกันมากขึ้น

โดยขณะนี้ ไรน์คอม ผู้ผลิตเอ็มพี 3 รายใหญ่ของเกาหลี ได้ร่วมมือกับบริษัท โคคา-โคลา และแอปเปิล ซึ่งเป็นเจ้าตลาดเอ็มพี 3 ก็ริเริ่มแคมเปญระดับโลกกับค่ายเป๊ปซี่

ทั้งนี้ แอปเปิลในเกาหลี และเป๊ปซี่ เปิดตัวกิจกรรมสนับสนุนการทำตลาดเอ็มพี 3 รุ่นล่าสุด "ไอพ็อด ชัฟเฟิล เฟสติวัล" โดยจะแจกเครื่องไอพ็อด ชัฟเฟิล ชั่วโมงละเครื่อง ตลอดเวลา 50 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 20 ก.ค. นี้ รวมทั้งสิ้น 1,200 เครื่อง

โดยผู้บริหารจากเป๊ปซี่ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นแคมเปญระดับโลก

ด้านนายณรงค์ อิงค์ธเนศ ประธานบริหาร บริษัท เดอะ แวลลู ซิสเต็ม จำกัด ในฐานะดิสทริบิวเตอร์รายเดียวในประเทศไทย ของไอพ็อด กล่าวว่า ปีนี้จะเห็นไอพ็อดมีกิจกรรมทางการตลาดมากที่สุด โดยมีการจับมือกับพันธมิตรหลายๆ ราย เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกับเอ็มทีวี (MTV) จัดกิจกรรมร่วมกับอีจีวี ด้วยการพิมพ์สติกเกอร์ไอพ็อดติดไปกับสินค้าของอีจีวี

ความร่วมมือกับโตโยต้า ซื้อโตโยต้ารุ่นวีออส แถมฟรีมินิ ไอพ็อด และยังมีค่ายรถยนต์อีกหลายค่ายที่กำลังร่วมทำกิจกรรมกับไอพ็อดอยู่ รวมไปถึงพันธมิตรกับน้ำอัดลมยี่ห้อต่างๆ ด้วย

"จริงๆ แล้วการทำตลาดร่วมระหว่างไอพ็อด กับค่ายน้ำอัดลม ไม่ว่าจะเป็นเป๊ปซี่ หรือโค้กนั้น ผมทราบมาว่า เป็นแคมเปญที่ทำในต่างประเทศ เช่น ในอเมริกา และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแคมเปญการตลาดให้ลูกค้ามีสิทธิลุ้นรับรางวัลไอพ็อด" นายณรงค์ กล่าว

โดยจะมี 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. ใต้ฝาของเครื่องดื่มเป๊ปซี่ เมื่อเปิดออกมาจะมีรางวัลเป็นเครื่องไอพ็อด และลูกค้าสามารถไปรับของรางวัลได้ทันที 2. เมื่อลูกค้าเปิดฝาเป๊ปซี่แล้วมีเสียงเพลงดังขึ้น ลูกค้าที่ใช้ไอพ็อด สามารถไปดาวน์โหลดเพลงที่ดังขึ้นได้ฟรี โดยเป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ

นายณรงค์ บอกว่า ส่วนในประเทศไทยนั้น อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทน้ำอัดลมทั้ง 2 ค่าย คือ เป๊ปซี่ และโค้ก ในการวางแผนทำตลาดร่วมกัน แต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่คาดว่าคงไม่ต่างจากแคมเปญที่ทำในต่างประเทศมากนัก

สำหรับแนวทางทำตลาดของไอพ็อดนับจากนี้ จะเน้นจัดกิจกรรมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย นั่นคือ "คนรุ่นใหม่" ให้มากขึ้น พร้อมสร้าง ดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ รูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้นเป็นคอมมูนิตี้โดยใช้ไอพ็อดเป็นสื่อกลาง ด้วยงบการตลาดมากว่า 10 ล้านบาทในปีนี้

รวมทั้ง มีความเป็นไปได้ที่อาจจะจับมือกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ อาร์.เอส. โปรโมชั่น ในการบันเดิลเพลงลงไอพ็อดทุกรุ่นด้วย

ขอบคุณ ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ

Dell จีบ Apple สนใช้ Mac OS บนเครื่อง Dell

Sat, 2005-06-18 - 00:00

ประธานบริษัทเดลล์เปิดเผยผ่านนิตยสารฟอร์จูน ถ้าโอกาสมาถึงเดลล์ก็พร้อมเปลี่ยนเพื่อผู้บริโภค นัยหนึ่งคือถ้าแอปเปิลฯ เปิดให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายอื่นใช้ Mac OS ได้ โลกอาจได้เห็นเดลล์เป็นลูกค้าของแอปเปิลฯ

"ถ้าแอปเปิลฯ ตัดสินใจเปิดโอกาสให้คนอื่นได้ใช้ Mac OS เราก็พร้อมและยินดีที่จะมอบสิ่งเหล่านั้นให้กับลูกค้าของเรา" ไมเคิล เดลล์ (Michael Dell) ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัทเดลล์ (Dell) กล่าว

เป็นที่รู้กันดีว่าเดลล์มีความมั่นคงเป็นอย่างยิ่งกับไมโครซอฟท์ (Microsoft) กระนั้นก็ยังปันใจเล็กๆ ให้กับลีนุกซ์ (Linux) เดลล์ใช้ Red Hat Linux, Suse Linux และ Novell NetWare ในบางสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ของพวกเขา โดยใช้เหตุผลว่าเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค นอกเหนือจาก Windows

ตัวแทนของแอปเปิลฯ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับข่าวนี้ ขณะที่ทางเดลล์ยืนยันว่าเป็นความจริง

สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ประธานคณะผู้บริหารบริษัทแอปเปิลฯ เปิดเผยที่งานประชุมนักพัฒนาของแอปเปิลฯ (Worldwide Developer Conference) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า แอปเปิลฯ มีแผนใช้โปรเซสเซอร์อินเทล (Intel) ในเครื่องแมคอินทอช ซึ่งจะออกสู่ตลาดได้ใน 12 เดือนข้างหน้า

ฟิล ชิลเลอร์ (Phil Schiller) รองประธานอาวุโส บริษัทแอปเปิลฯ ได้กล่าวถึงกรณีรัน Windows บนเครื่องแมคอินทอชว่า แอปเปิลฯ ไม่มีแผนวางจำหน่ายหรือซัปพอร์ตระบบปฏิบัติการ Windows บนเครื่องแมคอินทอชที่ใช้อินเทลโปรเซสเซอร์ "เราไม่ได้ห้ามลูกค้าไม่ให้รัน Windows บนเครื่องแมค ถ้าพวกเขาต้องการจริงๆ ก็ทำได้"

ตรงกันข้ามกับกรณีนำ Mac OS X ไปรันบนพีซี ชิลเลอร์ระบุชัดเจนว่าแอปเปิลฯ ไม่สนับสนุนการนำ Mac OS X ไปรันบนแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์อื่น "เราไม่อนุญาตให้นำ Mac OS X ไปรันบนแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่ Apple Mac"

กระนั้นก็ยังมีความเป็นไปได้ที่แอปเปิลฯ จะให้ไลเซนส์ Mac OS กับผู้ผลิตพีซี อนุญาตให้ผู้ผลิตพีซีสามารถใช้ Mac OS บนผลิตภัณฑ์พีซีของพวกเขาได้ ตัวอย่างมีมาแล้วในทศวรรณที่ 1980-1990 ที่แอปเปิลฯ ให้ไลเซนส์แก่บริษัทเพาเวอร์คอมพิวติ้ง (Power Computing) และยูแม็กซ์ (Umax)

"แอปเปิลฯ คงไม่ปล่อย Mac OS X ออกมา อย่างน้อยก็ในตอนนี้" โรเจอร์ เคย์ (Roger Kay) นักวิเคราะห์จากไอดีซี (IDC) กล่าวและว่า "ถ้า Mac OS X หลุดออกมาจากแอปเปิลฯ แน่นอนว่าต้องมีแผ่นเถื่อนวางขาย และอย่างน้อย 1 แผ่นต้องอยู่ในมือแฮกเกอร์ นั่นคือจุดอันตรายสำหรับโมเดลทางธุรกิจของแอปเปิลฯ ที่ปัจจุบันมีอำนาจเหนือฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในฐานะสินค้าพรีเมียม"

"แอปเปิลฯต้องปล่อย Mac OS ออกมาแน่ คำถามอยู่ที่เมื่อไหร่เท่านั้น" นาธาน บรูควูด (Nathan Brookwood) นักวิเคราะห์จากอินไซต์ 64 (Insight 64) เห็นในทางตรงกันข้าม

"ถ้าคุณขายซอฟต์แวร์ที่สามารถรันได้ทั้งฮาร์ดแวร์ของคุณเองและฮาร์ดแวร์ของคนอื่น คุณก็ไม่สามารถบังคับให้คนอื่นต้องซื้อฮาร์ดแวร์ของคุณได้" บรูควูดกล่าวและว่า "ถ้าเดลล์ต้องการขายเครื่องพีซีที่รัน Mac OS X จริงๆ พวกเขาก็สามารถยื่นฟ้องแอปเปิลฯ เพื่อบังคับให้แอปเปิลฯ ให้ไลเซนส์ Mac OS X กับเดลล์ได้"

ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างเดลล์กับแอปเปิลฯ เป็นจริง นั่นคือการเปลี่ยนจุดยืนครั้งใหญ่ของเดลล์ ปัจจุบันเดลล์ยึดมั่นอยู่กับอินเทลและไมโครซอฟท์ เหตุผลเพราะแพลตฟอร์มดังกล่าวทำให้เดลล์มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำสุด

เดลล์ย้ำมาตลอดว่าผลิตภัณฑ์ของเดลล์จะต้องมีราคาต่ำที่สุด การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ทำให้เดลล์มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เดลล์จะปฏิเสธ ตัวอย่างเช่น กรณีที่เดลล์ปฏิเสธชิปจากเอเอ็มดี (Advanced Micro Devices; AMD) เพราะมันทำให้เดลล์มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก จากการที่เดลล์ต้องตั้งทีมพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชิปเอเอ็มดี ตามการเปิดเผยของ เควิน โรลลินส์ (Kevin Rollins) ประธานคณะผู้บริหารบริษัทเดลล์ กล่าว

การใช้ Mac OS X ทำให้เดลล์มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการฝึกอบรมพนักงานจำนวนหลายพันคนเพื่อซัปพอร์ต Mac OS X และจากการจัดตั้งทีมใหม่สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

โนเกียจับมือแอปเปิล ทำเบราเซอร์บนมือถือ

Wed, 2005-06-15 - 00:00

โนเกียประกาศความร่วมมือกับแอปเปิลในการสร้างสรรค์โปรแกรมเบราเซอร์ตัวใหม่สำหรับรันบนแพลตฟอร์มโทรศัพท์มือถือไฮเอนด์ Series 60 ของโนเกีย โดยแอปเปิลจะรับหน้าที่พัฒนาเว็บเบราเซอร์บนโค้ดโอเพ่นซอร์ส งานนี้นักวิเคราะห์มองว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือที่รันผ่านเบราเซอร์จากกลุ่มนักพัฒนาอิสระจำนวนมาก

เบราเซอร์โอเพ่นซอร์สใหม่สำหรับ Series 60 จะพัฒนาบน WebCore และ JavaScriptCore ซอร์สโค้ดภาษา KHTML และ KJS จากโครงการโอเพ่นซอร์ส "Konqueror" สำหรับรันบน KDE (K Desktop Environment) ซึ่งเป็นซอร์สโค้ดต้นตระกูลของโปรแกรมอินเทอร์เน็ตเบราเซอร์ยอดฮิตบนเครื่องคอมพิวเตอร์จากแอปเปิลอย่างซาฟารี (Safari)

ประเด็นสำคัญ

เอ็กซ์. เจ. หวาง (X.J. Wang) นักวิเคราะห์ของแยงกี้กรุ๊ป (Yankee Group) ให้ความเห็นว่า ประเด็นสำคัญที่จะมีผลกระทบในวงกว้าง ไม่ได้อยู่ที่การนำเอาซอร์สโค้ดโอเพ่นซอร์สมาสร้างโปรแกรมเว็บเบราเซอร์บนโทรศัพท์มือถือ แต่อยู่ที่สิ่งซึ่งจะตามมาในอนาคต

"ตัวโปรแกรมเบราเซอร์นั้นเป็นจุดที่สัมพันธ์กับมาตรฐานของซอฟต์แวร์โดยตรง" หวางตั้งข้อสังเกตกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวนิวส์แฟคเตอร์ "เพราะเบราเซอร์ต้องทำงานโดยการใช้โปรโตคอลติดต่อส่งข้อมูล (เช่น HTTP)"

"คำถามสำคัญในจุดนี้ คือเมื่อพวกเขาประกาศว่าเบราเซอร์ตัวใหม่นี้จะพัฒนาบนโอเพ่นซอร์ส นั่นหมายความว่า ใครหรือบริษัทใดก็ตามจะสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันอิสระขึ้นมารันกับเบราเซอร์ตัวใหม่ได้"

หวางยังมองว่าโปรแกรมเว็บเบราเซอร์จะเป็นยูสเซอร์อินเตอร์เฟสที่สำคัญบนโทรศัพท์มือถือเทียบเท่ากับฟังก์ชันสมุดรายการเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งในอนาคตจะทวีความสำคัญยิ่งขึ้นอีกเมื่อมีผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือซึ่งใช้ช่องทางการติดต่อไร้สายเกินหนึ่งช่องทางออกมาสู่ตลาดมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การติดต่อกันผ่านช่องทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (เช่น GSM) ร่วมกับเครือข่ายไร้สาย (เช่น Wi-Fi)

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือผู้ใช้สามารถค้นหาเบอร์โทรศัพท์ได้ด้วยแอปพลิเคชันทางเบราเซอร์ จากนั้นจะสามารถโทรศัพท์ด้วยเทคโนโลยี VoIP ได้เลยทันที ซึ่งจะเอื้อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานฟังก์ชันบนโทรศัพท์ไร้สายได้หลากหลายยิ่งขึ้น

"แอปพลิเคชันบนเบราเซอร์มีโอกาสเติบโตสูงมาก" หวางกล่าว "แถมการเป็นโอเพ่นซอร์สยังเปิดโอกาสให้บริษัททั่วไปสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาทำงานกับอินเตอร์เฟสที่มีการใช้งานมากที่สุดอย่างโปรแกรมเบราเซอร์ เหล่านี้เปิดทางให้เกิดการบริการด้านข้อมูลทุกอย่างบนโทรศัพท์มือถือในรูปของแอปพลิเคชันที่ต้องแสดงผลผ่านเบราเซอร์"

ผลกระทบ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของโนเกีย นักพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สดูจะได้รับประโยชน์ในงานนี้มากที่สุด หนึ่งในหลายบริษัทที่อาจจะได้รับผลกระทบคือบริษัทโอเปราซอฟต์แวร์ (Opera Software ASA) ผู้สร้างเบราเซอร์สำหรับระบบปฏิบัติการซิมเบียนบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าโนเกียคือลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งของบริษัท แต่ตัวแทนของโอเปราออกมากล่าวว่า ไม่มีความกังวลกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของโนเกีย

ทอร์ ออดแลนด์ (Tor Odland) ผู้อำนวยการฝ่ายโทรคมนาคมของโอเปรากล่าวกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวแมคเซ็นทรัลว่า "เราเพิ่งประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับโนเกียไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว" ออดแลนด์กล่าว "ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้แปลว่าโนเกียจะเปลี่ยนแปลงทิศทางการทำงานโดยสิ้นเชิง เพราะโนเกียเองก็ถือว่ามีเบราเซอร์เป็นของตัวเองแล้วตอนนี้"

ออดแลนด์มองว่าโนเกียกำลังดำเนินกลยุทธ์ “dual-sourcing critical components” หรือการสร้างแอปพลิเคชันทั้งจากโอเพ่นซอร์สและแบบคอมเมิร์ช ส่วนการที่โนเกียตั้งใจใช้ความสามารถในการเคลื่อนที่ของโทรศัพท์มือถือ เป็นตัวเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสให้กับกลุ่มโอเพ่นซอร์สนั้น ออดแลนด์มองว่า ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

“เรื่องนั้นต้องใช้เวลา” ออดแลนด์กล่าว "นั่นอาจจะเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นก่อนที่โนเกียจะสามารถเปลี่ยนแปลงตลาดได้"

โนเกียวางกำหนดการส่งเบราเซอร์โอเพ่นซอร์สที่ได้รับการการันตีว่าจะซัปพอร์ตทุกฟีเจอร์ที่ Opera คิดค่าลิขสิทธิ์จากแพลตฟอร์ม Series 60 อยู่ในขณะนี้เอาไว้ที่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2006

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

Final Cut Studio

Fri, 2005-06-10 - 00:00

ในช่วงที่ Apple กำลังจะเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ Mac OS X10.4 "Tiger" เมื่อช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้น Apple ได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ชุดตัดต่อภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ ซึ่งพัฒนาให้มีความสามารถในการทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และก็ทำการเปิดตัวในงาน NAB ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

ชุดโปรแกรม Final Cut Studio เป็นโปรแกรมสำหรับการผลิตงานวิดีโอคุณภาพสูง (HD) โดยโปรแกรม Final Cut Pro ที่เป็นโปรแกรมหลักของซอฟต์แวร์ชุดนี้ได้รับรางวัลเอ็มมี่ ว่าเป็นโปรแกรมยอดเยี่ยมสำหรับงานตัดต่อวิดีโอระบบ CV, SD, HD และการตัดต่อประเภทการใช้ฟิล์ม โดยโปรแกรม Final Cut Pro ที่อยู่ในชุดนี้เป็น Final Cut Pro 5 สามารถทำงานกับการตัดต่อวิดีโอหลากหลายรูปแบบ ที่สำคัญ ยังรองรับ Native HDV ซึ่งผู้ใช้งานสามารถตัดต่องานจากกล้องที่ใช้ HDV ได้โดยตรง พร้อมสามารถทำงานด้วยการเล่นภาพจากกล้องได้ถึง 16 ตัว พร้อมๆ กันแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ Final Cut Pro 5 ยังสามารถรองรับระบบสื่อเก็บข้อมูล P2 ของ Panasonic ทำให้การเกิดความสะดวกและรวดเร็วในการโอนถ่ายแบบไม่ใช้เทประหว่างวิดีโอแบบ DVCPRO, DVCPRO 50 และ DVCPRO HD ได้อีกด้วย

Final Cut Pro มีระบบ Dynamic RT ที่จะช่วยปรับคุณภาพของภาพและจำนวนเฟรมต่อวินาทีโดยอัตโนมัติในขณะที่เล่นภาพ จึงสามารถชมงานวิดีโอที่ตัดต่อและใส่ effects แล้วได้อย่าง real time และจะแสดงผลที่คุณภาพของภาพสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนั้น ระบบ RT Extreme ใน Final Cut Pro 5 ยังได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สามารถเล่นภาพ HD ที่ไม่ได้มีการบีบอัดข้อมูลได้อย่าง real time อีกด้วย ในเรื่องระบบเสียงของ Final Cut Pro 5 ได้ เพิ่มความสามารถให้ผู้ใช้งานทำการ capture เสียงได้มากถึง 24 แชนแนลพร้อมๆ กัน ที่คุณภาพเสียง 24 บิต 96kHz และสามารถใช้อุปกรณ์ควบคุมเสียงประกอบไปด้วยได้

ในชุดโปรแกรม Final Cut Studio ยังประกอบไปด้วยโปรแกรม Soundtrack Pro ที่เป็นโปรแกรมตัดต่อ และออกแบบเสียงโดยมีคุณสมบัติในการตัดต่อ waveform และทำงานในลักษณะ Action Layer ที่ผู้ใช้งานสามารถสลับตำแหน่งบนเนื้องานเพื่อทำการใส่ effect หรือ process ได้อย่างทันที ที่น่าสนใจ คือมีระบบ Multitrack Mixer ที่จะช่วยให้เราสามารถใส่เสียง effect ต่างๆ ลงไปในหลายๆ track พร้อมกัน

Motion 2 เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่อยู่ในชุดนี้ สำหรับการทำกราฟฟิกแบบ real time ที่จะมาช่วยให้ผู้ตัดต่อด้วยโปรแกรม Final Cut Pro 5 สามารถใส่กราฟฟิกน่าตื่นตาลงไปในงานตัดต่อไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะทำงานกับวิดีโอแบบ DV SD HD หรือฟิล์ม โดยโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมทำกราฟฟิกโปรแกรมแรกที่มีการเร่งความเร็วโดยใช้ GPU 32 บิต ซึ่งจะช่วย render งาน output ออกมาได้ตามคุณภาพของฟิล์มอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เครื่องมือใหม่ที่ชื่อ Replicator จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำ duplicate คลิปวิดีโอให้เคลื่อนไหวตาม pattern ที่กำหนดเอาไว้ได้ นอกจากนั้น ยังมี filter ความเร็วสูงมากมายให้เลือกใช้มากกว่า 130 แบบ เช่น 3D Rotation, vignette และ caustics รวมไปถึง particle effects และยังมี effect ลูกเล่นต่างๆ อีกกว่า 50 แบบ ที่จะเนรมิตงาน แอนิเมชันแปลกๆ เช่น แสงระยิบระยับ ฟองสบู่ หรืออวกาศ

ตัวสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงก็คือ DVD Studio Pro 4 ที่เป็นโปรแกรมสำหรับเขียน DVD ระดับมืออาชีพ มาพร้อมกับชุดโปรแกรม Final Cut Studio นับเป็นโปรแกรมแรกที่ให้ผู้ใช้สามารถเขียนงานวิดีโอความละเอียดสูง (HD) ลงแผ่น DVD โดยอ้างอิง ข้อกำหนดการทำ HD DVD โปรแกรม DVD Studio Pro 4 ซึ่งโปรแกรมนี้ได้ถูกนำมาเปิดตัวพร้อมกับเครื่องเล่น HD DVD เครื่องต้นแบบจากบริษัทโตชิบา ซึ่งเตรียมพร้อมจะวางตลาดในปีนี้ คุณสมบัติเด่นๆ คือ Distributed encoding ของโปรแกรม DVD Studio Pro 4 จะใช้ประโยชน์จากระบบเน็ตเวิร์ค ของเครื่อง Macintosh เพื่อช่วยลดเวลาในการ encode งานระดับ HD ให้ใช้เวลาในการทำงานน้อยลง

สำหรับตัวคอมพิวเตอร์ที่จะมาช่วยให้โปรแกรมชุดนี้ ทำงานได้ขั้นต่ำก็ต้องเป็น PowerMac G4 867MHz ขึ้นไป แต่ถ้าจะให้ดีผมว่าควรจะเป็น G5 ความเร็ว 2.5GHz ขึ้นไปครับ ถึงจะทำงานทุกอย่างได้สมบูรณ์ครบถ้วน รายละเอียดต่างๆ สามารถอ่านได้ที่ www.apple.com ครับ

โดย [email protected]

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

แอปเปิลใช้ชิพอินเทล ยุติสัมพันธ์ 15 ปีไอบีเอ็ม

Wed, 2005-06-08 - 00:00

"สตีฟ จ็อบส์" ประกาศใช้ชิพอินเทล ในสายการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ตระกูลแมค แทนชิพเพาเวอร์พีซี ของไอบีเอ็ม ด้านนักวิเคราะห์คาดนโยบายใหม่ จะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านราคา และความเร็วในการวางตลาดสินค้า ให้กับคอมพิวเตอร์ค่ายแอปเปิล

นายสตีฟ จ็อบส์ หัวหน้าคณะผู้บริหารของแอปเปิลได้ใช้เวทีในงานประชุมซอฟต์แวร์ ที่จัดขึ้นในเมืองซานฟรานซิสโก ประกาศยุติการใช้ชิพตระกูลเพาเวอร์พีซี ที่พัฒนาขึ้นโดยไอบีเอ็ม และโมโตโรล่า และหันมาใช้ชิพจากอินเทลแทน

โดยให้เหตุผลว่า เส้นทางการผลิตของชิพรุ่นใหม่ๆ ที่อินเทลจะพัฒนาสู่ตลาด ให้ความมั่นใจกับบริษัทได้มากกว่า เมื่อเทียบกับแผนการผลิตชิพจากไอบีเอ็ม ซึ่งเป็นพันธมิตรกันมาตั้งแต่ปี 2533

"เป้าหมายของแอปเปิล คือ การให้ลูกค้าได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด และเป็นเวลานับ 10 ปีแล้ว ที่เราเปลี่ยนมาสู่สถาปัตยกรรมเพาเวอร์พีซี ซึ่งเราก็เชื่อว่า ด้วยโรดแมพของตัวเทคโนโลยีตัวประมวลผลของอินเทล จะทำให้สามารถผลิตพีซีที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้" นายจ็อบส์ กล่าว

ทั้งนี้ แอปเปิลจะเริ่มเดินเครื่องสายการผลิตเครื่องแมคอินทอช ที่ใช้ชิพจากอินเทลในปีหน้า โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์แรกที่จะออกมาคือ "แมค มินิ" ก่อนจะดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบในปี 2550

ปัจจุบัน แอปเปิลกำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการณ์เวอร์ชั่นใหม่ ที่สามารถทำงานร่วมกันกับหน่วยประมวลผลของอินเทลได้ หลังจากบริษัทได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการณ์แมค โอเอส เอ็กซ์ เวอร์ชั่นแรกเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาร่วมธุรกิจกับอินเทล ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดชิพคอมพิวเตอร์กว่า 80% ขณะที่ แอปเปิล มีส่วนแบ่งในตลาดคอมพิวเตอร์อยู่เพียงเลขหลักเดียว ทำให้นักวิเคราะห์และผู้ที่กำลังจับตามองอุตสาหกรรมนี้ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จะมีผลกระทบต่อไอบีเอ็ม และอินเทลเพียงเล็กน้อย

นายวิลเลียม กอร์แมน นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี กล่าวว่า การตัดสินใจในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีศักยภาพในด้านบวกสำหรับแอปเปิล เนื่องจากชิพของอินเทลที่มีตลาดกว้าง อาจทำให้แอปเปิลสามารถผลิตสินค้าที่มีราคาต่ำลง และนำออกวางจำหน่ายได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ขณะเดียวกัน แอปเปิล อาจเข้าไปสู่สายผลิตภัณฑ์ที่แพร่หลายขึ้นในอนาคต เช่น การผลิตไอพ็อด รุ่นที่รองรับวิดีโอได้ ซึ่งอินเทลมีชิพที่ออกแบบเพื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวอยู่แล้ว

ขอบคุณ ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ

สตีฟ จ็อบส์ ยืนยัน แอปเปิลฯจะใช้ชิปอินเทล

Tue, 2005-06-07 - 00:00

ที่งานประชุมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของแอปเปิลฯ (Worldwide Developer Conference; WWDC) สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิลฯ กล่าวว่าเครื่องแมคอินทอชรุ่นแรกที่ใช้ชิปอินเทลจะออกสู่ตลาดกลางปี 2006 และจะขยายออกไปจนครบทุกๆสายผลิตภัณฑ์ภายในปี 2007 พร้อมโชว์ตัวเป็นครั้งแรกแอพพลิเคชั่นและระบบปฏิบัติการ OS X Tiger เวอร์ชั่นสำหรับเครื่องแมคอินทอชที่ใช้ชิปอินเทล พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวและวางจำหน่ายทันที Developer Transition Kit เครื่องมือช่วยสร้างแอพพลิเคชั่นสำหรับเครื่องแมคอินทอชที่ใช้ชิปอินเทลด้วย

"เป้าหมายของเราคือการสร้างพีซีที่ดีที่สุดในโลกแก่ลูกค้า และอินเทล (Intel) มีโปรเซสเซอร์โรดแม็ปที่ยอดเยี่ยมและยาวไกล" สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) กล่าวและว่า "เราคิดว่าเทคโนโลยีของอินเทลจะช่วยให้เราสามารถสร้างสิ่งที่ดีที่สุดได้อีกอย่างน้อย 10 ปี"

ข่าวการเปลี่ยนไปใช้อินเทลโปรเซสเซอร์ได้รับการยืนยันแล้วในวันนี้จากปากซีอีโอของแอปเปิลฯ ซึ่งพวกเขาคาดหวังว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะช่วยให้เครื่องแมคอินทอชสามารถต่อกรกับเครื่องวินโดว์สพีซีได้อย่างทัดเทียมทั้งในด้านสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และราคา

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบในทางลบกับมาร์เก็ตแชร์ของแอปเปิลฯที่มีอยู่เพียง 2.3% อย่างแน่นอน แอปเปิลฯจำเป็นต้องทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าเครื่องแมคอินทอชที่ใช้ชิปอินเทลดีกว่า ยิ่งกว่านั้น ในด้านซอฟต์แวร์ แอปเปิลฯยังต้องหาทางดึงกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้หันมาสนับสนุนให้ได้ และควรต้องเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วย

จ็อบส์ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นไม่ง่าย เครื่องแมคอินทอชเครื่องแรกที่ใช้ชิปอินเทลจะออกสู่ตลาดในปี 2006 และจะครบทุกสายผลิตภัณฑ์ในปี 2007

"นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน" จ็อบส์กล่าวและว่า "ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสมบูรณ์"

เขาให้เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงว่า เพราะชิปซัพพลายเออร์ในปัจจุบันไม่สามารถพัฒนาโปรเซสเซอร์ให้มีสมรรถนะและประสิทธิภาพให้เทียบเท่าหรือดีกว่าอินเทลได้

สำหรับโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถรันได้ทั้งแมคฯเก่าและแมคฯใหม่ที่ใช้ชิปอินเทล สามารถเริ่มได้ทันที ซึ่งแอปเปิลฯได้เตรียมเครื่องมือสนับสนุนต่างๆเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

จ็อบส์เปิดเผยว่า แอปเปิลฯใช้เวลาเตรียมตัวมากกว่า 5 ปีสำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งคือการพัฒนา Mac OS X ใน 2 เวอร์ชั่น เวอร์ชั่นหนึ่งคือตัวที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีกเวอร์ชั่นหนึ่งคือเวอร์ชั่นสำหรับเครื่องแมคฯที่ใช้ชิปอินเทล

"Mac OS X มี 2 ชีวิตอย่างลับๆ" เขากล่าว

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น บริษัทอะโอบีซิสเต็มส์ (Adobe Systems) และบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) คือ 2 ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ชั้นนำของโลก ที่ได้ขึ้นเวทีร่วมกับ สตีฟ จ็อบส์ และยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนเต็มที่ทั้งแมคฯปัจจุบันและแมคฯพลังอินเทล

แอปเปิลฯยังเปิดเผยด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตพีซีรายอื่นๆ นอกเหนือจากแอปเปิลฯ เช่น เดลล์ (Dell) และเอชพี (HP) จะใช้ Mac OS X ในสายผลิตภัณฑ์ต่างๆของพวกเขาด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเป็นการเปิดประตูรับไวรัสและหนอนคอมพิวเตอร์ รวมถึงโค้ดร้ายอื่นๆ เข้าสู่ Mac OS X หรือไม่

นอกจากนี้ แอปเปิลฯยังวางจำหน่าย Developer Transition Kit ทันทีในราคา 999 ดอลลาร์ (ประมาณ 40,590 บาท) รายละเอียดเพิ่มเติมที่ developer.apple.com

ด้านอินเทลเตรียมส่งเครื่องมือช่วยสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ออกมาปลายปีนี้ ได้แก่ Intel C/C++ Compiler for Apple, Intel Fortran Compiler for Apple, Intel Math Kernel Libraries for Apple และ Intel Integrated Performance Primitives for Apple

นาธาน บรูควูด (Nathan Brookwood) นักวิเคราะห์จากอินไซต์ 64 (Insight 64) ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนไปใช้ชิปอินเทลอาจส่งผลให้จำนวนลูกค้าและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ลดน้อยลง เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อนเมื่อครั้งที่แอปเปิลฯเปลี่ยนไปใช้ชิป PowerPC ครั้งนั้นมาร์เก็ตแชร์ของแอปเปิลฯลดลงจาก 10% เหลือต่ำกว่า 5%

"เว้นแต่จะมีปาฏิหารย์ ผมยังเชื่อว่านี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ดี" บรูควูดกล่าว

ตรงกันข้ามกับอินเทล ที่ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้แอปเปิลฯเป็นลูกค้า อันหมายถึงลูกค้าและมาร์เก็ตแชร์ที่เพิ่มขึ้น

"ผมเชื่อว่าคุณคงไม่คิดมาก่อนและไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น กับการที่ได้เห็นโลโก้ของเราบนเครื่องแมคอินทอช" พอล โอเทลลินี (Paul Otellini) ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทอินเทล กล่าวและว่า "ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยคิดแบบนั้น อย่างน้อยก็ช่วงเวลาหนึ่ง"

สำหรับไอบีเอ็ม แม้พวกเขาจะสูญเสียลูกค้ารายใหญ่อย่างแอปเปิลฯไป แต่มันก็ทำให้มีเวลาและมีทรัพยากรมากขึ้นสำหรับธุรกิจที่พวกเขากำลังให้ความสำคัญ นั่นคือเซอร์วิส

ยิ่งกว่านั้นไอบีเอ็มยังได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 3 ราย ได้แก่ ไมโครซอฟท์, นินเทนโด (Nintendo) และโซนี่ (Sony) สำหรับโปรเซสเซอร์ใหม่ที่ชื่อว่า "Cell" ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างไอบีเอ็ม, โซนี่ และโตชิบา (Toshiba) ที่พวกเขาบอกว่ามีสมรรถนะสูงกว่าพีซีโปรเซสเซอร์ในปัจจุบันถึง 10 เท่า

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

แอปเปิ้ลเปิดโครงการรีไซเคิล ไอพ็อด แล้ว

Mon, 2005-06-06 - 00:00

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ผู้ผลิตเครื่องแมคอินทอชและเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลชื่อดังไอพ็อดขานรับกระแสรักษาสิ่งแวดล้อม ประกาศโครงการรีไซเคิลเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการจัดตั้งโครงการในครั้งนี้เป็นผลมาจาก บริษัทแอปเปิ้ลถูกกลุ่มนักอนุรักษ์กล่าวหาว่าบริษัทไม่มีแผนในการรีไซเคิลเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่สินค้าชนิดดังกล่าวขายดีเทน้ำเทท่า และสร้างรายได้ให้กับบริษัทเป็นจำนวนมาก

โดยผู้ที่นำเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดตัวเก่า ไม่ว่าจะเป็นไอพ็อดรุ่นออริจินอล ไอพ็อดมินิ และไอพ็อดโฟโต้มาแลกซื้อเครื่องใหม่ที่ร้านของแอปเปิ้ลจะได้รับส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์ทันที

แอปเปิ้ลระบุว่า โครงการรีไซเคิลเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดนี้ จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ยุโรป ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ขณะที่ผู้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แอปเปิ้ลจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการรีไซเคิลประมาณ 30 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ผู้บริหารแอปเปิ้ลปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว โดยระบุแต่เพียงว่า ทางบริษัทไม่มีแผนที่จะส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกไปยังประเทศที่สามเพื่อทำลายแต่อย่างใด

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษอันเนื่องมาจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา จากการสำรวจของการ์ทเนอร์พบว่า สถิติการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ของประเทศมหาอำนาจแห่งนี้สูงถึงวันละ 133,000 เครื่อง นั่นหมายความว่าในปีหนึ่ง ๆ สหรัฐอเมริกาเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เป็นขยะประมาณ 48,545,000 เครื่องเลยทีเดียว นอกจากนั้นอุปกร์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ก็กำลังเป็นปัญหาสำคัญ การ์ทเนอร์ระบุว่า ในปี 2010 หรืออีก 5 ปีนับจากนี้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่กลายเป็นขยะจะมีจำนวนสูงถึง 400 ล้านชิ้น

แม้ว่าบริษัทแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์กลับมาทวงตำแหน่งผู้นำในวงการเทคโนโลยีได้อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อด และเว็บไซต์ไอจูนส์ ซึ่งสามารถทำยอดขายได้อย่างท่วมท้น แต่ทว่ายอดขายดังกล่าวได้ดึงให้นักอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสนใจ และเป็นฝ่ายออกมาถามหาโครงการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์เหล่านั้นของแอปเปิ้ลแทน โดยบริษัทแอปเปิ้ลได้รับจดหมายแนะนำ - ติเตียนให้ทำโครงการรีไซเคิลมากเป็นอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมไอทีเลยทีเดียว

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ

จัดการภาพด้วย Image Capture

Sun, 2005-06-05 - 00:00

อีก 4 วันเท่านั้น พวกเราชาว Mac User ก็จะได้รู้กันเสียทีว่า ข่าวคราวของ Apple Computer กับ Intel ผู้ผลิตชิพรายใหญ่ของโลกจะลงเอยอย่างไร และผู้ที่จะมาชี้แจงรายละเอียดให้ทราบก็คงจะเป็น CEO ของ Apple คือ สตีฟ จอปส์ นั่นเอง เพราะจอปส์จะต้องขึ้นกล่าว Keynote ในงาน WWDC2005 (6 มิ.ย.) ที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นงานที่วงการไอทีกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวในวันนั้นอย่างใจจดใจจ่อ

รายละเอียดความคืบหน้าอย่างไร คงต้องรอติดตามกันต่อไปครับ และนอกจากเรื่องนี้แล้ว เป็นที่คาดหมายเช่นกันว่าในงาน WWDC2005 ปีนี้แอปเปิลก็คงจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดตัวให้บรรดานักพัฒนาโปรแกรมได้รับทราบกันอีกเช่นเคยแต่จะเป็นอะไรนั้น คงต้องได้แต่รอให้ถึงเวลานั้น เพราะแอปเปิลมักจะเก็บความลับไว้ได้ดีเสมอ

ในช่วงที่รอข่าวคราวกันนี้ ผมก็มีเรื่องที่จะมาแนะนำให้ทราบกัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้งานกล้องดิจิทัลกับคอมพิวเตอร์แมคอินทอชบนระบบปฏิบัติการ Mac OS X 10.4 "Tiger" ว่าจะใช้งานกับโปรแกรมอะไรดี และต้องซื้อโปรแกรมมาใช้งานโดยเฉพาะหรือไม่ หรือจำเป็นต้องลงโปรแกรมที่มากับกล้องดิจิทัล จึงจะใช้งานได้

ผมขออธิบายให้เข้าใจกันอย่างง่ายๆ ก็คือคุณสามารถนำกล้องดิจิทัลเกือบทุกชนิดมาต่อเชื่อมเข้ากับคอมพิวเตอร์และสามารถใช้งานได้ทันที (สามารถตรวจสอบได้ว่ากล้องของท่านสามารถใช้งานได้หรือไม่ที่ www.apple.com/macosx/upgrade/devices.html) โดยไม่ต้องทำการติดตั้ง driver ใดๆ ทั้งสิ้น

ในส่วนของโปรแกรมที่ใช้งานเราทราบกันอยู่แล้วว่าทุกเครื่องของแอปเปิล จะได้รับการติดตั้งโปรแกรมชุด iLife มาให้เรียบร้อย และโปรแกรมที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องภาพในชุดนี้ ก็คือ iPhoto ที่มีความสามารถในการจัดการภาพได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการจัดเรียงอัลบั้ม การทำสไลด์โชว์ หรือการปรับแต่ภาพ ฯลฯ โดยปกติเมื่อเราทำการต่อเชื่อมกล้องดิจิทัลเข้ากับคอมพิวเตอร์ ระบบจะทำการเปิดโปรแกรม iPhoto ขึ้น มาให้เรานำภาพจากกล้องดิจิทัลเข้าสู่โปรแกรม iPhoto ได้ทันที แต่มีข้อจำกัดที่ว่าเราไม่สามารถเลือกภาพที่จะนำเข้ามาได้ จะต้องนำภาพในกล้องเข้ามาทั้งหมดก่อน แล้วจึงสั่งลบภาพทีหลัง ซึ่งบางครั้งเราต้องการเพียงภาพเดียวเท่านั้น

ความจริงแล้วการนำกล้องดิจิทัลต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดด้วยโปรแกรม iPhoto ได้ถูกจัดการโดยโปรแกรมอีกโปรแกรมหนึ่ง นั่นก็คือ Image Capture ที่อยู่ในโฟลเดอร์ Application นั่นเอง

โปรแกรม Image Capture ที่ติดตั้งมาพร้อม Mac OS X10.4 นี้ เป็นเวอร์ชั่น 3.0 เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่นำไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์วิดีโอ จากกล้องดิจิทัลมาสู่คอมพิวเตอร์ และสามารถนำไฟล์เหล่านี้กลับไปสู่กล้องดิจิทัลได้อีกด้วย และนอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นโปรแกรมสแกนภาพกับเครื่องสแกนเนอร์ โดยไม่ต้องใช้ Adobe Photoshop (ตรวจสอบเครื่องสแกนเนอร์ที่สามารถทำงานได้ที่ web ของ apple เช่นเดียวกัน)

วิธีการกำหนดให้ทำการเปิดโปรแกรมหลังจากทำการต่อเชื่อมกล้องดิจิทัลเข้ากับคอมพิวเตอร์แล้ว ให้เราไปกำหนดที่ Preferences ของโปรแกรม Image Capture ตรงส่วนของ General ทำให้เราสามารถเลือกได้ว่าหลังจากเราต่อกล้องเข้าเครื่องแล้ว จะให้ทำงานต่อด้วยโปรแกรมอะไร

อย่างที่ผมบอกไว้ก่อนแล้วว่า iPhoto เมื่อทำการนำภาพเข้าโปรแกรมไม่สามารถจะเลือกภาพได้ แต่ถ้าเราใช้ Image Capture ทำการจัดการ เราสามารถเลือกภาพได้ว่าจะนำภาพไหนเข้าเก็บไว้ในเครื่องด้วยการเลือกคำสั่ง Download some จะทำให้เราสามารถเลือกเฉพาะภาพที่ต้องการได้

ความสามารถอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจ คือการ Sharing image remotely โดยเราสามารถใช้ประโยชน์จากโปรแกรมนี้ทำการแจกจ่ายภาพขึ้นเวบ หรือใช้โปรแกรมนี้เป็นมอนิเตอร์ในการถ่ายภาพ โดยสามารถต่อกล้องดิจิทัลแล้วสั่งถ่ายภาพผ่านโปรแกรม หลังจากนั้น ภาพก็จะปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ทันที หรือเราสามารถตั้งให้กล้องดิจิทัลทำการบันทึกภาพเป็นทุกๆ ระยะเวลาที่ตั้งไว้ได้ (ขึ้นอยู่กับกล้องบางรุ่นที่รองรับการทำงานในลักษณะนี้)

ยังมีความสามารถอีกหลายๆ อย่างของโปรแกรมตัวนี้ ซึ่งจะช่วยให้เราจัดการกับภาพดิจิทัลได้สะดวกรวดเร็วขึ้น และยังทำงานสอดคล้องกับเรื่องการจัดการสี ColorSync ของระบบปฏิบัติการอีกด้วย ผู้อ่านท่านใดมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อสอบถามมาได้ครับ

โดย [email protected]

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

Automator หุ่นยนต์ทำงานแทนเรา

Fri, 2005-05-27 - 00:00

สัปดาห์ที่แล้ว แอปเปิล ได้ทำการปล่อยตัวเวอร์ชั่นอัพเดทระบบปฏิบัติการ Mac OS X ตัวใหม่ออกมาเรียบร้อยแล้วคือ Mac OS X 10.4.1 คิดว่าผู้ที่ขี่หลังเสือตัวนี้คงจะทำการดาวน์โหลดลงมาติดตั้งเรียบร้อยกันแล้วนะครับ

ในระบบปฏิบัติการใหม่นี้ มีความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่ผมติดค้างท่านผู้อ่านก็คือโปรแกรม Automator ที่มี icon เป็นรูปคล้ายๆ กับหุ่นยนต์นั่นเอง หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าบทบาทของเจ้าตัวหุ่นยนต์ตัวนี้มีเอาไว้ใช้ทำอะไร แต่บอกไว้ก่อนนะครับไม่ใช่โปรแกรมเกมแน่นอน

ก่อนอื่นผมคิดว่าทุกท่านที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ คงมีความเบื่อหน่ายกับการใช้งานที่ซ้ำๆ หรือการทำงานที่ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ ด้วยการคลิกเมาส์จนเมื่อยมือ เพราะความต้องการที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานอย่างนี้แหละครับ แอปเปิลจึงได้คิดจัดทำโปรแกรม Automator ตัวนี้ออกมา เพื่อให้เรากำหนดกระบวนงานของเราไว้ และเมื่อต้องการก็จัดการทำงานด้วยคลิกเดียว

การทำงานของโปรแกรม Automator จะทำงานในหน้าที่คล้ายๆ กับการทำงานของเครื่องมือ Action ในโปรแกรม Photoshop แต่การได้มานั้นแตกต่างกัน Action จะทำงานด้วยการบันทึกขั้นตอนการทำงานของเราจากการสั่งให้บันทึกการใช้คำสั่งต่างๆ ไว้หมดเหมือนการบันทึกวิดีโอ เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วโปรแกรม Photoshop ก็จะทำการเก็บบันทึกไว้เป็น Script เวลาจะใช้งานก็กด play Action ให้ทำงานตามที่ต้องการ

ต่างกันกับ Automator ที่การได้มาของ Script จะเป็นการให้เราสร้าง Workflow ขึ้นมาเอง มีความสามารถที่เหนือกว่า Action ตรงที่เราสามารถกำหนด Workflow ให้ทำงานระหว่างโปรแกรมกับโปรแกรมได้

ตัวอย่างการกำหนด Workflow ง่ายๆ ก็คือ สมมติว่าเราต้องการที่จะดาวน์โหลดภาพทั้งหมดจากเวบแห่งหนึ่ง โดยปกติเราต้องดาวน์โหลดภาพในเวบนั้นมาทีละภาพ กว่าจะได้หมดก็ใช้เวลาพอสมควร และเราต้องการเอาภาพที่ดาวน์โหลดมาได้แล้วไปเก็บไว้ที่ iPhoto แล้วต้องการเปลี่ยนชื่อภาพทั้งหมดใหม่ด้วย การทำงานอย่างนี้และครับที่เราสามารถกำหนดได้ด้วย Automator โดยที่ไม่ต้องเปิดโปรแกรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยตัวเราเองเลย เราเพียงสร้างขั้นตอนต่างๆ ด้วยคำสั่งที่มีมาแล้วก็จับ drop ลงไปในโปรแกรม Automator ตามขั้นตอนการทำงานได้เลย

เมื่อเราทำขั้นตอนต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เราสามารถเก็บขั้นตอนเหล่านี้เป็นรูปแบบโปรแกรม หรือสร้างให้เป็นลักษณะ Droplet ก็ได้ หรือจะสั่ง Run ตอนที่สร้างระบบเสร็จแล้วก็ได้เพียงแค่คลิกเดียวเท่านั้น

ประโยชน์ของ Automator ไม่ได้รองรับการใช้งานเฉพาะโปรแกรมของ Apple เพียงอย่างเดียว ขณะนี้มีผู้พัฒนาหลายรายได้ทำ Workflow ที่สามารถจัดการกับโปรแกรมอื่นๆ ได้เช่นการทำงานกับโปรแกรม Photoshop หรือโปรแกรม InDesign มีทั้งประเภทแจกฟรี และจำหน่ายในราคาที่ไม่แพง รายละเอียดสามารถเข้าไปหาอ่านได้ หรือลองเข้าไปดาวน์โหลดมาทดลองใช้งานได้ที่ http://www.apple.com/downloads/macosx/automator/ แล้วคุณอาจจะได้ความคิดใหม่ๆ ในการทำงานมากขึ้นครับ

โดย [email protected]

ขอบคุณ บทความ(บางส่วน)จาก กรุงเทพธุรกิจ

แต่งภาพ Effect โดยใช้ Tiger

Fri, 2005-05-20 - 00:00

หลายท่านคงได้ใช้ระบบปฏิบัติงานใหม่ Mac OS X 10.4 กันเรียบร้อยแล้ว และผู้ที่ยังลังเลอยู่กลัวว่าจะมีปัญหากับงานเก่า การใช้งานกับโปรแกรมของ Adobe ไม่ต้องกังวลครับสามารถใช้งานได้เลย ไม่มีปัญหาพร้อมกับความสามารถของ TSP ก็ยังทำได้เช่นเดิม

ที่อยากจะให้ใช้ในประเด็นแรกก็คือ ผู้ที่มีเครื่องเพาเวอร์แมค G5 duo processor ที่รองรับ 64 บิต อยู่แล้ว น่าที่จะใช้งานกับระบบปฏิบัติงานใหม่นี้เป็นอย่างมาก เพราะที่จะเห็นผลทันใจคือ การใช้งานหน่วยความจำที่โปรแกรม Adobe Photoshop ที่เมื่อก่อนจะทำงานอยู่จำกัดเพียงแค่ 1GB แต่เมื่อเราลง Tiger แล้ว สามารถทำงานในหน่วยความจำที่มากกว่า 1GB ถ้าเราใส่หน่วยความจำเพิ่มไว้ เช่นในเครื่องมี 4 GB เราสามารถทำงานได้ถึง 3 GB กว่า ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าในขณะนั้นเราใช้งานในโปรแกรมอะไรอยู่บ้าง

คราวนี้สำหรับผู้ที่มีระบบปฏิบัติการนี้ใช้อยู่แล้ว ผมอยากจะขอแนะนำให้เรารู้จักกับโปรแกรมที่สามารถจัดการภาพต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการสี การทำเอฟเฟคท์ต่างๆ ที่มีคำสั่งมาให้ใช้ และสามารถใช้งานได้แบบ Real time นั่นคือโปรแกรม Core Image Fun House ซึ่งจะอยู่ใน Folder Developer>Applications>Graphics Tool สำหรับผู้ที่มองไม่เห็น Folder นี้ ให้ใช้แผนที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการติดตั้งเข้าไปใหม่ โดยเลือกคำสั่งติดตั้งที่ Xcode Tools

หลังที่เราทำการติดตั้ง Xcode Tols เรียบร้อยแล้ว ใน Folder Applications ที่อยู่ใน Developer นั้น ยังมีโปรแกรมที่น่าสนใจให้เล่นอีกหลายตัว แต่ในเบื้องต้นนี้เรามาดูกันที่โปรแกรมเกี่ยวกับภาพกันก่อน

หลังจากที่เราเปิดโปรแกรม Core Image Fun House ขึ้นมาแล้ว เราสามารถเปิดไฟล์ภาพจากตัวอย่าง หรือไฟล์ภาพที่ต้องการได้หลังจากนั้นจะมีเมนูเครื่องมือต่างๆ ขึ้นมาให้เราเลือกใช้งาน การทำงานเราสามารถที่จะเพิ่มเครื่องมือขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ ลักษณะคล้ายกับการทำงานบน Layer ที่เป็นชั้นๆ สิ่งที่ผมดูว่าง่ายคือ การที่เราสามารถเลือกใช้คำสั่งแบบ Real time ได้เลย

การใช้งานของโปรแกรมถ้าดูในส่วนของคำสั่งอาจจะไม่ตื่นตาตื่นใจเท่าใดนัก เพราะเมนูต่างๆ เป็นการเลือกแบบธรรมดา เหมือนการเลือกใช้งาน FontBook ที่จะมีกรอบขึ้นมา และคำสั่งหลักๆ อยู่ด้านซ้าย เมื่อเลือกคำสั่งแล้วจะปรากฏคำสั่งย่อยทางด้านขวามืออีกที

ในคำสั่งใหญ่ๆ ที่มีมาให้นั้น จะมีทั้งหมด 12 รูปแบบเช่น การปรับเปลี่ยนรูปทรง การปรับภาพให้เบลอ หรือให้คมชัด การปรับสี การกำหนด effect ของสี การทำ Stylize การไล่โทน การกำหนด Halftone Effect ซึ่งถ้าผมเปรียบเทียบก็เหมือนการยกคำสั่งมาจาก Photoshop เลย เพียงแต่ไม่มีเครื่องมือที่เป็นลักษณะของการวาด หรือการเลือกพื้นที่เฉพาะเท่านั้นเอง

ในอนาคต ผมหวังว่าจะมีผู้ที่เขียนโปรแกรมเข้ามาเสริมเพื่อให้การใช้งานเรื่องการตกแต่งภาพได้ดีขึ้น เพราะว่าในโปรแกรมที่เรากล่าวถึงนี้ในรายละเอียดทางแอปเปิลแจ้งไว้ว่าเป็นโปรแกรมสำหรับทำ Effect ภาพเล่นๆ แต่เมื่อผมลองเล่นจริงๆ ผมรู้สึกว่าแอปเปิลคงไม่ได้ทำเล่นๆ หรอกครับ และนี่กระมังที่ข่าวลือความไม่ค่อยเข้ากันของ Adobe และ Apple ยังคงมีอยู่ในขณะนี้

สำหรับภาพที่ได้จากการทำเอฟเฟคท์เล่นๆ นี้ สามารถ Save ไปเป็น Tiff หรือ Jpg ได้นะครับ และก็สามารถนำไปเปิดใช้งานต่อที่โปรแกรม Adobe Photoshop ได้เช่นกัน

โดย [email protected]

ขอบคุณ บทความจาก กรุงเทพธุรกิจ

Apple ปล่อยตัวอัพเดท v10.4.1 ทั้งแบบ user และ server

Fri, 2005-05-20 - 00:00

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้ทำการปล่อยตัวอัพเดท ระบบปฏิบัติการ Mac OS X Tiger v10.4 เป็นเวอร์ชั่น v10.4.1 โดยในการอัพเดทครั้งนี้ได้ทำการปรับปรุงของโปรแกรมต่างๆ Dashboard .Mac และ syncing iLife และอื่นๆ

เปลี่ยนการทำงานบางส่วนของ Apple&39;s Mail และ Address Book รวมทั้งแก้ไขการทำงานของการแนบเอกสาร และอื่นๆ

Mac OS X v10.4.1 ได้ปรับปรุง Dashboard ให้สามารถทำงานรวมกับเมาท์ที่มี scroll wheels ได้ดีขึ้น รวมทั้งความสามารถในการใช้ trackpad scrolling ในบางรุ่นของ PowerBook G4

การส่งข้อมูลผ่าน .Mac เพ่ิมการทำงานให้ใช้งานได้กับ Motorola V180 และ V551 และได้อัพเดท iSync 2.0

และเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา แอปเปิ้ลก็ได้ทำการปล่อยตัวอัพเดทสำหรับ Mac OS X Tiger 10.4.1 Server version ด้วย โดยได้ทำการแก้ไขอัพเดทในส่วนต่างๆ ของการทำงาน

การอัพเดททั้งหมดนี้สามารถอัพเดทได้โดยผ่านทาง software update หรือดาวนโหลดได้จากทางเว็บไซต์ของ Apple

ข้อมูลเพิ่มเติม Apple releases Mac OS X 10.4.1 Apple releases Mac OS X Server 10.4.1

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

Apple เรียกคือแบตเตอรี่ขงอ iBook และ PowerBook

Fri, 2005-05-20 - 00:00

Apple Computer เรียกคืนแบตเตอรี่สำหรับเครื่องที่ซื้อในสหรัฐฯ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ระบุให้เรียกคือแบตเตอรี่ของคอมพิวเตอร์พกพา iBook และ PowerBook ในการเรียกคืนครั้งนี้มีจำนวนประมาณ 128,000 หน่วย ทั่วสหรัฐ

ในการเรียกคืนแบตเตอรี่ในครั้งนี้ มาจากการใช้งานของแบตเตอรี่ที่เกิดความร้อนเกินกว่าปกติ โดยแอปเปิ้ลกล่าวว่าได้รับรายงานเกี่ยวกับความร้อนของแบตเตอรี่ 6 ชุดจากทั่วโลก และ 2 ชุดจากในสหรัฐฯ

แบตเตอรี่ที่เรียกคืนนี้ได้แก่รุ่น iBook G4 12 นิ้ว PowerBook G4 12 นิ้วและ 15 นิ้ว โดยสามารถเช็ดได้จากหมายเลขรุ่น A1061, A1078 และ A1079 และ serial numbers เริ่มจาก HQ441 จนถึง HQ507 หรือ 3X446 ถึง 3X510

สามารถเช็ดดู serial number ได้โดยถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง หมายเลขจะอยู่ด้านล่างของแบตเตอรี่

แอปเปิ้ลและคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แนะนำไม่แนะนำให้ใช้งานแบตเตอรี่ต่อไป และให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยแอปเปิ้ลจะดำเนินการเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ให้ฟรี หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อผ่านได้ทางเว็บไซต์ของแอปเปิ้ล

ส่วน PowerBook และ iBook รุ่นอื่นยังใช้งานได้ตามปกติ

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

ย้อนรอย Mac OS X ตระกูลเสือ สู่การปลดปล่อย 10.4 “ไทเกอร์”

Mon, 2005-05-16 - 00:00

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2548 ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอช (Macintosh) ต่างตื่นเต้นกับระบบปฏิบัติการ (Operating System: OS) ตัวใหม่ คือ Mac OS X 10.4 โค้ดเนม Tiger (ไทเกอร์) ที่บริษัทแอปเปิล ได้ประกาศวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมกันในวันเปิดตัวว่า “Unleashed Tiger”

ข้อมูลจาก เว็บไซต์ macdd.com ระบุว่า Mac OS รุ่นล่าสุดขณะนี้ คือ รุ่นที่ 10 เรียกแบบเป็นทางการว่า “แมค โอเอส เท็น” อย่าเรียกผิดเป็นเอ็กซ์ เพราะสัญญลักษณ์ X เป็นเลขสิบโรมัน โดย Mac OS X ออกมาก่อนหน้านี้ 4 เวอร์ชัน และเป็นโค้ดเนมตระกูลเสือหมดเลย ได้แก่ ชีต้า (Cheetah), พูม่า (Puma), จากัวร์ (Jaguar) และ แพนเธอร์ (Panther) ส่วน ไทเกอร์ (Tiger) เป็นตัวที่ 5 ในสายพันธุ์ และมากับฟีเจอร์ใหม่ๆอีกกว่า 200 ตัว แต่กว่าจะมาเป็นไทเกอร์ได้ ก็มีหลายช่วงที่ แมค โอเอส ต้องล้มลุกคลุกคลานมากพอสมควร ย้อนไปเมื่อแอปเปิลประกาศออกระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ที่ต่างจาก แมค โอเอส 8.0 เวอร์ชันดั้งเดิม บนรากฐานของ OPENSTEP ถือเป็นการก้าวกระโดดมากทีเดียว (จาก 8 ไป 10)

สิ่งที่ Apple ต้องการให้เกิดขึ้นอย่างที่สุด ก็คือการเปลี่ยนแปลงใน OS ที่มีรากฐานจาก OPENSTEP อย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด และ แอปเปิล ก็ยังคงมีการบ้านอีกหลายข้อที่ต้องแก้ เพราะว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นไปได้ในกรณีเดียว ก็คือ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แมคฯ ต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการใหม่นี้ ให้เร็วที่สุด ในสภาพปัญหาที่น้อยที่สุด และยิ่งกว่านั้น ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์ยังต้องการให้โปรแกรม ที่พวกเขามีอยู่แล้วทำงานได้ในฐานะประชากรชั้นหนึ่งของระบบใหม่ โดยที่ไม่ต้องเขียนโปรแกรมนั้นใหม่ทั้งหมด การที่แอปเปิลจะพัฒนาโอเอสข้ามเวอร์ชัน อาจเป็นเหตุให้ผู้ใช้ไม่กล้าจะเปลี่ยนไปใช้ Mac OS X

จากปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ Apple ต้องการระบบปฏิบัติการพระรองตัวที่สองที่จะมาทำหน้าที่ช่วยเชื่อมต่อ Mac OS ในขณะนั้นกับ Mac OS X และเนื่องจากความไม่พร้อมที่จะออกมาสู่ตลาดของ Mac OS X ทำให้บทบาทของพระรองตัวนี้คือ ต้องอยู่ช่วยพระเอกจนกว่าพระเอกจะเก่งพอที่จะเผชิญโลกกว้างได้เพียงลำพัง และโอเอสที่ว่านี้ ก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในชื่อรหัส "Sonata” หรือ Mac OS 9.0 (Classic Mac OS ตัวสุดท้าย) ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนไปเป็น Mac OS X ได้ง่ายขึ้น ทันทีที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์เพียงพอ โดยส่วนสำคัญที่จะช่วยการเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา ก็คือการทำงานใน โหมดจำลองระบบ (emulator mode) ของ Mac OS X หรือที่รู้จักกันดีทุกวันนี้ในชื่อของ "Classic environment" นั่นเอง

และแล้วหลังจากที่แอปเปิลผ่านอุปสรรคต่างๆ ในวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2001 ระบบปฏิบัติการ Mac OS X ตัวแรกก็เผยโฉมออกมาในชื่อ “ชีต้า” และแอปเปิลได้บรรจุโปรแกรม iLife ใส่มาเป็นครั้งแรกด้วย แต่ด้วยความใหม่และยังมีปัญหาของระบบภายใน จึงทำให้เสือตัวแรกมีอายุไม่ยืน เพราะเดือนกันยายน ปีเดียวกัน “พูมา” เสือตัวที่สองก็ออกตามมาและเป็นเวอร์ชันที่ลูกค้ายอมรับว่าใช้งานได้จริง โดยเฉพาะงานด้านมัลติมีเดียมาถึงตรงนี้ แอปเปิลได้ส่งสัญญาณแก่นักพัฒนาโปรแกรมแล้วว่า

“ขอให้เลิกสงสัยใน Mac OS X แล้วหันมาพัฒนาโปรแกรมแบบจริงจังได้แล้ว เพราะเมื่อถึงช่วงเวลานี้ Mac OS 9 ถึงจุดสุดท้ายในฐานะพี่เลี้ยงที่แสนดีของ Mac OS X แล้ว”

ทั้งนี้ในงาน World Wide Developer Conference (WWDC) เมื่อปี 2002 สตีฟ จ็อบส์ ได้กล่าวถึง Mac OS X ตัวใหม่ “จากัวร์” และได้จัด "พิธีอำลา" ให้กับ Mac OS 9 เพื่อให้เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะบอกลา Classic Mac OS และเดินหน้าเต็มตัวในการสร้างโปรแกรมสำหรับ Mac OS X และงาน WWDC นี้เอง ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุค MAC OS X อย่างแท้จริง เมื่อ Apple ได้นำเอาจากัวร์ออกมาให้ทุกคนดูเป็นครั้งแรก ในวันที่ 24 สิงหาคม 2002 Apple ก็ได้ปล่อย Mac OS X รุ่น 10.2 ที่ใช้ชื่อว่า Jaguar ออกมาสู่ตลอด โดย จากัวร์ ถือว่าเป็นรุ่นที่พัฒนาไปจาก พูมา มากในเชิงเทคนิค และได้เพิ่มความสามารถและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างมากมาย ในระดับโครงสร้างพื้นฐานหลายตัว ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ Mac OS X มาจนถึงทุกวันนี้

เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ว่านั้น ได้แก่ Rendezvous ที่เป็นเทคโนโลยี auto-configuration networking ที่ใช้ระบบ ZeroConf (zero-configuration) นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มระบบในการวาดหน้าจอใหม่ ที่เป็นวิวัฒนาการของระบบ Quartz ในชื่อ Quartz Extreme โดยย้ายการประมวลผลสำหรับการวาดหน้าสิ่งต่างๆ บนหน้าจอไปอยู่บน Graphics Processing Unit (GPU) สำหรับเครื่องที่มีหน่วยความจำของระบบการแสดงผลมากกว่า 16MB นอกจากนี้ ยังมีระบบควบคุม LCD-antialiasing สำหรับเรื่องระบบ video & audio นั้น ก็มีการเพิ่มการซัพพอร์ท MPEG4 และ AAC ที่เป็นมาตรฐานภาพและเสียงใหม่ล่าสุดในขณะนั้น

ต่อมาในปี 2003 แอปเปิลได้ประกาศ Mac OS X เวอร์ชันใหม่ “แพนเธอร์” ที่มีฟีเจอร์ใหม่กว่าจากัวร์ถึง 150 รายการ อาทิ Finder ตัวใหม่ ที่ได้รับการเพิ่มระบบ real-time search (คล้ายๆ กับ iTunes) ที่มีความเร็วสูง และ sidebar ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ ขณะที่ TextEdit ก็ได้รับการพัฒนาให้ซัพพอร์ทไฟล์จาก Microsoft Word ระบบรักษาความปลอดภัย FileVault ที่เข้ารหัส Home folder ของผู้ใช้ เพื่อไม่ให้คนอื่นสามารถอ่านข้อมูลที่สำคัญได้ iChat AV ที่เพิ่มระบบ Audio/Video conference และ Expose ที่เรียกเสียงฮือฮาอย่างมาก เมื่อกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว หน้าต่างของแต่ละโปรแกรมทุกหน้าต่าง จะถูกย่อขนาดให้เล็กลงอย่างเหมาะสม และยังคงทำงานอยู่ เป็นต้น และเมื่อเวลาผ่านไป 1 ปีครึ่งก็ถึงเวลาของเสือตัวใหม่ นั่นคือ...ไทเกอร์

นายสตีฟ จ็อบส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอปเปิล อธิบายถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ของไทเกอร์ในงาน WWDC 2004 ว่า อันดับแรกเป็นที่ทราบว่า Mac OS X มีคอร์ของระบบที่เป็น UNIX Based และไทเกอร์ก็ได้รับการปรับปรุงระบบภายในพอสมควร นอกจากนี้ ไทเกอร์ยังสนับสนุนการทำงานระดับ 64 บิต ที่ประกอบด้วย 64 Bit Visual Memory Access สำหรับกระบวนการทำงานต่างๆ ของ 64 Bit System library, LP64 ใน GCC Compiler และยังใช้โปรแกรม 32 บิตได้ ด้วยการสนับสนุน 64 บิตนี้ ทำให้แต่ละโปรแกรมสามารถใช้หน่วยความจำได้มากกว่า 32 บิต เหมาะกับโปรแกรมที่ต้องการใช้หน่วยความจำมหาศาล เช่น การตัดต่อภาพขนาดใหญ่ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุศาสตร์ (DNA) เป็นต้น

ซีอีโอของแอปเปิล อธิบายต่อว่า ในเมื่อโลกใบนี้ ยังถูกครอบครองโดยวินโดวส์ ของไมโครซอฟท์ “ไทเกอร์” ก็ได้ปรับปรุงหลายอย่าง เพื่อให้เป็นประชากรที่ดีในโลกของวินโดวส์ นั่นคือ ทำให้ผู้ใช้แมคพบปัญหาน้อยลง ในเวลาที่เชื่อมต่อหรือทำงานร่วมกับระบบวินโดวส์ เช่น สนับสนุนการอ่านไฟล์ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ สำหรับผู้ใช้แมคที่จะเข้าไปยัง Directory Home ของวินโดวส์ และการตรวจสอบผู้ใช้จาก Active Directory ของไมโครซอฟท์

จ็อบส์ ยังกล่าวถึงฟีเจอร์ใหม่อีกว่า ในไทเกอร์จะมี Spotlight ที่มีลักษณะคล้ายกับ Search Feature ใน iTunes เป็นการปฏิวัติเทคโนโลยีการค้นหาบนเครื่องตั้งโต๊ะ ที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสิ่งต่างๆ ที่เก็บอยู่ในเครื่องได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร อีเมล์ รายละเอียดบุคคล รวมถึง รูปภาพ และ Dashboard วิธีใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญๆได้ทันที เช่น ราคาหุ้น พยากรณ์อากาศ ด้วยการใช้แอพลิเคชันที่เรียกว่า Widgets เพียงผู้ใช้เครื่องแมค กดปุ่ม F12 Widgets เหล่านี้จะโผล่ออกมาให้เลือกใช้งานทันที

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอปเปิล อธิบายถึงฟีเจอร์ใหม่ในโปรแกรมบราวเซอร์ ซาฟารี (Safari) ว่า จะมี RSS (Reality Simple Syndication) ที่เป็นระบบการนำเสนอข่าวสารแบบใหม่ ที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะเป็นการนำเสนอข่าวสารล้วนๆ ไม่มีโฆษณามาให้จุกจิกกวนใจในรูปแบบเรียบง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของบทความ ข่าวพาดหัว เว็บล็อก การแสดงรูปภาพแบบสไลด์โชว์ และระบบควบคุมการเข้าเว็บไซต์ Automator เป็นโปรแกรมช่วยในการสร้าง Workflow สำหรับงานที่ต้องทำซ้ำไปซ้ำมา โดยที่ผู้ใช้

เพียง Drag & Drop เท่านั้น สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ อาทิ iLife, iCal, Safari และอื่นๆ อีกทั้งยังเก็บเวิร์คโฟลว์ที่สร้างไว้ไปใช้งานในครั้งต่อไปได้อีกด้วย

ด้าน นายรวิทัต ภู่หลำ นักเขียนด้านไอที เว็บไซต์ แมคดีดี ดอทคอม ให้ความเห็นเกี่ยวกับ Mac OS X Tiger ว่า ต้องยอมรับว่าจากการได้อ่านปาฐกถาเปิดตัวระบบนี้ ของสตีฟ จ็อบส์แล้ว ต้องถือว่าเป็นโอเอสที่ค่อนข้างหน้าสนใจมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยี Spotlight ที่จะเปลี่ยนการใช้งานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายๆคน ในเรื่องระบบค้นหาแบบกว้าง และสมาร์ทโฟลเดอร์ อีกทั้ง Software Developer Kit: SDK หลายๆตัวที่แอปเปิลได้แจกจ่ายให้กับนักพัฒนาในงาน WWDC เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาโปรแกรมทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่น จากบริษัทใหญ่ๆ ตลอดจนนักพัฒนาเดี่ยวๆที่ทำเป็นงานหลัก หรืองานอดิเรกพัฒนาโปรแกรมได้ง่ายขึ้น

เนื่องจากนักพัฒนาจะโฟกัสไปที่โปรแกรมในระดับ User Interaction และ User Experience ได้มากขึ้น โดยที่ตัวระบบ Mac OS X จะจัดการปัญหาในระดับ Low Level ให้เอง จึงคิดว่าจำนวนโปรแกรมบนเครื่องแมคน่าจะเพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้นี้ ส่วนฟีเจอร์อีกตัวที่น่าสนใจคือ Automator ที่ช่วยในการทำงานแบบตามขั้นตอนอัตโนมัติ ด้วยการ Drag - Drop & Select ที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น และน่าจะเป็นการสอนแนวคิดเบื้องต้นสำหรับการเขียนโปรแกรม แก่ผู้ใช้ทั่วไปได้ง่ายขึ้นพอสมควร ดังนั้น การเขียนโปรแกรมในลักษณะนี้อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัว อีกต่อไป

ทั้งหมดนี้คือ เส้นทางการพัฒนาของระบบปฏิบัติการ Mac OS X ไทเกอร์ เสือโครงตัวล่าสุดจากแอปเปิล ที่จะเป็นโอเอสในฝันของประชาชนชาวแมคอินทอช ให้ทำงานได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ลดปัญหาในการติดต่อกับวินโดวส์ของไมโครซอฟท์

จากเรื่องราวทั้งหมดที่กล่าวมา หลายคนคงรู้สึกว่า เครื่องแมค ไม่ได้ใช้ยากหรือซับซ้อนอีกต่อไป แต่เป็นพีซีอีกแบบที่ทรงประสิทธิภาพแต่ไม่ได้ใช้โอเอส เป็นวินโดวส์ที่กำลังถูกไวรัส หนอนอินเทอร์เน็ต แอดแวร์ สปายแวร์ บุกเจาะง่ายๆเท่านั้น...

โดย จุลดิส รัตนคำแปง [email protected]

ขอบคุณ บทความจาก นสพ.ไทยรัฐ

Power Mac G5 2.7 GHz

Sat, 2005-05-14 - 00:00

ผมไม่ได้กล่าวถึงตัวคอมพิวเตอร์ของแอปเปิลในส่วนที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เสียนาน เพราะมัวแต่ติดตามกระแสแฟชั่นของ iPod และความสุดยอดของระบบปฏิบัติการ 10.4 อยู่ และก็เป็นช่วงที่ทางแอปเปิลเองก็ไม่ได้ออกผลิตภัณฑ์ในส่วนของฮาร์ดแวร์ใหม่ด้วย จะมีก็ก่อนหน้าที่ Apple จะปล่อยตัวไทเกอร์นี่ และครับที่แอปเปิลประกาศตัว PowerMac G5 2.7GHz ออกมาตัดหน้าเจ้าเสือไทเกอร์ 2 วัน หลังจากนั้นต้นเดือน แอปเปิลก็เปิดตัว iMac G5 และ eMac ตัวใหม่ออกตามมาสมทบอีกครั้ง

และด้วยความกระตือรือร้นของแฟนแมคพันธุ์แท้ที่อยากจะฟังข่าวว่าเมื่อไร แอปเปิลจะเปิดตัว PowerBook G5 เสียที ทำให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกมาของแอปเปิลไม่ค่อยได้รับความฮือฮาเท่าที่ควร เพราะหลายท่านทราบว่าเป็นเพียงแค่การปรับประสิทธิภาพสูงขึ้นเท่านั้น ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาใหม่แต่อย่างใด

เพาเวอร์แมค จี5 ใหม่ทุกเครื่องในขณะนี้ จะมีการติดตั้งซูเปอร์ไดร์ฟความเร็ว16X (Double-Layer)ที่สามารถบันทึกแผ่นดีวีดีความจุ 8.5 กิกะไบต์ได้ทันที,หน่วยความจำมาตรฐานขนาด 512 เมกะไบต์(สามารติดตั้งเพิ่มได้สูงสุด 8 กิกะไบต์), กราฟฟิกการ์ด ATI Radeon 9600 128MB /ATI Radeon 9650 256MB และฮาร์ดไดร์ฟขนาดใหญ่สามารถเพิ่มได้ถึงขนาด 800 กิกะไบต์ และด้วยตัวเครื่องอะลูมิเนียมพร้อมระบบระบายอากาศอันยอดเยี่ยมไม่มีเสียงรบกวน ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลใจเรื่องความร้อนในระหว่างการทำงาน พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐานต่างๆ ตามแต่ละรุ่น ได้แก่ กิกะบิต อีเทอร์เน็ต(10/100/1000), ยูเอสบี 2.0,ไฟร์ไวร์ 800/400,PCI-X หรือ PCI expansion slots, ดิจิทัลออดิโอ อินพุท-เอาท์พุท และอนาล็อก ออดิโอ อินพุทและเอาท์พุท มาให้อย่างครบครัน

เพาเวอร์แมค G5 ที่ทางแอปเปิลเปิดตัวมา ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในขณะนี้ คือ นอกจากจะมีความเร็วสูงถึง 2.7 GHz แล้ว ยังมีการติดตั้งการ์ดจอที่สามารถใช้งานกับ จอภาพ 30 นิ้ว ของแอปเปิลได้เลยทันที และก็มีฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุถึง 250 GB ติดตั้งมาด้วยสามารถทำงานประมวลผลขนาดใหญ่ หรืองานตัดต่อภาพยนตร์ วิดีโอได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญก็คือการที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Mac OS 10.4 "Tiger" ช่วยทำให้ PowerMac G5 ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ 64 บิต ได้อย่างแท้จริง

สำหรับความสามารถของ การทำงานแบบ 64 บิต ที่มีการทดลองใช้กับ เพาเวอร์แมค G5 ด้วยการลงระบบปฏิบัติการ Mac OS 10.4 และก็ลองใช้กับ Adobe Photoshop CS2 สิ่งที่ได้แตกต่างขึ้นมาก็คือ ตัวโปรแกรม Photoshop สามารถทำงานได้ที่หน่วยความจำ 3 GB ทั้งๆ ที่ทาง Adobe ยังไม่ได้ทำโปรแกรม Adobe Photoshop ให้รองรับการใช้งานใน Mac OS X 10.4 ได้อย่างเต็มที่เลย ตรงนี้แหละครับที่จะมาช่วยการทำงานตกแต่งภาพขนาดใหญ่ได้

นอกจากเพาเวอร์แมค G5 แล้ว ทางแอปเปิลยังได้เปิดตัว ไอแมค จี5 รุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมกับโปรเซสเซอร์เพาเวอร์พีซี จี 5 ความเร็ว 2 กิกะเฮิรตซ์ โดยมี Airport Extreme และ Bluetooth ติดตั้งมาในตัว และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพขึ้นมาหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นกราฟฟิก การ์ด ที่มีความเร็วเพิ่มขึ้น ซูเปอร์ไดร์ฟประสิทธิภาพสูง(8X Double-Layer) ไอแมค จี 5 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 17 นิ้ว(1440x900 pixel) และ 20 นิ้ว(1680x1050 pixel) ด้วยความหนาเพียง 2 นิ้วเท่านั้น

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.apple.com นะครับ และสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนระบบปฏิบัติการมาเป็นเจ้าเสือไทเกอร์ ในช่วงนี้ยังอยู่ในเวลาพิเศษสำหรับการได้รับนาฬิกาข้อมือของแอปเปิลอยู่นะครับ แถมได้ลุ้นเป็นเจ้าของรถเก๋งคันงามอีกด้วย รายละเอียดสอบถามตัวแทนจำหน่ายของแอปเปิลได้ครับ

โดย ขจร พีรกิจ

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

แอปเปิ้ลเปิดตัว iTunes stores ในยุโรปเพิ่มอีก 4 ประเทศ

Wed, 2005-05-11 - 00:00

แอปเปิ้ลทำการขยายตลาดเพิ่มขึ้นสำหรับร้านขายเพลงออนไลน์ "iTunes online music store" เพิ่มเติมในประเทศเดนมาร์ค นอร์เวย์ สวีเดน และ สวิสเซอร์แลนด์

สำหรับร้านขายเพลงออนไลน์นี้ จะต้องใช้คู่กับเครื่องเล่นเพลงดิจิจตอลสุดฮิตของแอปเปิ้ล นั่นคือ iPod เมื่อ 11 เดือนที่แล้วแอปเปิ้ลได้ทำการเปิดตัวในตลาดยุโรปโดยเริ่มต้นที่ เกาะอังกฤษ ฝรั่งเศษ และเยอรมัน

แอปเปิ้ลยังกล่าวว่า มีเพลงมากกว่า 400 ล้านเพลงใน 19 ประเทศ เริ่มตั้งแต่ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

สำหรับผู้ที่ดาวน์โหลดในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จะได้รับโปรโมชั่นดาวน์โหลดเพลงฟรี ในส่วนที่ใช้บริการร่วมกัน ธนาคารสวิส (Swiss bank) ในการเปิดตัวร้านค้าออนไลน์เพิ่มในยุโรปครั้งนี้ จะเปิดตัวกับวง The Cardigans และ Stereophonics แอปเปิ้ลกล่าว

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

ข้อมูลเพิ่มเติม ... Apple launches four new European iTunes stores

Dashboard จิ๋วแต่แจ๋ว

Thu, 2005-05-05 - 00:00

เปิดตัวไปแล้วทั่วโลกระบบปฏิบัติการ Mac OS 10.4 หรือที่เราเรียกว่า ไทเกอร์ หลายๆ คนคงจะได้ใช้งานกันบ้างแล้ว แต่สำหรับบางท่านที่ยังไม่กล้าที่จะลองใช้ระบบปฏิบัติการใหม่นี้ เพราะกลัวจะมีผลถึงข้อมูลเก่าและกลัวว่าการทำงานจะมีปัญหา วันนี้ผมจะขอรายงานผลการลงระบบปฏิบัติการ Mac OS X10.4 มาให้อ่านกันเพื่อจะได้เป็นข้อมูลตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนมาใช้งานดีหรือไม่

สำหรับผู้ที่ซื้อเครื่องใหม่จะไม่มีปัญหาในเรื่องการติดตั้งแน่นอน แต่ผู้ที่ทำงานอยู่แล้วและมีข้อมูลในเครื่องมากมายนั้น การที่จะต้องมาทำการฟอร์แมทเครื่องใหม่ หรือทำการติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ใหม่นั้น คงไม่สะดวกแน่ ดังนั้น ในกรณีของผมจึงต้องใช้วิธีติดตั้งแบบ Upgrade โดยให้เครื่องจัดการโดยอัตโนมัติ เพียงแต่ว่าวิธีการที่ผมติดตั้งแบบนี้ต้องอดทนหน่อยนะครับ เพราะหลังจากติดตั้งเสร็จเครื่องจะทำการ Restart ขึ้นมา และจะทำการ Indexing ข้อมูลใหม่และใช้เวลานานทีเดียว ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูลที่อยู่ในเครื่อง เพื่อจะได้ใช้งานในความสามารถของ Spotlight ได้อย่างไม่มีปัญหา

ในกรณีของการติดตั้งแบบ Upgrade หลังจากที่ทำการติดตั้งแล้ว ผมขอแนะนำให้ทำการ Repair permission เสียก่อนโดยไปที่ Utilities>Disk Utility และเลือกคำสั่ง Repair permission และเป็นเรื่องที่ควรจะทำแบบนี้ทุกครั้งที่มีการ Update System หรือการ Update โปรแกรมต่างๆ

เมื่อทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เรามาดูกันว่าเจ้าเสือไทเกอร์ตัวนี้มีดีอย่างไรบ้าง ความสามารถอย่างหนึ่งของระบบปฏิบัติการใหม่ ที่ทางแอปเปิลนำมาเป็นจุดขายอย่างหนึ่งก็คือ Dashboard ที่ทาง Apple ได้นำสัญลักษณ์ของโปรแกรมนี้มาพิมพ์ที่เสื้อยืดสำหรับงานเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่นี้โดยเฉพาะ

โปรแกรม Dashboard เป็นโปรแกรมที่รวบรวมโปรแกรมย่อยต่างๆ มาให้ใช้งานโดยไม่ต้องยุ่งยากกับการเปิดใช้งานโปรแกรมต่างๆ เพราะโปรแกรมนี้จะทำงานอยู่หลังฉากพร้อมที่จะถูกใช้งาน และพร้อมที่จะปิดตัวเองออกไป ประกอบด้วย โปรแกรมย่อยๆ ที่เราจะเรียกว่า Widgets เป็นโปรแกรมที่ทางแอปเปิลเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาสามารถสร้างมาใช้งานได้ โดยหลังจากที่ไทเกอร์ได้ประกาศตัวอย่างเป็นทางการ บรรดาผู้ที่พัฒนา Widgets ได้ทำการปล่อยตัวโปรแกรมเหล่านั้นออกมาให้ผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการใหม่ได้ใช้งานกันอย่างมากมาย

ผมจะยกตัวอย่างโปรแกรมย่อยๆ เหล่านี้ที่สามารถใช้งานได้ ก็คือ โปรแกรมแปลงค่าต่างๆ เช่น อัตราแลกเปลี่ยน หน่วยวัดมาตราต่างๆ หรือโปรแกรมสำหรับแปลภาษา เช่นต้องการแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาจีน หรือญี่ปุ่น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีเกม มีลูกเล่นต่างๆ สามารถเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.apple.com/downloads/macosx/dashboard/

โปรแกรมย่อยๆ ที่เราเรียกกันว่า Widgets นี้ ส่วนใหญ่จะมีให้ดาวน์โหลดฟรี และเป็นโปรแกรมที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก หลังจากที่เราดาวน์โหลดมาแล้ว เจ้าตัว Widgets นี้จะเข้าไปติดตั้งใน Dashboard โดยอัตโนมัติ พร้อมให้เราสามารถเลือกไปใช้งานได้เลย (โปรแกรมนี้จะเข้าไปอยู่ที่ ~Library>Widgets)

มีหลายท่านได้สอบถามมาว่า Mac OS X10.4 นี้สามารถติดตั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นไหนได้บ้าง และควรจะเปลี่ยนมาใช้ดีไหม ผมขอตอบแบบฟันธงว่า เจ้าเสือตัวนี้เลี้ยงง่ายครับ หมายถึงสามารถลงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของแอปเปิล ที่ใช้ชิพ G3 ขึ้นไป แต่ถ้าความเร็วน้อยๆ ควรจะมีหน่วยความจำมากกว่า 512 MB และที่สำคัญบางรุ่นที่การ์ดจอมีหน่วยความจำน้อย อาจจะไม่สามารถแสดงลูกเล่นเอฟเฟกต์บางอย่างได้ แต่สามารถทำงานได้นะครับ

ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ตัวนี้ช่วยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานได้เร็วขึ้นครับ ซึ่งต่างจากระบบปฏิบัติการที่ผ่านๆ มา หลายคนมักจะบอกว่ายิ่ง Upgrade รู้สึกว่าเครื่องทำงานช้าลง ผมยืนยันครับ Mac OS X10.4 ช่วยให้เครื่องคุณเร็วขึ้นแน่นอน แต่ผมขอความรวมมือพวกเราช่วยกันใช้ของลิขสิทธิ์กันเถอะครับ เพราะเราจะได้มีกำลังที่จะพูดคุยกับแอปเปิลได้บ้าง ที่สำคัญ ผมมีพรายกระซิบว่าต่อไปนี้แอปเปิลจะมีนโยบายคล้ายกับ Adobe ที่กำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้ เพียงแต่ Apple ไม่มีการเตือนล่วงหน้าครับ

โดย ขจร พีรกิจ

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

แอปเปิ้ลอัพเกรด iMac G5

Wed, 2005-05-04 - 00:00

แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ เปิดตัว iMac G5 รุ่นอัพเดท โดยรุ่นใหม่นี้จะมากับระบบปฏิบัติการ Tiger และติดตั้ง AirPort Extreme และ Bluetooth wireless มาด้วย

iMac G5 รุ่นใหม่มีให้ขนาดจอภาพให้เลือก 2 ขนาด คือ 17 และ 20 นิ้ว สามารถแสดงความละเอียดหน้าจอได้ถึง 1440x900 และ 1680x1050 พิกเซล ตามลำดับ หน่วยความจำ 512MB และใช้กราฟิกการ์ด ATI Redeon 9600 หน่วยความจำ 128 MB มีช่องสำหรับ FireWire 400 2 ช่อง และ USB 2.0 3 ช่อง (และ USB 1.1 จำนวน 1 ช่อง ที่คีย์บอร์ด)

สำหรับรุ่นหน้าจอ 17 นิ้ว ใช้โปรเซสเซอร์ G5 1.8GHz ฮาร์ดดิส 160GB ไดรฟ์ซีดีชนิด Slot-load Combo ราคาเริ่มต้นที่ 1,299 เหรียญสหรัฐ

รุ่นหน้าจอ 17 นิ้วใช้โปรเซสเซอร์ 2.0GHz ฮาร์ดดิส 160GB ไดรฟ์ซีดีชนิด Slot-load SuperDrive double-layer ความเร็ว 8x ราคาอยู่ที่ 1,499 เหรียญฯ

และรุ่นหน้าจอ 20 นิ้ว ใช้โปรเซสเซอร์ 2.0GHz ฮาร์ดดิส 250GB ไดรฟ์ซีดีชนิด Slot-load SuperDrive double-layer ความเร็ว 8x ราคา 1,799 เหรียญฯ

ข้อมูลเพิ่มเติม... Apple Upgrades iMac G5

อ้างอิง... Apple iMac G5

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

แอปเปิ้ลเปิดตัว QuickTime 7 สำหรับ Panther

Sat, 2005-04-30 - 00:00

แม้ว่า QuickTime เวอร์ชั่นใหม่ (v7) จะรวมอยู่ใน Mac OS X v10.4 หรือว่า Tiger แล้ว แต่แอปเปิ้ลก็ยังคงให้ QuickTime 7 สามารถทำงานร่วมกับ Mac OS X v10.3 หรือ Panther ได้ด้วยเช่นกัน ในการอัพเดทครั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของแอปเปิ้ล หรือผ่านทาง Software Update ได้เช่นกัน

ในเวอร์ชั่นใหม่ของ QuickTime นั้น มีความสามารถในการทำงานในระบบของวิดีโอที่ใช้ H.264 หรือที่รู้กันว่าเป็น Advance Video Codec (AVC) ทำให้สามารถแสดงผลได้ชัดแม้จะมีการขยายขนาดการแสดงผล รวมทั้งมีปุ่มควบคุมการทำงานในขณะแสดงภาพแบบเต็มหน้าจอ

QuickTime 7 สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี แต่ความสามารถบางอย่างนั้นไม่สามารถใช้งานได้ หากต้องการอัพเกรดให้เป็นเวอร์ชั่น Pro จะต้องชำระเงินจำนวน 29.99เหรียญสหรัฐ เพื่อให้ได้ความสามารถที่ครบถ้วน

สำหรับความต้องการพื้นฐานสำหรับ QuickTime 7 นั้นจะต้องเป็นเครื่อง แมคอินทอช G3/400MHz ขึ้นไป แรมอย่างน้อย 128MB และใช้ Mac OS X Panther v10.3.9

ส่วน QuickTime 7 สำหรับ Windows นั้นยังคงต้องรอไปก่อน โดยในตอนนี้แอปเปิ้ลยังคงเปิดให้ดาวนโหลด QuickTime 6.5 สำหรับ Windows 98, ME, 2000 และ Xp

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

ไทเกอร์พร้อมแล้ว

Fri, 2005-04-29 - 00:00

พรุ่งนี้แล้วครับ ระบบปฏิบัติการแมคอินทอชตัวใหม่ Mac OS X 10.4 ที่มีชื่อเรียกว่า Tiger ก็พร้อมกระโจนออกสู่สายตาผู้ใช้งานทั่วโลกหลัง 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นับเป็นครั้งแรก ที่ประเทศไทยของเราจะได้ใช้งานระบบปฏิบัติการใหม่ก่อนอเมริกา 12 ชั่วโมง เมื่อนับจากเวลาที่ต่างกัน

สำหรับในบ้านเราทางแอปเปิลประเทศไทย ได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่สยามดิสคัฟเวอรี ในวันที่ 29 และ 30 เมษายน คือวันพรุ่งนี้แล้วครับ และก็จะเริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการหลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป

ข่าวดีสำหรับผู้ที่ซื้อเจ้าไทเกอร์กลับไปใช้งานที่บ้านในวันเปิดตัวก็คือ จะได้รับนาฬิกาข้อมือของแอปเปิลไว้ใช้ พร้อมพวงกุญแจแอปเปิลที่สั่งผลิตโดยแอปเปิลโดยตรง นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อไทเกอร์ระหว่างวันที่ 29 เมษายน จนถึงวันที่ 26 มิถุนายน นอกจากจะได้นาฬิกาแอปเปิลแล้ว ยังมีลุ้นได้เป็นเจ้าของรถ Toyota Vios อีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ โทร.0-2681-2081 หรือ 0-2640-3000

ในงานเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Mac OS X 10.4 ในวันที่ 29 เมษายนนี้ จะเป็นการสาธิตความสามารถใหม่ๆ ของเจ้าไทเกอร์ว่าแตกต่างอย่างไรกับเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ เพราะแอปเปิลได้ประกาศว่าเจ้าไทเกอร์นี้มีความสามารถใหม่เพิ่มขึ้นมากถึง 200 อย่าง เราก็คงต้องไปฟังการสาธิตกัน

สิ่งที่น่าจับตาและผมจะให้เป็นข้อมูลไว้สำหรับการซักถามกับวิทยากรก็คือ เรื่อง QuickTime 7 H.264/AVC (Advanced Video Coding) เป็นเทคโนโลยีมาตรฐานใหม่ สำหรับภาพยนตร์ ซึ่งรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า MPEG-4 Part 10 ซึ่งเทคโนโลยีนี้ จะเป็นมาตรฐานในงานด้าน Video ในอนาคต โดยจุดเด่นคือ ความสามารถด้านการบีบอัดข้อมูลที่มากขึ้น ทำให้ได้ภาพที่คมชัดขึ้นในขนาดไฟล์ (data rates หรือ bit rates) ที่เท่าเดิม และยังสามารถ scale ได้ตั้งแต่การเล่นภาพเคลื่อนไหวในโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์พกพาต่างๆ เช่น PDA ไปจนถึงงาน High-Definition (HD) video

ไทเกอร์ จะใช้เทคโนโลยีตัวนี้ในระบบ Quicktime ซึ่งส่งผลให้โปรแกรมต่างๆ ที่ใช้ Quicktime เทคโนโลยี เช่น iChat, Final Cut Pro HD ได้ภาพที่มีคุณภาพมากขึ้น คมชัดขึ้น อีกด้วย

สิ่งที่เราจะได้เห็นใน QuickTime 7 ก็คือการปรับขนาดในการใช้งานแบบ Live resize ระบบเสียงที่เป็น Surround และเทคโนโลยีของ QuickTime 7 เป็นมาตรฐานสำหรับ Blu-Ray และ HD-DVD ด้วยครับ

ที่ผมนำรายละเอียดของงานมาเล่าให้พวกเราทราบกัน ก็เพราะว่าอยากเชิญชวนให้เราไปที่งาน ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีความประสงค์ที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ก็ตาม เพราะผมอยากให้เราไปดูแนวโน้มของการจัดการกับระบบปฏิบัติงานใหม่ ว่า เราจะต้องปรับตัวในการใช้งานอย่างไรบ้าง

โดย ขจร พีรกิจ

ขอบคุณ บทความ(บางส่วน) จากกรุงเทพธุรกิจ

Apple ดัมพ์ราคา Cinema Displays

Thu, 2005-04-28 - 00:00
Apple ดัมพ์ราคา Cinema Displays

เมื่อวันพุธ(27) ที่ผ่านมา Apple ประกาศลดราคา จอภาพ flat panel Cinema Displays โดยในขนาด 20 นิ้ว เหลือเพียง 799 เหรียญสหรัฐ และ 23 นิ้ว เหลือเพียง 1,499 เหรียญฯ ลดลงจากเดิม 200 และ 300 เหรียญฯ ส่วนในขนาด 30 นิ้ว ยังคงตั้งราคาไว้ที่ 2,999 เหรียญสหรัฐ

สายการผลิตของ Cinema Displays นั้นเป็นจอภาพแบบ widescreen (อัตราส่วน 16:10) ประกอบด้วยอลูมิเนียม ดีไซน์เข้าชุดกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น PowerMac และ PowerBook จอภาพ Cinema Displays นี้มาพร้อมกับสายเชื่อมต่อสัญญาณแบบ Digital Visual Interface (DVI) สามารถใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac และ PC มีช่องเสียบ FireWire 400 สองช่อง และ USB 2.0 อีกสองช่อง พร้อมความสามารถในการแสดงผลแบบ Video Electronics Standards Association (VESA) ในรุ่น 20 น้ิวสามารถแสดงผลหน้าจอด้วยความละเอียดสูงสุด 1680x1050 พิกเซล ส่วน 23 และ 30 นิ้ว สามารถแสดงความละเอียดได้ถึง 1920x1200 และ 2560x1600 พิกเซล ตามลำดับ

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

แอปเปิ้ลดัน Power Mac G5 สู่ 2.7GHz

Thu, 2005-04-28 - 00:00

แอปเปิ้ลเปลี่ยนความเร็วของคอมพิวเตอร์ Power Mac G5 จากเดิม 2.5 ไปที่ 2.7GHz โดยจำหน่ายมากับ Mac OS X v10.4 "Tiger" พร้อมหน่วยความจำ 512MB และ SuperDrive ชนิด dual-layer ความเร็ว 16x ในส่วนของราคานั้น Apple ได้ตั้งราคาเครื่องรุ่นใหม่ไว้ที่ 2,999 เหรียญสหรัฐ

สำหรับรุ่นอื่นความเร็วเริ่มต้น 1.8GHz single-processor หน่วยความจำ 256MB ช่องสำหรับการ์ดแบบ PCI 3 ช่อง การ์ดแสดงผล AGP 8x frontside bus 600MHz ราคาอยู่ที่ 1,499 เหรียญฯ

ข้อมูลเพิ่มเติม... Apple bumps Power Mac G5s to 2.7GHz

อ้างอิง... Power Mac G5, The 64-bit professional dream machine.

Amazon เผยความลับ Power Mac G5 รุ่นใหม่

Wed, 2005-04-27 - 00:00

Amazon.com เผิดความลับ Power Mac G5 รุ่นใหม่ อย่างไม่เป็นทางการ โดยในเว็บไซต์ขายของยอดนิยมนี้ ได้มีรายชื่อสินค้า Power Mac G5 รุ่น 2.7GH dual-processor หน่วยความจำ 512MB ฮาร์ดดิส 250GB พร้อมทั้ง SuperDrive dual-layer ความเร็ว 16x โดยทาง Amazon ได้ตั้งราคาเครื่องรุ่นใหม่นี้ ไว้ที่ 2,994.99 เหรียญสหรัฐ

ปัจจุบัน (วันที่ 27 เม.ย. 2005) Power Mac G5 รุ่นล่าสุด ของ Apple คือ 2.5GHz dual-processor หน่วยความจำ 512MB ฮาร์ดดิสขนาด 160GB และ SuperDrive ความเร็ว 8x โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2,999 เหรียญสหรัฐ

ข้อมูลเพิ่มเติม ... Amazon spills the beans on new Power Mac G5

อ้างอิง ... Apple Power Mac G5 Desktop M9749LL/A (Dual 2.7 GHz PowerPC G5, 512 MB RAM, 250 GB Hard Drive, 16x Dual Layer SuperDrive)

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

Apple อัพเดทเวอร์ชั่น GarageBand 2.0.1

Tue, 2005-04-26 - 00:00

แอปเปิ้ล ได้ทำการอัพเดทเวอร์ชั่น ของโปรแกรมแต่งเพลง GarageBand เป็น 2.0.1 โดยซอฟต์แวร์ GarageBand นี้ได้รวมอยู่ในชุดโปรแกรม iLife &39;05

"GarageBand 2.0.1 ได้เพิ่มความสามารถในการ ทำซ้ำ tracks การทำงานของ playhead ที่ทำงานกับ grid เพิ่มเสียงเครื่องดนตรี ความเที่ยงตรงในการควบคุมความดัง และการเปลี่ยนเสียงต่างๆ ให้เหมือนจริงมากขึ้น" แอปเปิ้ลอธิบาย

ดาวน์โหลดตัวอัพเดทขนาด 14MB ได้ที่เว็บไซต์ Apple หรือสามารถดาวน์โหลดผ่านทาง Software Update ใน system preference ได้เช่นกัน สำหรับความต้องการในการอัพเดทครั้งนี้คือ จะต้องมี GarageBand 2.0 และระบบปฏิบัติการ Mac OS X เวอร์ชั่น 10.3.4 ขึ้นไป

ข้อมูลเพิ่มเติม ... Apple releases GarageBand 2.0.1

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

เตรียมตัวต้อนรับเจ้าเสือ Tiger

Thu, 2005-04-21 - 00:00

อีกเพียงแค่อาทิตย์เดียวเราก็จะได้เห็นระบบปฏิบัติการใหม่ของแอปเปิลออกมาวางตลาดพร้อมกันทั่วโลก ซึ่งระบบปฏิบัติการใหม่ที่กล่าวถึงนี้ก็คือ Mac OS X10.4 ที่มีชื่อเรียกขานว่า "ไทเกอร์"

ระบบปฏิบัติการใหม่ Mac OS X 10.4 ของแอปเปิลที่กล่าวถึงนี้ ถือว่าแอปเปิลได้ทำการพัฒนาประสิทธิภาพความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า Mac OS X นั้น มี core ของระบบเป็น BSD ซึ่งก็คือ UNIX-base และงวดนี้แอปเปิลได้ทำการปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนของ UNIX หลายประการด้วยกัน

สิ่งที่เจ้าไทเกอร์ทำได้เพิ่มขึ้นก็คือการสนับสนุนการใช้งานระดับ 64 บิต ได้แก่ 64 bit virtual memory access สำหรับการทำการประมวลผลต่างๆ 64 bit system library, LP64 ใน GCC compiler และยังสามารถที่จะใช้ 32 บิต โปรแกรมได้ ซึ่งการสนับสนุน 64 บิต นี้ ทำให้แต่ละโปรแกรมสามารถใช้หน่วยความจำได้มากกว่า 32 บิต ดังนั้น จึงเหมาะกับโปรแกรมและการใช้งานที่ต้องการใช้หน่วยความจำมากๆ เช่น งานแอนิเมชัน การตกแต่งภาพขนาดใหญ่ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ในส่วนที่ผู้ใช้งานอย่างเราสามารถแตะต้องเป็นรูปธรรมได้ง่ายๆ ของเจ้าเสือตัวนี้ ผมขอเริ่มจากการทำงานร่วมกันกับระบบปฏิบัติการวินโดว์สที่เป็นคำถามของหลายคนที่ยังลังเลอยู่ว่าจะใช้แมคดีหรือไม่ ความจิงแล้วในระบบปฏิบัติการปัจจุบัน คือ 10.3.X ก็สามารถทำงานร่วมกับวินโดว์สได้ดีอยู่แล้ว และมาถึงเจ้าไทเกอร์ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนไฟล์ การเชื่อมต่อระหว่างระบบ การใช้งานในรูปแบบ HTML email และที่เด็ดไปกว่านั้นคือใน TextEdit ตัวใหม่ของไทเกอร์สามารถรองรับงานตารางจาก MS Word ได้อีกด้วย

ความสามารถที่เป็นจุดขายของไทเกอร์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความสามารถในการสืบค้นหาข้อมูล ที่แอปเปิลตั้งชื่อความสามารถนี้ว่า Spotlight ที่สามารถค้นหาทุกๆ อย่างที่อยู่ในเครื่องของคุณได้ในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นชื่อไฟล์ หัวข้อเรื่อง หรือ Metadata และเป็นการค้นหาที่เรียกว่า Live update-results เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ณ บัดนั้นกันเลย ที่สำคัญสามารถค้นหาได้ด้วยภาษาต่างๆ ทั้งภาษาทางด้านตะวันออกกลาง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หลากหลายภาษา รวมจนถึงภาษาไทยก็สามารถใช้ได้ครับ

ผมอธิบายเพิ่มเติมเรื่อง Spotlight อีกนิดแล้วกันนะครับว่าสิ่งที่ไม่เหมือนการค้นหาแบบเดิมก็คือ เราสามารถพิมพ์ค้นหาคำที่อยู่ในไฟล์งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น PDF หรือ Keynote (ที่เคยทดลองเฉพาะการทำงานจากโปรแกรมของแอปเปิล) รวมไปถึงรูปภาพต่างๆ สามารถค้นหาได้เกือบทุกภาษาอย่างที่กล่าวข้างต้น

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบของเล่นจุกๆ จิกๆ คราวนี้ไม่ผิดหวังแน่ เพราะเจ้าไทเกอร์ตัวนี้ยังมี Dashboard ที่ใช้เทคโนโลยีของ Expose&39; ของระบบปฏิบัติการ Dashboard เป็นโปรแกรมในลักษณะช่วยการทำงานเสียมากกว่าที่เป็นโปรแกรมใช้งานที่เต็มรูปแบบ โดยจะมีโปรแกรมที่เราเรียกว่า Widgets เป็นโปรแกรมย่อยๆ เพื่อให้ใช้งานด้านต่างๆ เช่น เป็นเครื่องคิดเลข ปฏิทิน นาฬิกา ฯลฯ ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้จะทำงานในฉากหลัง และไม่รบกวนพื้นที่ใน Dock และบน Desktop เมื่อผู้ใช้กดปุ่มเพียงปุ่มเดียว โปรแกรม Widgets เหล่านี้ก็จะแสดงตัวเองออกมาให้เราได้เลือกใช้ และเมื่อกดปุ่มเดิม Widgets เหล่านี้ก็จะกลับไปอยู่ใน background mode ตามเดิม

มาดูในด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ตกันบ้าง เริ่มต้นที่โปรแกรม Mail 2 เพิ่มความสามารถในการค้นหาได้ด้วยความสามารถของ Spotlight มีการปรับปรุงหน้าตาใหม่ สามารถแก้ไข HTML ได้ เชื่อมต่อกับดอทแมค และสุดท้ายสามารถดูภาพที่แนบมากับ email ได้ในรูปแบ Slideshow รวมถึงปุ่มที่สามารถคลิกภาพเข้าไปเก็บไว้ที่ iPhoto ได้เลย นอกจากนี้ ในส่วนโปรแกรม Web browser อย่าง Safari ที่จะมาพร้อมกับ Tiger ก็จะมีความสามารถในการใช้งาน RSS (Really Simple Syndication) ซึ่งเป็นระบบการนำเสนอข่าวสาร (news feeds) แบบใหม่ ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันติดตั้งมาให้ด้วย

ยังมีความสามารถเพิ่มเติมอีกหลายอย่างที่ทางแอปเปิลบอกว่ามีทั้งหมด 200 กว่ารูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Mac Sync, Core Media Technology, QuickTime 7 หรือความสามารอย่าง Automator ที่เปรียบเสมือนการเขียน Action สั่งงานบนโปรแกรมประเภท Photoshop แต่เรานำมาทำงานในการสั่งให้ระบบปฏิบัติการในเครื่องทำงาน Workflow ต่างๆ ด้วยการคลิกครั้งเดียว ทั้งหมดนี้ผมจะนำมาอธิบายเป็นส่วนๆ อีกครั้งหนึ่งครับ

โดย ขจร พีรกิจ

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

แอปเปิ้ลอัพเดท Mac OS X v10.3.9

Sat, 2005-04-16 - 00:00

Mac OS X v10.3 "Panther" ได้ปล่อยตัวอัพเดทเล็กๆ ออกมาก่อนจะถึงวันกำหนดขาย Mac OS X v10.4 "Tiger" ในวันที่ 29 เมษายน 2005 นี้ โดยเมื่อวันศุกร์ (15 เม.ย.) ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้เปิดให้อัพเดท Mac OS X v10.3.9 โดยให้ข้อมูลว่าได้ปรับปรงุให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยสามารถดาวน์โหลดได้จากระบบ Software Update และยังสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Apple โดยตรง Mac OS v10.3.9 ได้ทำการอัพเดทในหลายส่วนเช่น Stickies, Safari, Finder และอีกหลายอย่าง

ข้อมูลเพิ่มเติม... Apple releases Mac OS X v10.3.9 Download Mac OS X v10.3.9

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

แอปเปิิ้ลกำหนดวันส่ง Tiger แล้ว 29 เม.ย. นี้

Wed, 2005-04-13 - 00:00

แอปเปิ้ลกำหนดวันส่งระบบปฏิบัติการรุ่นต่อไป Mac OS X Tiger โดยบริษัทระบุว่าจะทำการส่งของให้ลูกค้าตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็นของวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2005 นี้ และสามารถสั่งจองออนไลน์ได้ทาง Apple Store โดย Tiger นี้กำหนดราคาไว้ที่ 129 เหรียญสหรัฐ

ราคาแพคเกจสำหรับหนึ่งเครื่องกำหนดไว้ 129 เหรียญ และสำหรับแพคเกจครอบครัว (Family Pack) ซื้อครั้งเดียว ใช้ได้ห้าเครื่อง ราคาอยู่ที่ 199 เหรียญ โดยคอมพิวเตอร์ที่จะใช้ Mac OS X Tiger จะต้องมีแรมอย่างน้อย 256 MB และใช้โปรเซสเซอร์ PowerPC G5, G4 หรือ G3 และจะต้องมีช่องสำหรับต่อ FireWire ด้วย

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ืที่ www.apple.com/macosx/

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

ไมโครซอฟยืนยันทำงานร่วมกับ Tiger ได้ไม่มีปัญหา

Wed, 2005-04-13 - 00:00

บริษัทไมโครซอฟ ได้กล่าวว่าโปรแกรมของไมโครซอฟสำหรับ Mac สามารถทำงานร่วมกับ Mac OS X เวอร์ชั่น 10.4 "Tiger" ได้ไม่มีปัญหา หลังจากที่ Apple ได้กำหนดวันเปิดขาย Tiger ในวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2005 นี้ ในส่วนของไมโครซอฟก็มั่นใจว่า Office 2004 ทำงานรวมกับเทคโนโลยีของ Tiger ได้ และในตอนนี้โปรแกรม Virtual PC ก็พร้อมทำงานร่วมกับ Mac OS X Tiger

"ยกตัวอย่าง หลังจากทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการตัวใหม่แล้ว สามารถใช้งาน Spotlight ร่วมกับไฟล์ของ Word, Excel และ PowerPoint" โฆษกของไมโครซอฟกล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติม... Microsoft talks Tiger compatibility

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

แอปเปิ้ลขนวิศวกรผู้อยู่เบื้องหลัง Tiger เปิดตัวในงาน WWDC

Sun, 2005-04-10 - 00:00

แอปเปิ้ลเตรียมเปิดเผยรายละเอียดในส่วนต่างๆ ในงาน Woeldwide Developers Conference (WWDC) ที่จะจัดขึ้นที่ San Francisco, Calif วันที่ 6-10 มิถุนายน 2005 ในส่วนของ Mac OS X Tiger จะเปิดให้มีการพบกับกลุ่มวิศวกรของแอปเปิ้ล ที่ได้ทำการพัฒนาระบบปฏิบัติการตัวใหม่นี้ด้วย

ในส่วนการพัฒนา 64-bit จะมีการพูดถึง 64-bit เทคโนโลยีของ Tiger โปรแกรมประเภท Cocoa "Tiger Makeover" พบกับทีมพัฒนา Apple&39;s Cocoa ในเรื่องการจัดการและการแก้ปัญหา ส่วน Spotlight นั้นมีการแนะนำการใช้งาน และยังสามารถพบกันส่วนอื่นๆ เช่น Mac OS X Tiger Server, Xgrid และ Xsan ได้อีกในงานนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้ที่เว็บไซด์ Apple&39;s WWDC (http://developer.apple.com/wwdc/)

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

มหาวิทยาลัยดุคใช้ไอ-พอด ประกอบการเรียนการสอนมากขึ้น

Fri, 2005-04-08 - 00:00

มหาวิทยาลัยดุค (Duke University) ให้เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอ-พอด แก่นักเรียน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประกอบการเรียนการสอน ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ให้อุปกรณ์ดังกล่าว เฉพาะกับนักเรียนชั้นปี 1 เท่านั้น

แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการนำเครื่องไอ-พอด มาใช้ประกอบการเรียนการสอนได้ประมาณ 1 ปี ล่าสุด ทางมหาวิทยาลัยดุค ได้ขยายการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าว โดยล่าสุดจะแจกเครื่องอีก 1,600 เครื่อง ให้กับนักเรียนที่สมัครเรียนในภาคล่าสุด ซึ่งการให้เครื่องอุปกรณ์ดังกล่าวนั้น ทางมหาวิทยาลัยได้เลือกเฉพาะในชั้นเรียนที่จะต้องมีการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน

สำหรับวิชาเรียนที่สามารถจะนำอุปกรณ์ดังกล่าวมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้แก่ ดนตรี ภาษาต่างประเทศ รวมทั้งนักศึกษาอาจจะใช้เครื่องไอ-พอด ในการบันทึกและรับไฟล์เสียง ใช้เพื่อการจดโน้ต การสัมภาษณ์ และงานอื่น ๆ ที่สามารถจะประยุกต์ได้อีก

ขอบคุณ ข่าวจากสำนักข่าวไทย

Mac mini พร้อมขายในร้าน Best Buy

Wed, 2005-04-06 - 00:00

Apple แถลงข่าวยืนยันว่าจะนำ Mac mini เข้าสู่ร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกรายใหญ่ Best Buy (www.bestbuy.com) ทุกสาขาในสหรัฐอเมริกา โดยจะเริ่มส่งสินค้าเข้าร้านตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้เป็นต้นไป

โดย Apple ออกแถลงข่าวนี้ผ่านทาง MacCentral ว่าพร้อมที่จะส่ง Mac mini นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ 499 เหรียญ ที่มาพร้อมกัน Mac OS X รวมทั้ง โปรแกรมดิจิตอลไลฟ์สไตล์ ILife ให้กับร้าน Best Buy ทั่วประเทศ

เราตื่นเต้นกับนวัตกรรมใหม่ของทาง Apple โดยมันจะเป็นสินค้าชนิดใหม่ที่เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค Kevin Cockett โฆษกของ Best Buy กล่าว

Cockett ยังกล่าวกับ MacCentral อีกว่า Mac min กำลังถูกส่งไปยังร้าน Best Buy ทั่วประเทศ โดยนี่อาจจะไม่ใช่การส่งสินค้าเพียงครั้งเดียวแน่นอน โดยบางในบางร้านของ Best Buy ได้มี Mac mini แสดงมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และจะเริ่มมีการส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ในเดือนนี้

Apple ได้เปิดตัว Mac mini ไปเมื่อตอนเดือนมกราคม ที่งาน Macworld Conference & Expo ใน San Francisco. โดย Mac mini เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กกล้างและยาวเพียง 6.5 นิ้ว สูง 2 นิ้ว ภายในบรรจุ processer power pc G4 1.2GHz แรม 256MB การ์ดแสดงผล ATI Radeon 9200 มีสายเชื่อมต่อ FireWire, USB 2.0, ช่องเชื่อมต่อ DVI video แลน 10/100bastT และโมเดม 56K ที่มาพร้อมกับ ช่องซีดีรอบแบบ slot-loading รุ่น Combo ที่สามารถอ่านแผ่น DVD และสามารถเขียนแผ่น CD-R และ CD-RW ได้ อาร์ดดิสความจุ 40GB รวมทั้งรุ่น 1.42 GHz ด้วย และยังสามารถสั่งซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมได้อีกด้วย

ในการแนะนำ Mac mini Steve Jobs CEO ของ Apple ได้กล่าวไว้ว่า Mac mini นั้นคือ "BYODKM" หรือ Bring Your Own Display, Keyboard and Mouse (พร้อมสำหรับคนที่มี จอ คีย์บอร์ด และเมาท์อยู่แล้ว) ซึ่งแตกต่างจากสินค้า Mac ในหมวดอื่นๆ โดย Mac mini นั้นขายโดยไม่มีอุปกรณ์เพิ่มเติม แต่สามารถนำไปใช้กับ อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น USB คีย์บอร์ด เมาส์ หรือแม้กระทั่งจอ

นักวิเคราะห์คาดว่า Mac mini จะดึงดูดใจผู้ที่ไม่เคยใช้ Mac มาก่อน หรือกลุ่มคนที่ชอบ Mac แต่ไม่มีทุนพอจะที่ซื้อ Power Mac กลุ่มคนที่อยากลองเปลี่ยนจาก Windows รวมทั้งกลุ่มที่เป็นเจ้าของ iPod และในส่วนของคนที่มี Macintosh อยู่แล้วอาจจะตัดสินใจซื้อ Mac mini ไปเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องที่สอง หรือเครื่องที่สาม โดยทั้งหมดจะทำให้ Apple มีส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น

ร้าน Best Buy ได้ขายคอมพิวเตอร์ Macintosh ซอฟแวร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทาง online store รวมถึงยังเป็นช่องทางในการขาย iPod เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลอีกด้วย Apple และ Best Buy ได้จับมือกันมาตั้งแต่ปี 2003 และยังจะดำเนินร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

ไซแมนเทคเตือนคนใช้แมคระวังภัยคุกคามครั้งใหญ่

Tue, 2005-03-29 - 00:00

ไซแมนเทค (ผู้ผลิต Software AntiVirus รายใหญ่) ออกโรงเตือนแอปเปิ้ล ระวังตกเป็นเป้าหมายแฮกเกอร์ หลังพบช่องโหว่ของ Mac OS X ถึง 37 แห่ง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้แมคมินิ คอมพิวเตอร์น้องใหม่ของแอปเปิ้ลที่มีราคาย่อมเยา

รายงานของไซแมนเทคชิ้นนี้ได้รับการเผยแพร่พร้อม ๆ กับข่าวที่แอปเปิ้ลกำลังซ่อมรูรั่วของแมคโอเอสอยู่ ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์เริ่มให้ความสนใจกับระบบปฏิบัติการ Mac OS X มากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากแอปเปิ้ลมีส่วนแบ่งตลาดคอมพิวเตอร์มากขึ้น ซึ่งทีมนักวิจัยของไซแมนเทคได้ตรวจสอบพบรูรั่วของระบบปฏิบัติการ Mac OS X ที่อาจส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรงแก่ข้อมูลของผู้บริโภคได้ถึง 37 แห่งเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์มักไม่ค่อยมีปัญหาด้านระบบซีเคียวริตี้มากนัก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพราะมีส่วนแบ่งตลาดน้อยมาก แต่ปัจจุบัน การที่แอปเปิ้ลเปิดตัวไอจูน มิวสิคสโตร์ เว็บขายเพลงออนไลน์, เครื่องเล่นเพลงตระกูลไอพ็อด ทำให้กระแสความนิยมในดีไซน์ของแอปเปิ้ลกลับมาอีกครั้ง และเป็นครั้งที่สร้างมูลค่ามหาศาล ทำให้เหล่าผู้ไม่ประสงค์ดีเริ่มหันกลับมาให้ความสนใจแอปเปิ้ลอีกครั้ง

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้ซ่อมแซมจุดบกพร่องของซอฟต์แวร์ หลังพบว่ามีแอปพลิเคชันใต้ดินบางตัวสามารถเข้ามาที่ไอจูน มิวสิค สโตร์ และซื้อเพลงไปได้ อาจดูไม่ร้ายแรงมากนัก ทว่า แอปพลิเคชันดังกล่าวสามารถปลดพันธนาการของระบบ DRM (Digital Rights Management - ซอฟต์แวร์ที่ใช้ผนวกเข้ากับเพลงก่อนจะถูกดาวน์โหลดจากผู้ซื้อ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ์ทางปัญญา หรือก็คือการก็อปปี้นับครั้งไม่ถ้วน) ของแอปเปิ้ลออกได้ ทำให้เพลงที่ถูกซื้อไปนั้นสามารถบันทึกต่อได้ไม่จำกัดครั้ง ชื่อของโปรแกรมดังกล่าวคือ The PyMusique พัฒนาโดยสามโปรแกรมเมอร์อิสระ หนึ่งในนั้นทราบชื่อว่า Jon Johansen เป็นโปรแกรมเมอร์ชาวนอร์เวย์ ซึ่งเคยพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการบันทึกดีวีดีมาแล้ว

หลังจากแอปเปิ้ลประกาศว่าได้แก้ไขข้อบกพร่องแล้วนั้น กลุ่มนักพัฒนาดังกล่าวก็ได้โพสต์ข้อความว่า พวกเขาจะไปทำการเปิด Backdoor ให้กับกลุ่มผู้ใช้ลินุกซ์แทน

นอกจากนั้น แอปเปิ้ลยังได้ออกแพตช์ให้ดาวน์โหลดเพื่อป้องกันการทำฟิชชิ่ง บนเบราเซอร์ซาฟารี อีกด้วย

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

iPod กับภาษาไทย

Fri, 2005-03-25 - 00:00

กระแสของ iPod เครื่องเล่น MP3 ในบ้านเรา เริ่มมาแรงขึ้น โดยจะเห็นได้จากงานคอมมาร์ทเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีผู้ให้ความสนใจเครื่องเล่นเพลง MP3 ของแอปเปิลกันอย่างมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จของแอปเปิลประเทศไทยเป็นอย่างมาก ที่สามารถสร้างกระแสชักจูงให้ผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลง ก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งเสียงเพลงกับวัฒนธรรมหูฟังสีขาวกันเพิ่มมากขึ้น

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังถือว่าเป็นอุปสรรคในการใช้งาน iPod ทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็น iPod mini หรือ iPod Photo รวมถึง iPod รุ่น G ทั้งหลายก็คือ การแสดงผลหน้าจอภาษาไทย ยกเว้น iPod shuffle เท่านั้นที่ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เพราะว่าไม่มีจอภาพแสดงชื่อเพลงทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องสนใจว่าจะอ่านภาษาไทยได้หรือไม่

เมื่อ iPod ไม่สามารถแสดงผลหน้าจอเป็นภาษาไทยได้ ถ้าเราเอาเพลงไทยใส่เข้าไป วิธีการที่ทำให้เราสามารถรู้จักเพลงได้ก็ต้องใช้วิธีการพิมพ์ภาษาอังกฤษเข้าไปเป็นลักษณะภาษาคาราโอเกะ ซึ่งก็จะสร้างความยุ่งยากในการใช้งานพอสมควร

หลายๆ ท่านที่ได้ตัดสินใจซื้อ iPod มาใช้งาน ผมว่าเกือบทุกคนต้องฟังเพลงไทยกันทั้งนั้น บางครั้งการพิมพ์เป็นภาษาคาราโอเกะ ก็ไม่สะดวกเหมือนกับการเห็นเป็นภาษาไทย เพราะจะยุ่งยากเรื่องการค้นหาชื่อเพลง ถึงแม้ว่าเราจะใส่ชื่อเพลงเป็นภาษาอังกฤษแบบภาษาคาราโอเกะก็ตาม นานๆ เข้า เมื่อกลับมาอ่านใหม่อีกครั้ง อาจจะแปลความหมายไม่ออกก็ได้ ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้ผมพบเจอเป็นประจำกับตัวของผมเอง

ความคาดหวังของผมก็คือผมอยากเห็นการพัฒนา Firmware ที่เป็นมาตรฐานมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ที่ต้องทำการ Update บน Windows เท่านั้น ผมอยากให้การ Update Firmware สามารถติดตั้งได้จากเครื่องแมคอินทอชโดยตรงมากกว่า เพราะอย่าลืมว่า iPod เป็นผลิตภัณฑ์โดยตรงของ Apple แต่ถ้ากรรมวิธีในการ Update Firmware ต้องทำผ่าน Windows ผู้ที่มีใจรักในความเป็น Apple คงจะน้อยใจพอดู และอีกอย่างหนึ่งผู้ที่ใช้งานบนเครื่อง Apple บางท่านก็ไม่มีเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ถ้าหากผู้พัฒนามีการปรับปรุงเวอร์ชั่น การทำการ Update Firmware ก็จะยุ่งยากไปด้วย

ในส่วนเรื่องการใช้งานภาษาไทย ก็ควรที่จะใช้งานได้ทุกส่วน ไม่ใช่เฉพาะการแสดงผลรายชื่อเพลงเท่านั้น แต่ต้องสามารถใช้ภาษาไทยในส่วนของ Contact, Calendar, Note ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะในตอนนี้ ผู้ที่ใช้งาน iPod ในต่างประเทศ ได้ทำการปรับเปลี่ยนการใช้งานใน iPod ให้ได้ประโยชน์มากกว่าการฟังเพลง ด้วยการพิมพ์ข้อมูลที่น่าสนใจลงไปใน Note แล้ว Sync ข้อมูลไปเก็บไว้ที่ iPod ทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปเปิดอ่านได้ภายหลัง ซึ่งหากสามารถใช้งานภาษาไทยได้ เราอาจจะใช้ iPod เก็บข้อมูลบันทึกช่วยจำต่างๆ และสามารถพกพาไปอ่านในสถานที่ต่างๆ พร้อมฟังเพลงไปพร้อมกัน และสิ่งที่ผมมองในฐานะคนใช้งานคนหนึ่งก็คือการเลือกใช้ Font ที่แสดงผลเป็นภาษาไทย น่าจะทำให้กลมกลืนกับ Font ภาษาอังกฤษที่ติดตั้งมาพร้อมกับ iPod ตั้งแต่เริ่มแรก เพราะเป็นรูปแบบ Font ที่อ่านง่ายที่สุดสำหรับพื้นที่แสดงผลหน้าจอเล็กๆ ขนาดนั้น

ผมต้องการเห็นการพัฒนาที่ได้มาตรฐานตามที่กล่าวข้างต้น เพราะหลายคนที่ชื้อ iPod ไปใช้งานต่างก็คาดหวังที่จะต้องการใช้งาน iPod ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นหากมีบริษัทใดก็ตามที่ได้จัดการเรื่องนี้เป็นเรื่องเป็นราวและได้พัฒนาตามมาตรฐานแล้ว ความคิดของผมไม่ได้ต้องการให้พัฒนาแล้วมาแจกฟรีนะครับ (แต่ถ้า Apple เห็นความสำคัญแล้วจะออกค่าใช้จ่าย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

ผมว่าเมื่อเราสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างดี ก็จะเป็นการช่วยให้ผู้ที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ iPod ได้ง่ายขึ้น โดยวิธีการของรายได้ในการพัฒนาครั้งนี้ อาจจะเป็นการบวกค่าใช้จ่ายลงไปกับตัวเครื่องซึ่งไม่ได้บังคับให้ใช้ทุกเครื่อง ใครที่ต้องการจะใช้ก็อาจจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายนิดหน่อยซึ่งต้องไม่แพงนะครับ และผู้ใช้งานทั่วไปก็ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ ต้องมีค่าใช้จ่าย การทำฟรีหรือเพื่อการกุศลนั้นทำได้ไม่นานหรอกครับ ถ้าเราอยากให้มีการพัฒนาแบบต่อเนื่อง เราก็ควรต้องเสียค่าใช้จ่ายสนับสนุนคนพัฒนาด้วย เขาจะได้มีแรงใจที่จะพัฒนาสิ่งดีๆ ออกมาให้พวกเราได้ใช้กัน

โดย ขจร ขจร พีรกิจ

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

แอปเปิ้ลจับเฮลโหลคิตตี้ลงไอพ็อด เอาใจสาวญี่ปุ่น

Fri, 2005-03-25 - 00:00

แอปเปิ้ลจับมือ Sanrio ชวนแมวเหมียวสุดน่ารัก "เฮลโหล คิตตี้" (Hello Kitty) มาสร้างสีสันให้เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลตระกูลไอพ็อดอีกแล้ว

เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล "ไอพ็อด" สร้างสีสันให้กับวงการอีกครั้ง เมื่อตัดสินใจจับแมวเหมียว "เฮลโหล คิตตี้" จาก Sanrio มาใส่ไว้ที่เครื่องเล่นไอพ็อดมินิ รุ่นความจุ 6 กิกะไบต์ โดยจะมีโลโก้ของคิตตี้อยู่ที่ด้านหลัง มาพร้อมแท่นที่วาง และตุ๊กตา BEARBRICK Set น่ารักสดใส

ตัวการ์ตูน "เฮลโหล คิตตี้" นี้เคยได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อสิบปีที่ผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม้ผลิตภัณฑ์ในตระกูลคิตตี้จะมีราคาแพง แต่เด็กวัยรุ่นไทยในยุคนั้นก็ยังซื้อหามาใช้อย่างแพร่หลาย กลายเป็นแฟชันสิ่งของฟุ่มเฟือยไป ปัจจุบันนี้ แม้การขายสินค้าของ Sanrio ไม่สดใสเหมือนเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ก็เชื่อว่ายังมีสาวกของแมวคิตตี้ที่ยังนิยมความคิขุ น่ารักอย่างเหนียวแน่นอยู่อย่างแน่นอน

แอปเปิ้ลจะวางตลาดไอพ็อดรุ่นดังกล่าวนี้ในราคา 39,900 เยน (ประมาณ 14,581 บาท)

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

แอปเปิ้ลอัพเดท Keynote 2.0.1 และ Pages 1.0.1

Fri, 2005-03-18 - 00:00

วันพฤหัสที่ผ่านมา บริษัท Apple ปล่อยตัวอัพเดท 2 โปรแกรมล่าสุดในชุด iWork &39;05 โดยอัพเดทเวอร์ชั่นโปรแกรมพรีเซนเทชั่น Keynote เป็น 2.0.1 ส่วนโปรแกรม Pages อัพเดทเป็น 1.0.1

สำหรับการอัพเดทในครั้งนีี้แอปเปิ้ลกล่าวว่า จะทำให้โปรแกรมได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้น

การอัพเดททั้งสองโปรแกรม สามารถดาวน์โหลดผ่านทางระบบ Software Update และมีการประกาศผ่านเว็บไซต์ MacCentral แต่ไม่มีการประกาศผ่านทางหน้า Download ในส่วน Subport และในหน้า iWork &39;05 ของเว็บไซต์ Apple

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

ข้อมูลเพิ่มเติม ... Apple updates Keynote, Pages

Microsoft ยุติการให้บริการ MSN สำหรับ Mac

Sat, 2005-03-12 - 00:00

เมื่อวันศุกร์ (11 มีนาคม 2005) ที่ผ่านมา ไมโครซอฟประกาศยุติการให้บริการ MSN สำหรับ Mac โดยบริษัทได้แถลงข่าวผ่านทาง MacCentral

หลังจากวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ไมโครซอฟจะยุติการให้บริการ MSN สำหรับ Mac OS X ในข่าวบอกว่า ไมโครซอฟจะยกเลิกการให้บริการ MSN ใน Mac OS X แต่สำหรับผู้ที่เคยใช้บริการ MSN ยังคงสามารถใช้บริการผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ที่ MyMSN แทน

ไมโครซอฟกล่าวว่า สำหรับ MSN email, address book, account data และ กล่องจดหมาย ยังคงสามารถใช้งานได้

โดยเร็วๆ นี้ ไมโครซอฟจะส่ง MSN Messenger เวอร์ชั่น 5.0 และตัวอัพเดท Service Pack 2 สำหรับ Office 2004 สำหรับแมค

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

ข้อมูลเพิ่มเติม ... Change of Service Notification Microsoft drops support for Mac MSN client

แอปเปิลเลือกข้าง "Blu-ray" ลงสนามสงครามฟอร์แม็ตดีวีดี

Fri, 2005-03-11 - 00:00

สตีฟ จ็อปส์ หัวเรือใหญ่ของแอปเปิลออกมาแถลงการเข้าร่วมในกลุ่มสมาคมบลู-เรย์ดิสก์ "Blu-ray Disc Association" เท่ากับเป็นการประกาศว่าได้ตกลงใจเลือกข้างบลู-เรย์เพื่อเข้าร่วมในสงครามฟอร์แม็ตดีวีดีเจเนอเรชันต่อไป

สมาคมผู้สนับสนุนฟอร์แม็ตบลู-เรย์ ( Blu-ray Disc Association ) ประกอบด้วยยักษ์ใหญ่อย่างโซนี่ เดล และฮิวเล็ตแพคการ์ด ล่าสุดเมื่อวานนี้ทางสมาคมออกมาประกาศว่าบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นสมาชิกน้องใหม่ ตามหลังการตกลงใจเข้าร่วมของยักษ์ใหญ่แดนกิมจิอย่างซัมซุง การเข้าร่วมสมาคมนี้ เท่ากับแอปเปิลจะพัฒนาเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลฟอร์แม็ตดีวีดีคุณภาพสูงในสเปคของบลู-เรย์ดิสก์ ซึ่งเป็นฟอร์แม็ตที่สามารถซัปพอร์ตกับแผ่นดีวีดีฟอร์แม็ตปัจจุบันได้ พร้อมความจุสะใจ 50GB ในขณะที่แผ่นดีวีดีปัจจุบันมีความจุเพียง 8.5GB เท่านั้น

ศึกฟอร์แม็ตดีวีดีเจเนอเรชันหน้านั้นคุกรุ่นมานานแบบไม่มีใครยอมใคร หลังจากค่ายผู้ผลิตแตกออกเป็น 2 ขั้วได้แก่บลู-เรย์ (Blu-ray) และเอชดี-ดีวีดี (HD DVD) สิ่งที่บลู-เรย์ดิสก์ต่างกับเอชดี-ดีวีดีเด่นชัดที่สุดคือจำนวนความจุ โดยเอชดี-ดีวีดีมีความจุสูงสุดราว 30GB สามารถทำงานร่วมกับแผ่นดีวีดีฟอร์แม็ตปัจจุบันได้เช่นกัน ซึ่งทางกลุ่มผู้สนับสนุนเอชดี-ดีวีดีกลับเปลี่ยนจุดด้อยเรื่องขนาดความจุที่เล็กกว่าให้กลายเป็นโอกาส โดยอธิบายว่าเรื่องนี้จะทำให้ราคาของเอชดี-ดีวีดีต่ำกว่าฟอร์แม็ตบลู-เรย์

ศึกครั้งนี้ยังต้องจับตาดูกันต่อไปว่าขั้วใดจะเป็นเทคโนโลยีหลักในอนาคต ท่ามกลางการระแวดระวังของกลุ่มผู้ผลิตพีซีและบริษัทผู้สร้างคอนเทนท์ความบันเทิง ที่ต้องคอยจับตาว่าควรจะผลิตสินค้าฟอร์แม็ตใดจึงจะตรงใจผู้บริโภคได้มากที่สุด

อุตสาหกรรมดีวีดีนั้นมีมูลค่าสูงนับพันล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ต่างต้องเฝ้าดูแนวโน้มความเป็นไปได้ของกระแสความนิยมในตลาด แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าฟอร์แม็ตดีวีดีเจเนอเรชันใหม่จะเป็นฟอร์แม็ตใด แต่สัญญาณบอกที่ชัดเจนคือการเติบโตของตลาดสื่อเก็บข้อมูล HD (high-definition) ประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นผลมาจากคอนเทนท์ไฮเอนท์ที่ต้องการสื่อเก็บข้อมูลไฮเอนท์ตามไปด้วย ทำให้ความจุของดีวีดีเจเนอเรชันปัจจุบันไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เกิดขึ้น

"ปัจจุบันผู้บริโภคสร้างคอนเทนท์ไฮเอนท์ประสิทธิภาพสูงจนน่าทึ่ง" ประธานของแอปเปิล สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) กล่าว “ผู้บริโภคนั้นรอที่จะเขียนข้อมูลลงบนดีวีดีเจเนอเรชันใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมอย่างใจจดใจจ่อ”

โจช ปีเตอร์สัน (Josh Peterson) ประธานฝ่ายออปติคอลสตอเรจของเอชพีกล่าวว่า ด้วยผลของการเข้าร่วมสมาคมนี้ของแอปเปิล แอปเปิลจะต้องประชาสัมพันธ์และทำการตลาดฟอร์แม็ตบลู-เรย์

"เราตั้งความหวังไว้กับการทำการตลาดและการสร้างสรรค์ของแอปเปิล เมื่อแอปเปิลเข้ามาในตลาดนี้" ปีเตอร์สันกล่าว

ปีเตอร์สันกล่าวเพิ่มเติมว่าผลิตภัณฑ์บลู-เรย์ดิสก์ถูกวางกำหนดการไว้ให้ออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี 2005 ซึ่งจะเลื่อนออกได้ช้าที่สุดราวต้นปี 2006 โดยสิ่งที่เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือการป้องกันด้านการทำสำเนา เขาระบุว่ากลุ่มบลู-เรย์หมายตาเทคโนโลยี Advanced Access Content System หรือ AACS อยู่เช่นเดียวกับกลุ่มเอชดี-ดีวีดี

สถานการณ์ล่าสุดในขณะนี้คือสมาคมผู้สนับสนุนบลู-เรย์ดิสก์กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณาฟีเจอร์อินเตอร์แอคทีฟที่เตรียมจะผนวกลงในผลิตภัณฑ์ Blu-ray Disc ตัวแรก ส่วนบรรดาผู้ผลิตอื่นๆก็ตั้งเป้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถซัปพอร์ตทั้ง 3 ฟอร์แม็ต DVD, Blu-ray Disc และ CD ในเร็วๆนี้

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

ข้อมูลเพิ่มเติม ... http://www.apple.com/pr/library/2005/mar/10blu-ray.html

ไมโครซอฟ ออกตัวอัพเดท Office 2004 11.1.1 สำหรับ Mac

Fri, 2005-03-11 - 00:00

เมื่อวันจันทร์ (7 มีนาคม 48) ที่ผ่านมา แผนก Mac Business (Mac BU) ของไมโครซอฟ ได้แถลงข่าวการอัพเดทเวอร์ชั่นของ Microsoft Office 2004 สำหรับ Mac ในเวอร์ชั่น 11.1.1 ในการอัพเดทครั้งนี้ ได้ทำการปรับปรุงการใช้งานการคำนวณของ Excel ปรับปรุงความเสถียรของ PowerPoint และ Word อีกทั้งยังรองรับกับการใช้งานรูปภาพในแบบต่างๆ มากขึ้น

สำหรับตัวอัพเดทในครั้งนี้สามารถดาวน์โหลด เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ป่น ได้ทันทีในเว็บไซต์ Microsoft ในส่วน Mac BU หรือสามารถใช้ Microsoft AutoUpdate ในฟังก์ชั่นที่มีอยู่ในชุด Office ส่วนในภาษาอื่น (ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี สเปน และ สวีเดน) จะสามารถอัพเดทได้ในวันที่ 14 มีนาคม 2005 ที่จะถึงนี้

ขอบคุณ ข่าวจาก Yahoo! News

ของเล่นในเครื่อง Mac สำหรับมือใหม่

Thu, 2005-03-03 - 00:00

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของคอมพิวเตอร์ Apple สำหรับมือใหม่ครับ เพราะผมได้รับข้อมูลมาว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้มีผู้ที่ไม่เคยได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของ Apple มาก่อน ได้หันมาลองใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของ แอปเปิลกันมากขึ้น ไม่ทราบว่าจะได้รับอิทธิพลจากแมคมินิหรือเปล่า

วันนี้ผมจึงต้องมาแนะนำลูกเล่นเล็กๆ สำหรับมือใหม่ โดยจะแนะนำการใช้งานที่ทุกคนสามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องลงซอฟต์แวร์จากค่ายอื่นเลย ทั้งหมดเป็นความสามารถของระบบปฏิบัติการ mac OS X ล้วนๆ ครับ

อย่างแรกจะเป็นการใช้งานปิดเปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นความสามารถของระบบปฏิบัติการ Mac OS X ที่ผมได้ใช้อยู่ทุกวันนี้ เราสามารถตั้งเวลาเปิดปิดเครื่องได้โดยอัตโนมัติด้วยการไปใช้คำสั่งที่ System Preferences ในส่วนของ Hardware แล้วเลือกที่ Energy Saver > Schedule หลังจากนั้นจะปรากฏหน้าต่างขึ้นมาให้เราเลือกตั้งเวลาเปิดเครื่องว่าจะตั้งสำหรับทุกวัน หรือเฉพาะวันอย่างไร และก็กำหนดเวลาให้เครื่องทำการเปิดเองโดยอัตโนมัติ

ในส่วนของการตั้งเวลาการปิดเครื่องก็เช่นกัน เราสามารถตั้งเวลาการปิดเครื่อง หรือจะให้เครื่อง Sleep ในวันเวลาใดก็ได้ ดังนั้น การที่ระบบปฏิบัติการ Mac OS X มีความสามารถนี้มาให้เราใช้ เราจึงสามารถที่จะกำหนดเวลาเปิดปิดเครื่องไว้ในแต่ละวัน โดยที่เราไม่ต้องมากังวลในกรณีที่เราไม่ได้อยู่กับเครื่อง หรือประเภทที่ชอบนั่งทำงานดึกๆ แล้วอาจจะหลับคาเครื่อง (อย่างผมเป็นต้น) เมื่อถึงเวลาที่ตั้งเอาไว้ เครื่องก็จะทำการปิดเองในทันที

ส่วนการที่เราตั้งเครื่องให้เปิดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัตินั้น ส่วนใหญ่ผมจะมักตั้งไว้เป็นเหมือนนาฬิกาปลุกมากกว่า เราสามารถใช้ประโยชน์ในส่วนนี้ด้วยการใช้งานร่วมกับการกำหนดให้เครื่องเปิดโปรแกรมโดยอัตโนมัติหลังจากได้ทำการ Startup แล้ว

การกำหนดให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำการเปิดโปรแกรมโดยอัตโนมัติหลังจากเปิดเครื่อง เราสามารถเข้าไปกำหนดได้ที่ System Preferences ในส่วนของ System แล้วกดเลือกที่ Account > Startup Item เมื่อปรากฏหน้าต่างขึ้นมา หากเราต้องการที่จะให้คอมพิวเตอร์เปิดโปรแกรม หรือไฟล์ใดขึ้นมาโดยอัตโนมัติก็เพียง Drag & Drop โปรแกรม หรือไฟล์ที่ต้องการเปิดลงในหน้าต่างที่ปรากฏอยู่ได้ทันที

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องง่ายที่เราสามารถจะกำหนดให้เครื่องของเราเปิดขึ้นมาในเวลาที่เรากำหนดไว้เอง พร้อมทั้งเปิดโปรแกรมที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Mail เพื่อให้เครื่องทำการ Check Mail ให้ทันทีที่เปิดเครื่อง หรือจะเลือกเพลงจาก iTunes ให้ทำการเปิดขึ้นมาทันทีที่เปิดเครื่อง ซึ่งผมมักจะใช้วิธีนี้ทำให้คอมพิวเตอร์ของผมเป็นนาฬิกาปลุกที่ส่งเสียงปลุกออกมาเป็นเสียงเพลงครับ

อีกคำสั่งหนึ่งที่มีหลายคนสงสัยว่าเวลาเราทำการ Demo โปรแกรมต่างๆ บนเครื่อง Apple ทำไมวิทยากรถึงสามารถย่อขยายหน้าจอได้ ซึ่งความสามารถนี้ใน Windows ยังไม่มีให้เห็น แต่ของ Apple สามารถเข้าไปเปิดการทำงานได้ที่ System Preferences > Universal Access > Seeing ให้เรากดตรง Turn On Zoom หมายความว่าเราเปิดการใช้งานนี้ แล้วปุ่มนี้จะเปลี่ยนเป็น Turn Off Zoom แทน วิธี Zoom ก็กด ปุ่ม Apple ปุ่ม Option และปุ่มเครื่องหมาย + แต่ถ้าจะย่อกลับลงมาก็ให้เปลี่ยนเครื่องหมาย + เป็นเครื่องหมาย - แทนครับ

ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นความสามารถของระบบปฏิบัติการที่ติดมากับเครื่องทุกเครื่องนะครับ ไม่ได้ใช้ Software อื่นใดเลย ก็หวังว่าสมาชิกใหม่ของครอบครัวแอปเปิลคงจะพึงพอใจกับความสามารถเหล่านี้นะครับ

โดย ขจร พีรกิจ

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

แอปเปิลอัปเดทตระกูลไอพ็อด ปรับความจุลดราคาหวังเพิ่มแชร์

Thu, 2005-02-24 - 00:00

การประกาศอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ของแอปเปิล ซึ่งหากสังเกตให้ดี ไอพ็อดมินิสีทอง ได้หายไปจากแถบสีโชว์ตัวไอพ็อดไปเรียบร้อยแล้ว

แอปเปิลเปิดตัวไอพ็อดมินิเวอร์ชันอัปเกรดใหม่ ปรับให้ความจุหน่วยความจำเพิ่มขึ้นกว่าเดิม หันมาเล่นสงครามราคาด้วยการปรับลดราคาไอพ็อดมินิรุ่นเดิมลง ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของแอปเปิลถูกมองว่าเป็นแผนในการกระตุ้นมาร์เก็ตแชร์ของไอพ็อดมินิให้คึกคักอีกครั้ง พร้อมส่งไอพ็อดโฟโต้เวอร์ชันความจุน้อยลงในราคาที่น้อยลง คู่กับอุปกรณ์เสริมที่จะทำให้สามารถถ่ายโอนไฟล์ลงสู่ไอพ็อดโฟโต้จากกล้องดิจิตอลได้โดยตรง

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (23/2/48) แอปเปิล (Apple) ประกาศการอัปเกรดผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของตัวเองอย่าง "ไอพ็อดมินิ (iPod mini)" ด้วยการเพิ่มความจุหน่วยความจำให้เป็น 6 กิกาไบต์ เท่ากับสามารถเก็บเพลงดิจิตอลได้ถึง 1,500 เพลง ในราคาประมาณ 250 ดอลลาร์ (ประมาณ 9,600 บาท) ราคาเดียวกับรุ่นที่มีขายในท้องตลาดขณะนี้

ส่วนรุ่นเดิมที่มีความจุ 4 กิกาไบต์ (เก็บเพลงได้ 1,000 เพลง) ถูกลดราคาลงเหลือ 199 ดอลลาร์ (ประมาณ 7,650 บาท) จากเดิม 250 ดอลลาร์

แอปเปิลกล่าวว่า การลดราคาไอพ็อดมินิรุ่นเดิมลงจะดึงดูดลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่าเดิม พร้อมเปิดเผยว่า ไอพ็อดมินิรุ่นใหม่มีการปรับปรุงการใช้พลังงานของแบตเตอรี่ ให้เพิ่มเป็น 18 ชั่วโมงด้วย

นอกจากนี้แอปเปิลยังเปิดตัว “ไอพ็อดโฟโต้ (iPod photo)” ไอพ็อดหน้าจอสีสำหรับเก็บและแสดงภาพความจุหน่วยความจำ 30 กิกาไบต์รุ่นใหม่ในราคาต่ำกว่าเดิม 349 ดอลลาร์ (ราว 13,450 บาท) พร้อมเสนอ “ไอพ็อด คาเมรา คอนเนคเตอร์ (iPod Camera Connector)” อุปกรณ์เสริมที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายโอนไฟล์รูปภาพจากกล้องดิจิตอลลงสู่ไอพ็อดโฟโต้ได้โดยตรง สนนราคาเพียง 30 ดอลลาร์ (ราว 1,200 บาท)

เพราะปกติ ไอพ็อดจะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ไอจูนส์ (iTunes) ซึ่งสามารถทำงานบนเครื่องแมคอินทอชและเครื่องพีซีได้ และถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับเว็บไซต์ขายเพลงออนไลน์ของแอปเปิลเพียงแห่งเดียวอย่างไอจูนส์ มิวสิคสโตร์ (iTunes online music store) ซึ่งเป็นแชมป์เว็บไซต์ขายเพลงออนไลน์ในปัจจุบัน

นักวิเคราะห์บางรายออกมาให้ความเห็นว่า ความนิยมในไอพ็อด จะทำให้สัดส่วนรายได้จากไอพ็อดของแอปเปิลนั้นเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบด้านลบกับยอดกำไรรวมของแอปเปิล เพราะไอพ็อดนั้นสามารถทำกำไรให้แอปเปิลได้ไม่ดีเท่าผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์แมคอินทอช ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักของแอปเปิล ในขณะที่บางรายก็ยังคงมองว่า กำไรรวมของแอปเปิลจะยังคงมั่นคงเหมือนเดิม โดยรายได้จากบริการเสริมจะเป็นแรงหนุนที่สำคัญ

การสำรวจยอดขายของแอปเปิลในไตรมาสปัจจุบัน พบว่ารายได้รวมของไอพ็อด บริการดาวน์โหลดเพลงออนไลน์อย่าง “ไอจูนส์ (iTunes)” และอุปกรณ์เสริมของไอพ็อดนั้นคิดเป็นสัดส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมทั้งหมด

ขณะนี้สายผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลนั้นขยายครอบคลุมทุกระดับในตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล ตั้งแต่รุ่นเล็ก “ไอพ็อดซัฟเฟิล (iPod Shuffle)” ในรูปลักษณ์แฟลชไดร์ฟราคาเพียง 99 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,800 บาท) จนถึงรุ่นใหญ่ไอพ็อดโฟโต้ ราคา 449 ดอลลาร์ (ราว 17,300 บาท)

แอปเปิลนั้นครองแชมป์เบอร์หนึ่งในตลาดเครื่องเล่นเพลง MP3 แบบพกพา การสำรวจโดย Banc of America Securities ในกลุ่มผู้ฟังเพลง MP3 จำนวน 7,500 รายพบว่า การสำรวจช่วงไตรมาสที่สี่ ส่วนแบ่งการตลาดของแอปเปิลในตลาดเครื่องเล่น MP3 นั้นเพิ่มขึ้นเป็น 40.2 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 37.5 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สามของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการเปิดตัวไอพอดซัฟเฟิล (iPod Shuffle) ไอพอดเวอร์ชันกระทัดรัดที่ประกอบด้วยแฟลชเมมโมรี่ชิป

บริษัทวิจัยตลาด NPD Group ก็ออกมากล่าวว่า มาร์เก็ตแชร์ในตลาดของแอปเปิลเมื่อปีที่แล้วนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 60 เปอร์เซ็นต์จากเดิม 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของแอปเปิลกล่าวว่า ตลาดเพลงดิจิตอลกำลังมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

"การแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก" ฟิล สชิลเลอร์ (Phil Schiller) หัวหน้าทีมการตลาดโลกของแอปเปิลกล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ "ทุกๆคนก็ลงมาเล่นในตลาดนี้กันหมด ซึ่งเรากำลังพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อให้ยังคงรักษาเบอร์หนึ่งในตลาดไว้ให้ได้"

การเปิดตัวครั้งนี้ของแอปเปิล บางส่วนเป็นไปตามการคาดการณ์ของข่าวลือในเว็บไซต์ศูนย์รวมผู้ใช้คอมพิวเตอร์แมคอินทอชที่ออกมาก่อนหน้านี้ ว่าแอปเปิลจะออกไอพอดมินิเวอร์ชันใหม่ที่เพิ่มส่วนของหน้าจอสี และความจุหน่วยความจำ พร้อมตัดราคาให้ต่ำเท่ากับราคาไอพอดมินิรุ่นที่อยู่ในตลาดขณะนี้ และมีการฟันธงว่าไอพอดมินิรุ่นปัจจุบันจะถูกลดราคาลงอีก ซึ่งไม่มีรายงานความเห็นเกี่ยวกับข่าวลือในเว็บไซต์เหล่านี้จากผู้บริหารของแอปเปิล ว่าจะมีการตัดสินใจฟ้องร้องอีกครั้งหรือไม่

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

PowerBook G4 รุ่นสุดท้าย จริงหรือ ?

Fri, 2005-02-18 - 00:00

เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา แอปเปิลได้ทำการเปิดตัว PowerBook G4 สู่ตลาดอย่างเงียบๆ เป็นไปตามที่บรรดาแหล่งข่าวลือได้คาดการณ์ไว้ เพราะรายละเอียดของ PowerBook G4 ที่ออกวางจำหน่ายครั้งนี้ หลายคนทราบตั้งแต่งาน MacWorld เมื่อต้นปีแล้ว

ก่อนหน้านี้บรรดาคอแมคทั้งหลายได้กะเก็งกันว่า PowerBook G5 น่าจะออกมาเผยโฉมพร้อมกับ Mac mini ทำให้หลายคนตื่นเต้นจับตารอคอย Keynote ของ สตีฟ จอปส์ แต่ปรากฏว่าวันนั้น สตีฟ จอปส์ ได้เปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่เพียงแค่ Mac mini และ iPod shuffle เท่านั้น

PowerBook G4 ที่แอปเปิลได้เปิดตัวครั้งนี้ มี 3 ขนาดเหมือนเดิม แต่เพิ่มความเร็วของซีพียู และที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือการให้หน่วยความจำมาตรฐาน 512 MB มาให้ทุกรุ่น ซึ่งทำให้การที่เราซื้อ PowerBook เพื่อมาใช้งานโดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องซื้อหน่วยความจำเพิ่มเลย

PowerBook G4 ขนาด 12 นิ้ว ความเร็ว 1.5 GHz มีทั้งแบบ Combo drive และ SuperDrive ส่วนขนาด 15 นิ้ว ถ้าเป็น Combo drive ก็จะมีความเร็ว 1.5 GHz เช่นเดียวกับขนาด 12 นิ้ว แต่ถ้าเป็นรุ่น SuperDrive จะมีความเร็วที่ 1.67 Ghz เท่ากับรุนขนาด 17 นิ้ว SuperDrive ที่เป็นรุ่น top สุดของ แอปเปิล

แต่สิ่งที่แอปเปิลได้พัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติมใน PowerBook ตระกูลใหม่นี้ก็คือ การใช้ Scroll Mate ช่วยทำให้การใช้ trackpad สะดวกขึ้น โดยเมื่อเราใช้ 2 นิ้วลากไปบน trackpad ในทิศทางต่างๆ ก็จะเหมือนกับการใช้ลูกล้อแบบที่ติดตั้งบนเมาส์ 3 ปุม ทำให้เราสามารถเลื่อนดูการ Preview ของหน้าเอกสารใหญ่ๆได้

ในด้านการเชื่อมต่อไร้สายสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการใช้ เทคโนโลยี Bluetooth 2.0+EDR มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลมากกว่ารุ่นก่อน สามารถใช้งานเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่อง Palm ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่หลายคนใช้งานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ที่ใช้ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น

รายละเอียดต่างๆ ของ PowerBook G4 สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.apple.com ที่สำคัญ PowerBook รุ่นนี้จะได้รับการติดตั้งชุดโปรแกรม iLife&39;05 มาพร้อมใช้งานได้ทันที

ก่อนจากกันวันนี้ต้องขอกล่าวถึงควันหลงงาน Mac mini party ที่จัดโดยทีมงาน macdd.com ที่ได้จัดงานดีดี ในบรรยากาศเป็นกันเองเพื่อแนะนำการใช้งานโปรแกรมชุด iLife&39;05 และ iWork ทุกวัน และคงต้องเสียดายแทนหลายๆ ท่านที่ไม่ได้ไปร่วมงานในครั้งนี้ เพราะการสาธิตการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของแอปเปิลจะทำให้ ผู้ที่สนใจเครื่องแมค ได้เข้าใจว่า แอปเปิล ได้สร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างง่ายๆ แต่ผลงานเทียบเท่ามืออาชีพเลยทีเดียว ก็หวังว่ากิจกรรมลักษณะนี้คงจะได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกลุ่มแมคยูสเซอร์ในบ้านเราต่อไป

โดย ขจร พีรกิจ

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

โมโตโรลาจับมือไอจูน ผลิตมือถือ 3G ฟังเพลง

Wed, 2005-02-16 - 00:00

โมโตโรลาเปิดตัวบริการใหม่ จับไอจูน มิวสิค สโตร์ลงเครื่องลูกข่าย พร้อมเปิดตัวมือถือระบบ3G 3 รุ่นใหม่ล่าสุดในงาน “3GSM World Congress 2005” มหกรรมเทคโนโลยีสื่อสารและโทรคมนาคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

โมโตโรลา ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อันดับสองของโลกไม่ยอมน้อยหน้า โดยภายในงาน 3GSM World Congress ครั้งนี้โมโตโรลาได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือ 3 รุ่น และอีกหนึ่งเทคโนโลยี “Datacard” การ์ดข้อมูลที่ช่วยให้การโอนถ่ายข้อมูลด้านมัลติมีเดียระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายและเครื่องลูกข่ายทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

โทรศัพท์มือถือ 3G ของโมโตโรลาที่เปิดตัวก็คือรุ่น E1120 มาพร้อมกล้องดิจิตอลความละเอียด 3 ล้านพิกเซล และรุ่น E1060 ที่เหมาะสำหรับนักฟังเพลง เพราะจะผนวกฟีเจอร์ของ iTunes Music Player ลงบนโทรศัพท์มือถือด้วย โดยจะเป็นซอฟต์แวร์ด้านมิวสิกพื้นฐานบนเครื่องลูกข่ายของโมโตโรลาในอนาคตด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์โมโตโรลาสามารถจะดาวน์โหลดเพลงในฟอร์แมนไอจูนมาฟังได้

“เราได้ทำข้อตกลงกับไอจูนว่าจะให้ไอจูนเป็นซอฟต์แวร์พื้นฐานสำหรับเครื่องลูกข่ายของเรา แต่ซอฟต์แวร์ค่ายอื่น เช่น เรียลเพลเยอร์ เราก็ยังให้การสนับสนุนอยู่” ฮูซายนิกล่าว

และรุ่นสุดท้าย รุ่นที่สามได้แก่ A1010 ซึ่งจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ สองรุ่นที่เอ่ยมาข้างต้นจะใช้ระบบปฏิบัติการของโมโตโรลาเอง แต่ในรุ่น A1010 นั้นจะใช้ซิมเบียนแทน

สำหรับ Datacard นั้นจะช่วยเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อกับเครือข่าย HSDPA (High Speed Downlink Packet Access) ในงานครั้งนี้ โมโตโรลาก็จะจัดแสดงความสามารถของเครือข่าย HSDPA ด้วยว่าจะช่วยเพิ่มความเร็วให้กับเครือข่าย 3G ได้อย่างไร ด้วยการทดสอบการดาวน์โหลดเพลงจำนวน 10 เพลงลงในโทรศัพท์มือถือโดยใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีเท่านั้น

“เราได้ข้อสรุปที่ดีที่สุดสำหรับทิศทางของบริษัทแล้ว” มร. เอเมอร์ ฮูซายนิ รองประธานกรรมการของโมโตโรลา ในกลุ่มโมบายดีไวซ์กล่าว

ในปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารของ มร.เอ็ด แซนเดอร์ โมโตโรลาสามารถโกยยอดขายได้เพิ่มขึ้นจาก 14.5 เปอร์เซ็นต์เป็น 15.3 เปอร์เซ็นต์ และมีผลประกอบการเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าจากการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังเป็นผลมาจากการจัดการกับปัญหาด้านลอจิสติกส์ และปัญหาด้านกระบวนการการผลิตได้อย่างลงตัว

ขณะที่ค่ายเซนโดก็เปิดตัวโทรศัพท์รุ่น X2 ที่อ้างว่าเป็น “โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกที่สามารถเล่นเพลงได้อย่างราบรื่นไม่แตกต่างจากโทรศัพท์” โดยมือถือรุ่นนี้จากเซนโดมาพร้อมกล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล มีระบบหยุดเล่นเพลงเมื่อมีสายเข้า หน่วยความจำภายใน 32 เมกะไบต์ และสามารถรับหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุด 1 กิกะไบต์ (รองรับการ์ด miniSD) ซึ่งหากไม่นับฟังก์ชันโทรศัพท์แล้ว เชื่อว่ามันสามารถกลายเป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลได้เลย

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

ไอพ็อดโฟโต้ กับบทบาทผู้ช่วยคุณหมอ

Thu, 2005-02-10 - 00:00

เปิดบทบาทใหม่ของไอพ็อดโฟโต้ที่นอกเหนือจากการเป็นเครื่องเก็บและแสดงไฟล์ภาพในรูปเครื่องเล่นเพลง MP3 ด้วยการเป็นเครื่องมือของทีมคุณหมอนักเอกซเรย์ในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสเองเจลิสหรือยูซีแอลเอ ในการเก็บไฟล์ภาพที่ถูกส่งไปมาในแอปพลิเคชันซึ่งพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สสำหรับดูภาพเอกซเรย์ความละเอียดสูง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการรักษาพยาบาล

โครงการนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดการหาทางลดค่าใช้จ่ายที่ต้องสูญไปกับเครือข่ายเวิร์กสเตชันมูลค่ากว่า 100,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จำเป็นต่อการแสดงภาพความละเอียดสูงและรองรับการเรนเดอร์ภาพสามมิติ นำทีมโดยคุณหมอ Osman Ratib ตัวแทนจากมหาวิยาลัยยูซีแอลเอ (University of California, Los Angeles : UCLA) ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับรูปภาพเอกซเรย์ในกระบวนการวินิจฉัยโรคเพื่อรักษาพยาบาล โดยได้รับความช่วยเหลือจากเหล่าโปรแกรมเมอร์และนักเอกซเรย์อย่างคุณหมอ Antoine Rosset ซึ่งเป็นผู้สร้างแอปพลิเคชันโอเพ่นซอร์สที่ชื่อว่า Osirix ให้นักเอกซเรย์สามารถประชุมทางไกลหรือเทเลคอนเฟอร์เรนซ์พร้อมภาพบนคอมพิวเตอร์ระบบแมคอินทอช

"แพลตฟอร์มที่จะเกิดขึ้นนั้นจะมีฟังก์ชันการทำงานเช่นเดียวกับเวิร์กสเตชันไฮเอนด์ราคาแพง ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 100,000 หรือ 200,000 ดอลลาร์ในการดูภาพเอกซเรย์และการทำเทเลคอนเฟอร์เรนซ์เหล่านี้" คุณหมอ Ratib กล่าวกับผู้สื่อข่าวซีเน็ต

แอปพลิเคชันแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สนี้ใช้เวลาสร้าง 9 เดือน ประกอบด้วยส่วนประกอบที่สร้างไว้สำเร็จ โดยแพทย์สามารถเพิ่มรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แพทย์เป็นอย่างมาก ขณะนี้ มีแพทย์ที่ใช้แอปพลิเคชันนี้แล้วหลายร้อยคน คาดว่าจะขยายเพิ่มเป็นพันคนในอีกไม่ช้า

ส่วนการเก็บไฟล์ภาพความละเอียดสูงนั้น ราทิบยกเอาไอพ็อดโฟโต้จากค่ายแอปเปิล (Apple) มาเป็นพระเอกในเรื่องนี้ เขากล่าวว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะหาพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลมากๆบนดิสก์เก็บข้อมูลอื่นๆที่สามารถเคลื่อนที่ได้ หรือแม้แต่บนเมมโมรี่สติก ซึ่งไอพ็อดโฟโต้รุ่น 60GB สามารถรองรับได้

"น่าประหลาดใจมากที่ผู้คนพกไอพ็อดความจุ 60GB ไว้ในกระเป๋า ในขณะที่คอมพิวเตอร์ของผมเองไม่มีความจุฮาร์ดดิสก์ใหญ่ขนาดนั้น" เขากล่าว "นี่เป็นการปรับใช้เทคโนโลยีของผู้บริโภคกับเทคโนโลยีการแพทย์อย่างลงตัว"

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิเคราะห์บางรายเล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้ไอพ็อดเก็บข้อมูลด้วย ซึ่งข้อมูลเอ็กซเรย์อาจเป็นความลับส่วนตัวของคนไข้ ซึ่งถ้าหากนำออกไปภายนอกอาจเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ป่วยได้

ราทิบกล่าวต่อว่า "ความวิตกกังวลว่าไอพ็อดจะสร้างความเสียหายต่อข้อมูล หรือละเมิดสิทธิผู้ป่วยนั้น แม้อาจเป็นไปได้ แต่ว่าการก็อปปี้ข้อมูลไฟล์เอ็กซเรย์ลงแผ่นซีดีหรือหน่วยความจำแบบอื่น ๆ ก็ทำได้ไม่ยากเช่นกัน มันอยู่ที่ว่าเราจะมีวิธีป้องกันข้อมูลนั้น ๆ อย่างไรมากกว่า และหากเรานำเทคโนโลยีมาใช้ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อวงการแพทย์มากขึ้น เพราะจะทำให้หมอสามารถสั่งงานแม้ไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล"

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

Apple อัพเกรด PowerBook แต่ยังไม่ใช่ G5

Wed, 2005-02-02 - 00:00

Update แอปเปิลฯอัพเกรดสายผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คใหม่ ภายใต้แบรนด์ PowerBook ด้วยโปรเซสเซอร์ G4 รุ่นที่มีความเร็วสูงกว่า ฟีเจอร์ใหม่ 2 ตัว พร้อมปรับลดราคาเล็กน้อยเพื่อเรียกความสนใจ อย่างไรก็ตาม ค่อนข้างผิดหวังสำหรับแฟนๆแอปเปิลฯ เพราะโปรเซสเซอร์ที่ใช้ แม้จะเร็วขึ้น แต่ยังไม่ใช่ G5

บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำของโลก เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2005 ว่า แอปเปิลฯได้ทำการอัพเกรดผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คแบรนด์ PowerBook ทั้งรุ่นจอ 12, 15 และ 17 นิ้ว ด้วยโปรเซสเซอร์ G4 รุ่นความเร็วสูง พร้อมฟีเจอร์ใหม่ TrackPad และ Sudden Motion Sensor พร้อมปรับราคาจำหน่ายลงประมาณ 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,863 บาท)

TrackPad เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เลื่อนดูเอกสารยาวๆได้ง่ายขึ้น ส่วน Sudden Motion Sensor เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับฮาร์ดดิสก์ในกรณีที่ทำเครื่องตก เทคโนโลยีนี้มีอยู่แล้วในเครื่อง ThinkPad ของไอบีเอ็ม (IBM) ซึ่งแอปเปิลฯได้รับไลเซนส์จากไอบีเอ็มมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2003

"เป็นเทคโนโลยีที่เราได้ไลเซนส์มา" เดวิด รัสเซล (David Russell) ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มพอร์ตเทเบิลและไวร์เลส บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ กล่าวและว่า "ปัจจุบัน PowerBook สนับสนุนเทคโนโลยีดังกล่าว อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีแผนใช้เทคโนโลยีดังกล่าวใน iPod"

โปรเซสเซอร์ที่ใช้ใน PowerBook รุ่นใหม่จะยังไม่ใช่ G5 แต่อย่างใด ก่อนหน้านี้มีความสับสนในหมู่แฟนๆแอปเปิลฯว่า โน้ตบุ๊คใหม่จะใช้ชิป G5 หรือไม่ กระแสข่าวนี้เริ่มต้นเมื่อแอปเปิลฯเปิดตัวเครื่องทาวเวอร์ G5 ออกมาครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2003 และต่อด้วยการใช้ชิป G5 ในเครื่อง iMac อย่างไรก็ตาม แอปเปิลฯเคยออกมาแถลงก่อนหน้านี้แล้วว่า อาจไม่สามารถใช้ G5 ในโน้ตบุ๊คได้ เนื่องจากติดปัญหาความร้อน

"การใช้ G5 ในโน้ตบุ๊คเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก" เดวิด มูดี้ (David Moody) รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์แมค บริษัทแอปเปิลฯ กล่าว

PowerBook รุ่นจอ 17 นิ้วจะใช้โปรเซสเซอร์ความเร็ว 1.67GHz, ฮาร์ดดิสก์ 100GB, SuperDrive และกราฟิก Radeon 9700 128MB จากเอทีไอเทคโนโลยีส์ (ATI Technologies) สามารถต่อกับจอ 30 นิ้วของแอปเปิลฯได้ โดยมีค่าตัวอยู่ที่ 2,699 ดอลลาร์ (ประมาณ 104,262 บาท)

รุ่นจอ 15 นิ้ว จะมีอยู่ 2 โมเดล โมเดลแรกใช้ชิปความเร็ว 1.67GHz, ฮาร์ดดิสก์ขนาด 80GB, SuperDrive และกราฟิก Radeon 9700 64MB ราคา 2,299 ดอลลาร์ (ประมาณ 88,810 บาท) ส่วนอีกโมเดลจะใช้ชิป 1.5GHz และใช้ Combo แทน SuperDrive โดยราคาลดลงมาอยู่ที่ 1,999 ดอลลาร์ (ประมาณ 77,221 บาท)

รุ่นเล็กสุด 12 นิ้ว มี 2 โมเดลเช่นกัน โมเดลแรกใช้ชิป 1.5GHz กราฟิก Nvidia GeForce FX Go5200 64MB ฮาร์ดดิสก์ 80GB SuperDrive ที่ราคา 1,699 ดอลลาร์ (ประมาณ 65,632 บาท) ส่วนอีกรุ่นต่างกันตรงฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ขนาด 60GB กับ Combo ที่ราคา 1,499 ดอลลาร์ (ประมาณ 57,906 บาท)

ทั้ง 3 รุ่นใช้แรมขนาด 512MB ซัพพอร์ต IEEE 802.11g และ Bluetooth และจะเริ่มวางตลาดในสิ้นสัปดาห์นี้

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

iLife&39; 05 เติมเต็มให้กับชีวิตยุคดิจิทัล

Thu, 2005-01-27 - 00:00

หลายท่านคงทราบกันดีแล้วว่า Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ iLife เวอร์ชั่นใหม่ ในงาน MacWord2005 ที่มีขึ้นเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมานี้ และสำหรับในเวอร์ชั่นใหม่นี้ผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ จะได้รับการติดตั้ง iLife&39;05 มาจากโรงงาน และใน iLife&39;05 นี้มีความสามารถใหม่ๆ ที่โดนใจผู้ใช้งานและน่าติดตามการพัฒนาความสามารถในโปรแกรมชุดนี้เป็นอย่างยิ่งว่า Apple จะพัฒนาให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ของแอปเปิล สามารถใช้งานโปรแกรมในชุด iLife ในระดับไหน

ความสามารถใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมมานี้ ผลงานที่เสร็จแล้วไม่ใช่เป็นการทำงานแบบมือสมัครเล่นอีกต่อไปแล้ว เพราะใครก็ตามที่ได้มีโอกาสได้ลองใช้งาน iLife 05 ดู ก็จะรู้สึกว่าขั้นตอนในการทำเหมือนคนใช้งานไม่เป็นก็สามารถทำงานได้ แต่ผลงานที่ออกมานั้นหากนำไปแสดงที่ไหน หรือนำไปอวดใคร กลับดูเหมือนเป็นการทำงานจากผู้มีประสบการณ์ชั้นสูงเลยทีเดียว

เราทราบกันว่า โปรแกรม iLife นี้ ประกอบไปด้วย iTunes 4.7.1, iMove HD 5.0, iPhoto 5, iDVD 5 และ GarageBand 2.0 และในบรรดาซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนามากที่สุดในชุดนี้ก็น่าจะเป็น iPhoto ที่ต่อไปนี้ไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์แวร์ที่จัดการภาพดิจิทัลอย่างธรรมดาอีกแล้ว โดยก่อนที่จะนำเสนอความสามารถของ iPhoto 5 ผมต้องขอกล่าวถึง iMovie เสียก่อน

ในส่วนของ iMovie นั้น สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานในบ้านเราพึงพอใจเป็นอันดับแรกก็คือ ความสามารถในการใช้งานภาษาไทย ที่สามารถใช้งานได้แล้วในเวอร์ชั่นนี้ และนอกจากนี้ Apple ยังได้เพิ่มความสามารถใหม่ให้กับผู้ที่ต้องการสร้างภาพยนตร์ แบบง่ายๆ ด้วยการเลือกคำสั่งให้มีการเตรียมไฟล์โดยอัตโนมัติ ทั้งการกำหนดลักษณะการเชื่อมต่อเฟรมโดยอัตโนมัติ การใส่เสียงประกอบโดยอัตโนมัติ และที่สำคัญคุณภาพที่ได้เป็นคุณภาพแบบ HD เลยทีเดียว

คราวนี้เราลองมาดูที่ iPhoto 5 กันดีกว่า เพราะผมมีความรู้สึกว่า iPhoto 5 จะเป็นโปรแกรมที่ได้รับการพัฒนามากที่สุด ทั้งในเรื่องการเปลี่ยนแปลงหน้าตา การทำงานที่รวดเร็วขึ้น ความสามารถในการทำงานกับ RAW ไฟล์ ที่เป็นรูปแบบไฟล์ของกล้องดิจิทัลคุณภาพสูง การรองรับการทำงานกับไฟล์วิดีโอ ที่ถ่ายจากกล้องดิจิทัล และความสามารถในด้านการตกแต่งภาพที่มีเมนูเป็นลักษณะการใช้เครื่องมือในโปรแกรม Photoshop โดยมีการเพิ่มความสามารถในการปรับความสดใสของภาพ (Saturation, Temperature และ Tint) การปรับความคมชัดของภาพ และความเอียงของภาพ (Straighten) การปรับค่า Exposure และการปรับ Level ของภาพ ทำให้เราสามารถปรับภาพเพื่อให้สีและความคมชัดได้ดีขึ้นจากเดิม ซึ่งในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้สามารถปรับได้เพียงความมืดหรือความสว่างเท่านั้น

ความสามารถที่น่าจะกล่าวถึงอีกอย่างก็คือ การทำงานในส่วนของ slideshow ที่แอปเปิลได้เพิ่มรูปแบบของการ Transition และการทำ Effect เข้ามาด้วย โดยการใช้งานในรูปแบบ slideshow นี้ เราสามารถกำหนดรูปแบบได้ใกล้เคียงกับการทำภาพนิ่งให้เคลื่อนไหวใน iMovie เลย เช่น เราสามารถกำหนดพื้นที่ในการเริ่มต้นของภาพให้เริ่มจากการ Zoom ภาพ แล้วจบในเฟรมแรกด้วยการเป็นภาพแบบเต็มภาพได้ โดยมีคำสั่ง Preview ให้เราตรวจสอบก่อนการทำ slideshow เมื่อเราตกลงรูปแบบแล้วในการทำ slideshow ในแต่ละภาพก็จะดูเหมือนเป็นการ Pan กล้องไปในตัว ไม่ได้เป็นภาพที่ขึ้นมาแบบนิ่งๆ อีกต่อไปแล้ว และเรายังสามารถนำเอา Slideshow นี้ Export ไปเป็นไฟล์วิดีโอได้อีกด้วย

ในส่วนของการจัดการภาพก็ได้เพิ่มคำสั่งในที่เกี่ยวกับการจัดการภาพตามเวลาที่เราถ่ายภาพไว้ เช่น เราต้องการหาภาพเหตุการณ์ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เราก็สามารถเลือกคำสั่ง Calendar ที่อยู่ด้านล่างซ้าย คลิกตามเดือนที่ต้องการก็จะปรากฏภาพที่เราถ่ายไว้ในเดือนนั้นเช่นกัน นอกจากนี้ในการจัดทำอัลบั้มภาพ Photo 5 ได้เพิ่มรูปแบบของอัลบั้มภาพให้เลือกใช้มากขึ้น และสามารถกำหนดรูปแบบการใช้งานที่ง่ายมาก เพียงกำหนดอัลบั้มภาพขึ้นมา แล้วเลือกคำสั่ง Book หลังจากนั้นก็จะปรากฏรูปแบบการจัดวางอัลบั้มต่างๆ ให้เลือก โดยสามารถให้โปรแกรมจัดการโดยอัตโนมัติ หรือจะเลือกวิธีการนำภาพเข้าไปใส่เอง เมื่อจัดการเสร็จแล้วเราก็สามารถทำการพิมพ์ภาพออกมาในรูปแบบอัลบั้มภาพที่สวยงามได้ทันที

สำหรับโปรแกรมอื่นที่ผมไม่ได้นำมากล่าวถึงนั้น ก็มีการปรับปรุงความสามารถใหม่ๆ ขึ้นมาหลายอย่างเช่นกัน หากผู้ใช้ mac ท่านใดสนใจก็คงต้องไปลองสัมผัสกันได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของ Apple และเท่าที่ทราบมาตอนนี้ สามารถไปชมได้ที่ AppleCenter พันธุ์ทิพย์พลาซา เพราะที่นี่ได้นำเอา Mac mini มาโชว์กันแล้ว และโปรแกรมชุด iLife&39;05 ก็ได้รับติดตั้งมาพร้อมกับ mac mini เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

โดย ขจร พีรกิจ

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

iWork 05 แอปเปิลกินรวบ

Thu, 2005-01-20 - 00:00

ในงาน MacWorld 2005 ที่ซานฟรานซิสโก Apple ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่หลายอย่างทั้งฮาร์ดแวร์ที่เป็น mac mini กับ iPod shuffle ส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มี Final Cut Express HD, iLife&39;05 และ iWork โดยจะเห็นได้ว่างานแรกของแอปเปิลปีนี้ได้เน้นออกผลิตภัณท์ที่จะเข้าไปแย่งส่วนแบ่งการตลาดประเภทไลฟ์สไตล์มากขึ้น ก่อนหน้านี้มีข่าวลือกันว่าแอปเปิลจะออก iHome ซึ่งความจริงก็คือ mac mini นี่เอง ซึ่งmac mini นี้ใช้ชิพ G4 หลายคนก็มองว่าทำไมแอปเปิลถึงไม่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็น G5 ไปเลย แล้วอย่างนี้จะซื้อมาทำงานได้อย่างไร

ใครที่ติดตามข่าวก่อนหน้านี้จะทราบว่าแอปเปิลได้ติดต่อกับ Discovery Channel ที่เป็นรายการสารคดีทางทีวี และแอปเปิลได้ติดต่อกับโซนี่ และเมื่อ mac mini ออกมาโดยไม่มีคีย์บอร์ด และเมาส์ และไม่มีมอนิเตอร์ความเป็นไปได้คือ เราสามารถนำเอา mac mini ไปต่อกับจอโทรทัศน์และท่องอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ดูรายการทีวีออนไลน์ ได้ทันที และต่อไปนี้แนวทางในการทำการตลาดของแอปเปิล ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปสู่การกระจายช่องทางในการขายมากขึ้น ดังนั้นการที่แฟนแมคในบ้านเราได้มีเสียงสะท้อนกลับมาว่าทำไมออกของใหม่ทั้งทีสเปคเครื่องไม่สูงเลย ก็คงต้องทำความเข้าใจว่าคอมพิวเตอร์แต่ละรุ่นสร้างมาไว้เพื่อทำงานอะไร และเป้าหมายทางการตลาดเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตามผลิตภัณท์ใหม่ในงานนี้ที่ถูกใจผมมากที่สุดก็คือ ซอฟต์แวร์ iWork ครับ เพราะเป็นซอฟต์แวร์ที่มาปิดช่องว่างในการทำงานเอกสารสิ่งพิมพ์ได้ในระดับหนึ่ง แต่ก่อนอื่นต้องขอแก้ข้อผิดพลาดที่ผมเขียนไปในตอนที่แล้วว่าแอปเปิลออก iWork ที่สามารถทำงานประเภท Excel ได้ด้วยนั้น เป็นความผิดพลาดของผม(ขจร)เองครับ เพราะความจริงใน iWork 05 นี้ประกอบด้วย 2 โปรแกรมเท่านั้นคือ Keynote 2 ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการทำ Presentation กับโปรแกรม Pages ที่เป็นโปรแกรม Word Processing ที่ไม่ธรรมดา

มาดูในส่วนของโปรแกรม Keynote 2 กันก่อน หลายคนที่เคยได้ใช้ในเวอร์ชั่นแรกก็ติดอกติดใจกับความเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล รูปแบบและเอฟเฟกต์ที่สวยงาม และในเวอร์ชั่นนี้ยังได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้ง 4 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Themes ที่เพิ่มขึ้นมาให้ใช้อีก 20 รูปแบบ ส่วนที่ 2 เป็นส่วนของความสามารถในการนำเสนอ

ในเวอร์ชั่นนี้ เมื่อผู้ใช้งานต่อคอมพิวเตอร์ให้แสดงผลออกไปยังโปรเจคเตอร์ เราสามารถตั้งให้เครื่องของผู้ใช้งานมองเห็นสไลด์ที่จะขึ้นต่อไปได้ และยังสามารถดูรายละเอียดที่ Note ไว้ได้เช่นกัน ส่วนที่ 3 เครื่องมือช่วยในการออกแบบ โดยมีความสามารถที่สำคัญคือ เพิ่มเมนูให้เลือกไฟล์ภาพจาก iPhoto ได้เลย ส่วนที่ 4 จะเป็นการทำงานด้านภาพเคลื่อนไหว การต่อเนื่องของภาพที่แสดงผลได้นุ่มนวลและมีหลากหลายรูปแบบ สามารถตั้งเวลาในการเปลี่ยนภาพได้เมื่อเวลาเล่นเอฟเฟกต์ ส่วนสุดท้ายคือสามารถ Export ไปเป็น Format ต่างๆ ได้ เช่น Quicktime, PowerPoint (การนำเสนอขึ้นอยู่กับการแสดงผลตามความสามารถของ PowerPoint, PDF, Images และที่สำคัญสามารถ Export เป็น Flash ได้

ในส่วนของ Pages ที่ไม่ใช่ Word Processing ธรรมดาเพราะอย่างน้อยๆ ก็มีการใช้ความสามารถของ Text Wrap ได้ คือ การใช้ตัวหนังสือล้อมรอบรูป การใช้ความสามารถเหมือนโปรแกรม Page Design สามารถสั่งเป็นคอลัมน์ได้ ไม่ได้มีคอลัมน์เดียวเหมือน Microsoft Word และเนื่องจากเป็นโปรแกรมของ Apple เอง จึงสามารถนำเอาประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการ Mac OS X มาใช้ได้อย่างเต็มที่ เราจึงได้ใช้ความสามารถของการ Transparency หรือ Drop Shadow ได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากนี้เรายังสามารถทำการ Mask รูปภาพ หรือการกันส่วนที่ไม่ต้องการออกไปได้ และสำหรับผู้ที่ต้องการรูปแบบการจัดหน้าก็จะมี template ให้เลือกใช้หลายรูปแบบ สามารถ Import File เข้ามาใช้หลายรูปแบบทั้ง Word , GIF, JEPG, PDF, PSD, TIFF, AAC, AIF, Flash, Mov, MP3 และจาก TextEdit เมื่อทำงานเสร็จสามารถ Export ไปเป็น PDF, WORD, HTML, RTF และ Plain Text

จะเห็นว่าจากความสามารถที่หลากหลายของ iWork น่าจะเป็นคำตอบของผู้ที่ต้องการทำงานทางด้านเอกสาร สิ่งพิมพ์ ที่ไม่ต้องลงทุนใช้ซอฟต์แวร์ราคาแพงในการทำงานประเภทเอกสารสิ่งพิมพ์เพราะราคาที่แอปเปิลตั้งไว้ถูกอย่างเหลือเชื่อ โดยผู้ที่สนใจก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.apple.com รับรองไม่ผิดหวังแน่ครับ

โดย ขจร พีรกิจ

ขอบคุณ บทความจากกรุงเทพธุรกิจ

MacWorld 2005 นัดชี้ชะตา Apple

Thu, 2005-01-20 - 00:00

เมื่อปี 2544 ผู้บริหารระดับแนวหน้าของวงการไอที "ไมเคิล เดลล์" ทำนายว่า การที่แอปเปิล เลิกผลิตคอมพิวเตอร์ด้วยชิพอินเทล และซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ เป็นการเดินทางเข้าไปสู่จุดจบโดยแท้ และแอปเปิล จะไม่สามารถอยู่รอดในอุตสาหกรรมนี้ ด้วยเทคโนโลยีของตัวเองอย่างแน่นอน

แต่หลังจากนั้น 3 ปี กลายเป็น แอปเปิล คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ เดลล์ อิงค์. ที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ยกให้เป็นบริษัทที่น่าลงทุนมากที่สุดในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์

ปฏิวัติโครงสร้าง

ตามประวัติศาสตร์ของแอปเปิล ในตอนนี้ บริษัทถือว่ากำลังอยู่ในยุค "จ็อบส์ 2" ยุค "จ็อบส์ 1" สิ้นสุดไปเมื่อปี 2528 เมื่อสตีฟ จ็อบส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และหัวหน้าฝ่ายบริหารของแอปเปิลตัดสินใจลาออกเพื่อป้องกันการถูกลงมติโหวตออกจากบริษัท หลังจากนั้นราว 12 ปี บอร์ดบริหารก็ขอให้จ็อบส์กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง ซึ่งในขณะนั้น บริษัทอยู่ในอาการร่อแร่มาก

เพื่อให้ "แอปเปิล" ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้ง จ็อบส์ต้องเข้ามาปรับโฉมแค็ตตาล็อกสินค้าทั้งหมด และตัดสินใจว่า จะวางจำหน่ายสินค้าเพียง 4 ตัวเท่านั้น อันประกอบด้วยเดสก์ทอป และอุปกรณ์พกพา สำหรับตลาดผู้บริโภคทั่วไป และผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ

แอปเปิล เน้นที่เครื่องสำหรับมืออาชีพเป็นอันดับแรก คอมพิวเตอร์เดสก์ทอป จี3 (G3) และคอมพิวเตอร์พกพา "เพาเวอร์บุ๊ค" (PowerBook) ไม่เพียงแต่กู้ชื่อเสียงของแอปเปิลกลับคืนมา แต่ยังทำกำไรได้น่าพอใจ และสำหรับในตลาดผู้บริโภค แอปเปิลก็ส่ง "ไอแมค" (iMac) อุปกรณ์ออล-อิน-วัน ที่ทำยอดขายได้ครึกโครมพอสมควร รวมทั้งแล็บทอป "ไอบุ๊ค" (iBook) ที่ฮิตติดตลาดตามไปในเวลาไม่นาน

สุดยอดนักออกแบบ

แต่ถึงอย่างไร แอปเปิลก็ดูเหมือนจะไม่สามารถขยับส่วนแบ่งตลาดได้เสียที ส่วนใหญ่เป็นเพราะบริษัทมียอดขายในตลาดลูกค้าองค์กรไม่มากเท่าไหร่

ขณะที่ในช่วงนี้ แอปเปิลก็เริ่มหันมาปรับโฉมเครื่อง "ไอแมค" ใหม่ด้วย รวมถึงรุ่นที่ติดตั้งหน่วยประมวลผลทุกอย่างไว้ด้านหลังจอภาพ จนเหลือแต่หน้าจอลอยๆ ที่หนาเพียง 2-3 เซนติเมตร การเปิดตัวครั้งนั้น สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการคอมพิวเตอร์ได้ไม่น้อย และทำให้จอร์จ อีเมอร์สัน นักวิเคราะห์ในวงการ ถึงกับกล่าวว่า "นี่เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใกล้เคียงกับคำว่า "สมบูรณ์แบบ" มากที่สุดในตลาด"

จึงไม่น่าแปลก ที่แอปเปิลจะยังคงรักษาชื่อเสียงในฐานะสุดยอดนักออกแบบไว้ได้ แม้จะสวนทางกับความสำเร็จในด้านส่วนแบ่งตลาดของตัวเอง

พลิกฟื้นคืนชีวิต

แต่สิ่งที่พลิกฟื้นแอปเปิลขึ้นมาชนิดเหนือความคาดหมาย ก็คือเครื่องเล่นเพลง "ไอพอด" ที่มียอดขายถล่มทลายตลอดช่วงปี 47 ขณะที่ยอดขายคอมพิวเตอร์ แมคอินทอช ก็เพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ ถึง 2 เท่า และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่แอปเปิลเริ่มโกยส่วนแบ่งตลาดกลับมาได้

ในช่วงปีที่ผ่านมา แอปเปิล เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของตลาดไอที หุ้นของแอปเปิลมีราคาเพิ่มขึ้นราว 176% ภายใน 12 เดือน และกลายเป็นคู่แข่งที่สูสีของเดลล์ ในด้านประสิทธิภาพการผลิต แต่เตรียมแซงหน้าในด้านส่วนต่างผลกำไรเรียบร้อยแล้ว เมื่อดูจากอัตราการเติบโตของรายได้ และผลกำไร

แม้บริษัทฮาร์ดแวร์ ที่ครองใจผู้บริโภคมากที่สุด จะยังคงเป็น เดลล์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดมะกันไปถึง 30% เมื่อเทียบกับแอปเปิล ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดแค่ 3% แต่เมื่อเทียบกันแล้ว เมื่อปลายไตรมาสล่าสุด แอปเปิลมีส่วนต่างผลกำไรสูงกว่า 28% ขณะที่เดลล์ มีส่วนต่างกำไรราว 18%

ปรับกลยุทธ์รุกตลาด "แมส"

และล่าสุด จ็อบส์ก็ใช้เวทีงานแมคเวิลด์ ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด 2 ชิ้น ตัวแรกคือ เครื่องเล่นเพลงไอพ็อดยอดนิยม "ไอพ็อด ชัฟเฟิล" (iPod Shuffle) หรือเครื่องไอพ็อดที่ใช้หน่วยความจำแฟลชแทนฮาร์ดดิสก์ ทำให้เก็บเพลงได้น้อยลง แต่ก็มีราคาถูกลงมาด้วย

และ "แมค มินิ" (Mac mini) ซึ่งเป็นเครื่องประมวลผลคอมพิวเตอร์ ที่ไม่มีแป้นพิมพ์ และหน้าจอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีคอมพ์อยู่แล้ว แต่อาจอยากลองเปลี่ยนมาใช้แมค แถมยังตั้งราคาให้เป็นคู่แข่งกับวินโดว์สอย่างจัง อุปกรณ์ทั้งสอง ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ การบุกเบิกลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่บริษัทยังไม่เคยเจาะตลาดมาก่อน

"ปัญหาของแมคก็คือ มันมีราคาแพงเกินไป" จอห์น ฮัลแบลนเดอร์ แห่งไลท์ คอมพิวเตอร์ เซ็นเตอร์ กล่าว "ด้วยราคาใหม่ ผมคิดว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์อีกมาก จะเริ่มหันมาสนใจแมค"

เดิมพันครั้งประวัติศาสตร์

แต่ขณะที่ผลิตภัณฑ์ราคาถูกของแอปเปิล อาจจะเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทได้อีกมาก แต่กลยุทธ์เช่นนี้ ก็ความเสี่ยงไม่น้อยเช่นกัน

นักวิเคราะห์แห่ง เอ็นดีพี กล่าวว่า แอปเปิลจะสามารถผลิตพีซีในราคาเพียง 500 ดอลลาร์ และรักษาเครดิตของการเป็นแบรนด์ระดับคุณภาพ ของตนไว้ได้มากแค่ไหน และถ้าต้องการผลกำไรในระดับสมเหตุสมผล เท่ากับว่าแอปเปิล ต้องขายสินค้าเหล่านี้ให้ได้หลายล้านเครื่อง

จึงไม่ผิดนัก หากจะกล่าวว่า งานแมคเวิลด์ปีนี้ เป็นงานครั้งประวัติศาสตร์ของแอปเปิล เมื่อมองย้อนกลับมา ไม่แน่ว่า งานแมคเวิลด์ 2005 จะเป็นปีแห่งก